
วาระเร่งด่วน ครม.ประยุทธ์ 1
พรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ต้องรับทราบโจทย์และภาพรวมจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนว่าต้องการให้ไอซีทีดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะเป็นการประชุมครั้งแรก จากนั้นจึงจะเห็นความชัดเจนว่าต้องการให้ ครม.อนุมัติในเรื่องใด ซึ่งหนึ่งในแผนดำเนินการของไอซีที คือ การรวมธุรกิจที่ซ้ำซ้อนกันระหว่าง บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม และความชัดเจนในอำนาจกำกับดูแลการสื่อสารของประเทศระหว่างไอซีที และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเฉพาะการเสนอแก้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)
พรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ต้องรับทราบโจทย์และภาพรวมจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนว่าต้องการให้ไอซีทีดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะเป็นการประชุมครั้งแรก จากนั้นจึงจะเห็นความชัดเจนว่าต้องการให้ ครม.อนุมัติในเรื่องใด ซึ่งหนึ่งในแผนดำเนินการของไอซีที คือ การรวมธุรกิจที่ซ้ำซ้อนกันระหว่าง บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม และความชัดเจนในอำนาจกำกับดูแลการสื่อสารของประเทศระหว่างไอซีที และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเฉพาะการเสนอแก้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)
สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอโครงการต่างๆของกระทรวงคมนาคมให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมพิจารณา โดยเบื้องต้นคงเป็นเรื่องที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีมติออกมาแล้ว คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ซึ่งมีโครงการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการภายในปี 25572558 คือ การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับประตูการค้า เมืองหลัก กรุงเทพฯ และปริมณฑล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางราง การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรถไฟทางคู่ในเส้นทางรถไฟเดิม ในช่วงที่มีปัญหาความคับคั่งของการเดินรถเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าและสำหรับขบวนรถไฟท้องถิ่น 6 เส้นทาง รวมระยะทาง 887 กม. ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการวางมาตรฐานใหม่สำหรับอนาคต โดยการสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร จำนวน 2 เส้นทาง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วนทั้ง 6 เส้นทาง โดยเฉพาะช่วงชุมทางจิระขอนแก่น ระยะทาง 185 กม. เนื่องจากผ่านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)แล้ว รวมถึงจะนำเสนอการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงพญาไทดอนเมือง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ให้พิจารณาด้วย
ด้าน นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกกระทรวงเกษตรฯจะยังไม่มีการเสนอโครงการใด เนื่องจากต้องขอรับฟังแนวนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ก่อนว่าจะมีนโยบายในการพัฒนาและบริหารอย่างไร ซึ่งเข้าใจว่าในการประชุมครม.ครั้งแรกจะเป็นการหารือในเรื่องการเตรียมแถลงนโยบาย จากนั้นจะมาดูว่างานในกระทรวงเกษตรฯมีงานอะไรบ้างที่จะต้องดำเนินการในแต่ละช่วงเวลา และสมควรที่จะต้องสั่งการงานใหม่เพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางหลักของกระทรวง
“ยังไม่รู้จะเสนออะไร ขอฟังนโยบายรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีก่อน ทั้งนี้ผมคิดว่า การขับเคลื่อนหรือการผลักดันให้งานสามารถเดินหน้าและทำได้จริง สำคัญกว่านโยบาย ซึ่งในในส่วนของงานกระทรวงเกษตรฯ บางเรื่องอาจต้องมีการปรับรูปแบบการขับเคลื่อนงานให้กระชับมาขึ้น ” นายปีติพงศ์กล่าว
ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า แผนงานโครงการในปีงบประมาณ 2558 กระทรวงเกษตรฯ ได้รับจัดสรรในวงเงินประมาณ 8.4 หมื่นล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงบูรณาการ มีการกำหนดแผนงานและเป้าหมายร่วมกันโดยใช้สินค้าและพื้นที่เป้าหมายในการบูรณาการ ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร 2.ด้านการพัฒนาสินค้าเกษตร 3.ด้านทรัพยากรการเกษตร/โครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร และ 4.ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ โดยมีโครงการสำคัญ เช่น การบริหารเขตเกษตรเศรษฐกิจ การพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง เมืองเกษตรสีเขียว การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน การบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ และการพัฒนาศักยภาพภาคเกษตรเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
สำหรับการประชุม ครม. วันอังคารที่ 9 ก.ย. กระทรวงเกษตรฯ ยังมีเรื่องค้างพิจารณาใน ครม. คือ การอนุมัติขอขยายเวลาเช่าโกดังเก็บยางพาราในสต๊อกของรัฐบาลไปถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557
คุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ในส่วนของกรมฯ มีนโยบายสำคัญที่รอการตัดสินใจจาก รมว.พลังงาน 23 เรื่อง คือ การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 การต่ออายุสัมปทานปิโตรเลียมรายเดิม และการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องรอการพิจารณาในระดับนโยบายทั้งหมด โดยเฉพาะการเปิดสัมปทานฯรอบใหม่ เป็นเรื่องจำเป็นต้องในการวางแผนจัดหาเชื้อเพลิงระยะยาว ในการหาแหล่งพลังงานสำรองให้กับประเทศ เนื่องจากปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติจะทยอยหมดลงในระยะเวลา 710 ปีข้างหน้า ในขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซฯในประเทศมีการขยายตัวต่อเนื่อง
