
ปกป้องแนวปะการังเกาะเต่าด้วย 'ทุ่นจอดเรือถาวร'
เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังที่สวยงามที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังที่สวยงามที่สุดในภูมิภาคเอเชียและติดอันดับ 8 ของโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน/ปี
แต่ปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เมื่อได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว อันเป็นผลพวงมาจากภาวะโลกร้อน การพัฒนาชายฝั่งและการท่องเที่ยวที่ขาดความรับผิดชอบ การประมงผิดที่ผิดกฎหมาย
วันนี้ สถานการณ์จึงเรียกได้ว่าน่าเป็นห่วง
ล่าสุด เทศบาลตำบลเกาะเต่า ร่วมมือกับสถานีวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินโครงการจัดวางทุ่นจอดเรือถาวรเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี (Protecting Koh Tao Spirit) หวังอนุรักษ์แนวปะการังเกาะเต่า ด้วยการปกป้องแนวปะการัง และลดปัญหาการทิ้งสมอเรือลงไปในทะเลของเรือดำน้ำ รวมถึงเรือที่ให้บริการรอบเกาะเต่า โดยมี บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว
“ปัจจุบันเกาะเต่าประสบกับปัญหาทุ่นจอดเรือไม่เพียงพอ มีเรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเกาะสมุยมายังเกาะพะงันเฉลี่ยวันละ 200-300 ลำ/วัน ทำให้เรือทุกลำต้องทิ้งสมอลงไปในแนวปะการังหมด แล้วผูกเชือกกับก้อนปะการัง เพราะชาวบ้านเชื่อว่าเป็นก้อนหิน พอเรือกระชากบ่อยเข้า ก้อนปะการังก็แตกหัก” ไชยยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะเต่า เล่าให้ฟัง
จุดมุ่งหมายของการจัดวางทุ่นจอดเรือถาวร คือรณรงค์ให้เรือทุกประเภทลดการทิ้งสมอเรือ หันมาผูกเรือกับ “ทุ่นผูกเรือถาวร” แทนการผูกกับ “ก้อนปะการังธรรมชาติ” โดยได้ติดตั้งแท่นจอดเรือขนาดเล็ก จำนวน 30 แท่น และผูกทุ่นจอดเรือสีขาวจำนวน 30 ทุ่น รวมทั้งยังได้ซ่อมแซมทุ่นสีส้มจอดเรือขนาดใหญ่ จำนวน 20 ทุ่นที่ได้รับการติดตั้งในปีแรกให้มีสภาพการใช้งานที่ดี รวมเป็น 50 ทุ่น นอกจากนี้ยังมีแท่นคอนกรีตสำหรับผูกจอดเรือ อีก 50 ทุ่น ทั้งหมดนี้จะสามารถช่วยลดความเสียหายของปะการังลงได้เป็นอย่างมาก
ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เล่าว่า เกาะเต่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ควรมีมาตรฐานในการจอดเรือที่ดีกว่านี้ จึงได้ทำทุ่นจอดเรือและแท่นคอนกรีตสำหรับผูกเรือ แทนที่ถังน้ำแกลลอนที่ชาวบ้านเคยใช้กัน
“ขั้นตอนการติดตั้ง ทีมงานจะทำการดำลงไปใต้น้ำ นำแท่นคอนกรีตไปวางและเรียงต่อกัน นำเชือกขนาดสองนิ้วครึ่งไปมัด ทั้งหมดทำการติดตั้งด้วยมือ เนื่องจากการออกแบบดีไซน์แท่นคอนกรีตแบบใหม่คล้ายๆ ลักษณะแผ่นดิสก์ จะทำให้ง่ายและประหยัดงบประมาณ แทนที่จะใช้เรือขนาดใหญ่และเครนขนาดใหญ่ติดตั้งซึ่งต้องใช้เงินทุนมหาศาล การจัดทำทุ่นจอดเรือถือเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ และยังช่วยแก้ปัญหาการทิ้งสมอเรือทำลายปะการังได้มากถึง 80%”
การสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยด้วยภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว นับเป็นสิ่งที่ยากแล้ว ทว่าการรักษาสภาพแวดล้อม ทรัพยากรทางธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวนั้นให้สวยงามและยั่งยืนนับเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า
ภาพน่าประทับใจเบื้องหน้าอยู่ตรงที่มีคนไทยและชาวต่างชาติ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนในพื้นที่ นับร้อยชีวิตต่างร่วมแรงร่วมใจกันคนละไม้ละมือฟื้นฟูแนวปะการังธรรมชาติ ภายใต้ความหวังว่าจะรักษาให้คงอยู่คู่กับเมืองไทยต่อไปนานๆ







