
กล่องทีวีดิจิทัลแข่งดัมพ์ตัดราคาต่ำ1,000บาท
เซตท็อปบอกซ์ทีวีดิจิทัลแข่งดัมพ์ราคา “แพลนเน็ต” เล็งลดเหลือพันต้น ด้าน “สามารถ” ขายต่ำกว่าพันบาท
เซตท็อปบอกซ์ทีวีดิจิทัลแข่งดัมพ์ราคา “แพลนเน็ต” เล็งลดเหลือพันต้น ด้าน “สามารถ” ขายต่ำกว่าพันบาท
นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย ผู้ประกอบการกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัลภายใต้แบรนด์แพลนเน็ต เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศจะเริ่มแจกคูปอง 690 บาท เฟสแรกเริ่มวันที่ 15 ต.ค.นี้ใน 23 จังหวัดแน่แล้ว ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมสินค้า เพื่อนำเข้ามาทำตลาดช่วง 4 เดือนที่เหลือของปี
ทั้งนี้ บริษัทจะทำโฆษณาประชาสัมพันธ์กล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัลของแพลนเน็ตและลดราคาเหลือ 1,000 บาทต้นๆ ให้สอดคล้องกับคูปอง 690 บาท
“กลยุทธ์ที่เราจะนำมาสู้กับคู่แข่งในตลาด ซึ่งนับจากนี้คาดว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น คือ การประชาสัมพันธ์กล่องเซ็ต ท็อป บ็อกซ์แพลนเน็ตว่าเป็นสินค้าเกรดคุณภาพ นอกจากนี้ยังรับประกันสินค้า 2 ปีตามที่ กสทช.กำหนด ซึ่งหากลูกค้าคนไหนซื้อสินค้าไปแล้วมีปัญหาไม่สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ภายใน 1 เดือน บริษัทก็รับประกันด้วยการเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ลูกค้าทันทีตามที่ กสทช.กำหนดเช่นกัน” นายประพัฒน์กล่าว
อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัทนำกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัลแพลนเน็ตเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ต่ำกว่า 5% จากจำนวนคูปองที่ กสทช.จะทำการแจกในเฟสแรก 11.45 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
นายทวี อุดมกิจโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามารถวิศวกรรม กล่าวว่า กล่องสามารถจะขายต่ำกว่า 1,000 บาท ส่วนเสาอากาศ 100500 บาท
ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า 2 แบบ คือ Active Antenna ที่ต้องใช้ไฟฟ้าช่วยเพิ่มภาครับสัญญาณได้แรงขึ้น ซึ่งเหมาะกับบ้านมุมอับสัญญาณ หรือจุดที่ใช้เสาธรรมดารับไม่ได้ และเสาแบบ Passive Antenna เป็นเสาอากาศทั่วไปมาเชื่อมต่อกับกล่องรับสัญญาณ
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมาเน้นการทำตลาดเสารับสัญญาณทีวีดิจิทัลแทนการทำตลาดกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล เพราะว่าปัจจุบัน กสทช.ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการประกาศคุณสมบัติกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัลว่าจะควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง จึงทำให้บริษัทขอชะลอการทำตลาดกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัลจนกว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องของกรอบคุณสมบัติ
นายทวี กล่าวอีกว่า จากความล่าช้าของการติดตั้งโครงข่าย การแจกคูปอง และการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจทีวีดิจิทัล ในปีนี้บริษัทจะเน้นการประชาสัมพันธ์และการให้ความรู้เรื่องทีวีดิจิทัลกับผู้บริโภคเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณสมบัติขอทีวีดิจิทัล หรือการติดตั้งกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล เพราะปัจจุบันผู้บริโภคในบางพื้นที่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเลยว่าทีวีดิจิทัลคืออะไร
อย่างไรก็ตาม หลังจากบริษัทให้ความรู้ผู้บริโภคควบคู่ไปกับการทำตลาดกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการาวางแผนตั้งราคาขาย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะวางราคาขายไว้ต่ำกว่า 1,000 บาท(ไม่รวมเสารับสัญญาณ) ขณะที่เสารับสัญญาณจะวางราคาขายไว้ที่ประมาณ 100500 บาท บริษัทคาดว่าหลังจากจบเฟสแรกที่ กสทช.แจกคูปองน่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดในส่วนของกล่องแปลงสัญญาณไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนเสารับสัญญาณคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 40%
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 8 ก.ย.นี้ ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) จะหารือแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางมาตรการทางปกครองที่ชัดเจน กรณี ช่อง 3
ทั้งนี้ จะมีวาระการขออนุญาตเผยแพร่การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ (Asian Games) ครั้งที่ 17 จากเมืองอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี วันที่ 19 ก.ย. – 4 ต.ค. 57 ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทรท. ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อกำหนดลิขสิทธิ์ พร้อมขออนุญาตถ่ายทอดการแข่งขันผ่านบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป ให้กับช่อง 3 ในระบบแอนาล็อกด้วย
“การถ่ายทอดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ กับกฎมัสต์แฮฟ จะยิ่งทำให้ปมช่อง 3 อนาล็อก มีความซับซ้อนขึ้นไปอีก กสท.ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ให้เด็ดขาด” สุภิญญา กล่าว