ขณะที่ วิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า แผนงานที่เตรียมรายงานต่อ รมว.พลังงาน คนใหม่ คือโครงการลงทุนท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าแล้วเสร็จในเดือนต.ค.พ.ย. โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะขอรับนโยบายการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีจะมีทิศทางอย่างไร ซึ่งหากมีการปรับราคาแอลพีจีขนส่งไปเท่ากับภาคครัวเรือน คงไม่ต้องดำเนินการอะไรมาก ยกเว้นแต่จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ทางกระทรวงพลังงานเตรียมรายงานผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานต่อนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงานคนใหม่ ประกอบไปด้วย แนวทางการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาและรอการตัดสินใจจากรัฐบาลในการปรับขึ้นราราแอลพีจีภาคขนส่งให้เท่ากับราคาภาคครัวเรือน จาก21.38 บาทต่อก.ก. เป็น 22.63 บาทต่อก.ก. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้ภาคครัวเรือนมากขึ้น
ขณะเดียวกันจะรายงานฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ยังติดลบอยู่ 6,130ล้านบาท เนื่องจากยังมีภาระในการดูแลราคาแอลพีจี ซึ่งหากปรับขึ้นราคาภาคขนส่งได้จะทำให้กองทุนน้ำมันฯมีรายได้เพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ทางสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)จะรายงานการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ ที่อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความเห็นทั่วประเทศ ด้วย
ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเสนอเรื่องเร่งด่วนให้กับ รมว.พาณิชย์ คนใหม่เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ ค่าครองชีพ ดูแลราคาสินค้าเกษตร ผลักดันการส่งออกในปีนี้ ซึ่งการส่งออกของไทยในรอบ 7 เดือน ติดลบถึง 0.42%
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอแผนการดำเนินงานของกระทรวงการคลังปี 2558 ให้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์นี้ โดยแผนการดำเนินงานประกอบด้วยเป้าหมาย 3 ด้าน คือ 1.ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม 2.สนับสนุนศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และ 3.รักษาความยั่งยืนทางการคลัง
แม้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ จะเป็นทหาร แต่เห็นว่ามีความรู้ด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างดี ตัดสินใจเร็ว
สำหรับปัญหาการส่งออก เร็วๆ นี้กระทรวงพาณิชย์จะประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อประเมินสถานการณ์ส่งออกในปีนี้ใหม่ เพราะเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3.5% เป็นเป้าหมายในการทำงาน แต่เมื่อมีปัจจัยมากระทบก็ต้องทบทวนใหม่
ทั้งนี้ การส่งออกของไทยในรอบ 7 เดือนติดลบถึง 0.42% หากใน 5 เดือนที่เหลือส่งออกได้เดือนละ 1.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้การส่งออกทั้งปีขยายตัวติดลบ 0.25%
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอแผนการดำเนินงานของกระทรวงการคลังปี 2558 ให้ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์นี้ โดยแผนการดำเนินงานประกอบด้วยเป้าหมาย 3 ด้าน คือ 1. ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม 2. สนับสนุนศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และ 3. รักษาความยั่งยืนทางการคลัง
สำหรับในด้านแรกการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย 3 ภารกิจที่สำคัญ คือ ภารกิจที่ 1 การเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนฐานราก โดยจะมีการออกมาตรการแก้ไขหนี้นอกระบบ มาตรการสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ การออกพันธบัตรออมทรัพย์เพื่อให้รายย่อยออมเงินได้อัตราผลตอบแทนสูง รวมถึงการแก้ออก พ.ร.บ.ทวงถามหนี้เป็นธรรม ด้านภารกิจที่ 2 สร้างสวัสดิการพื้นฐานให้ทั่วถึงมีคุณภาพ จะมีการดำเนินการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อสร้างหลักประกันหลังเกษียณให้กับแรงงานนอกระบบ 35 ล้านคน และ ภารกิจที่ 3 การปฏิรูปกลไกกระจายรายได้และทรัพย์สิน โดยจะมีการนำที่ราชพัสดุมาพัฒนาให้คนรายได้น้อยเช่าอยู่อาศัย และทำกินมากขึ้น
ขณะที่ด้านที่สอง การสนับสนุนศักยภาพและเพิ่มความสามารุในการแข่งขัน มี 3 ภารกิจ ได้แก่ ภารกิจที่ 1 สนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจการพัฒนาเอกชนให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม ภารกิจที่ 2 เชื่อมโยงธุรกิจเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจภูมิภาค หรือ การเปิดประชมคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และ ภารกิจที่ 3 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยต้องเร่งการลงทุนของประเทศ สนับสนุนให้เอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐ (PPP) และการตั้งกองทุนอินฟาร์สตัคเจอร์ฟันด์ เพื่อลดภาระงบประมาณและเงินกู้
ด้านที่สาม การรักษาความยั่งยืนทางการคลัง มีภารกิจที่สำคัญ 3 ด้าน ในด้านที่ 1 เสริมสร้างความมั่นคงทางด้านการคลัง จะมีการปฏิรูปภาษีของกรมสรรพากร การเก็บภาษีที่ดิน การเก็บภาษีมารดก การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้มีการขยายฐานภาษีใหม่เพิ่ม ให้กรมศุลกากรศุลกากรเพิ่มประสิทธิภาพเก็บภาษี และให้กรมสรรพสามิตปรับบริหารจัดการเก็บภาษีให้เป็นสากลมากขึ้น
ด้านภารกิจที่ 2 ส่งเสริมความโปร่งใสการดำ







