
"ภาวะผู้นำ" ยุคใหม่
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “ผู้นำสูงสุด”ของประเทศ องค์กร สถาบันต่างๆ บุคคลสำคัญ ผู้นั้น จะต้องมี “ภาวะผู้นำ” ในระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อการบริหารจัดการ สามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “ผู้นำสูงสุด”ของประเทศ องค์กร สถาบันต่างๆ บุคคลสำคัญ ผู้นั้น จะต้องมี “ภาวะผู้นำ” ในระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อการบริหารจัดการ สามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
แต่สำหรับ “ผู้นำทางการเมือง” จะต้องอาศัย “ภาวะผู้นำ” (Leadership) ที่พิเศษ แตกต่างจากภาวะผู้นำทั่วไป เพราะผู้นำทางการเมือง นอกจากจะต้องบริหารจัดการงานภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสแล้วยังต้องทำให้ประชาชนโดยรวมของประเทศอยู่ดี กินดี มีความสงบสุขอีกด้วย
ที่มาของผู้นำทางการเมืองในโลกปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อาจมีบางกรณีที่ผู้นำของบางประเทศมาจากการแต่งตั้ง โดยผู้มีอำนาจเต็มจากการรัฐประหาร หรือผู้นำที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะบุคคลในระบอบคอมมิวนิสต์
ในส่วนขององค์กรอื่นๆ ผู้นำมักจะได้รับการแต่งตั้งโดยเจ้าของกิจการ หรือตามหลักเกณฑ์ขององค์กรหรือสถาบันนั้นๆ กำหนดขึ้น จึงไม่ต้องคำนึงถึงบุคคลภายนอกหรือประชาชนมาก
ปัจจุบันนี้ โลกมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่หยุดยั้ง จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ระบบการสื่อสารที่รวดเร็ว ทำให้การบริหารงานภาคการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จนทำให้เกิดคำถามว่า
วันนี้เราต้องการภาวะผู้นำแบบไหนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า ภาวะผู้นำแบบเก่า เช่น การใช้ระบบสั่งการและควบคุมหรือบังคับ เพื่อให้ปฏิบัติตามอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป สำหรับผู้นำทางการเมืองและองค์กรต่างๆ ในยุคใหม่
ภูมิภาคเอเชียได้รับผลดีจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลก ทำให้เป็นจุดสนใจของชาวโลก เพราะมีความเห็นตรงกันว่า อำนาจที่เคยอยู่ฟากตะวันตกกำลังเคลื่อนย้ายมาสู่ภาคตะวันออก ที่เกิดขึ้นแล้ว คือ อำนาจทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้หลายประเทศในเอเชียถูกจับตาจากชาวโลกเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะประเทศสำคัญ ที่มี “ผู้นำใหม่” และมีแนวทางปฏิรูปประเทศ ที่อาจส่งผลให้ระดับการพัฒนาของภูมิภาคแข็งแรงขึ้นคือ 3 ประเทศที่กำลังพัฒนา ได้แก่
1.จีน
สีจิ้นผิง เข้ามาเป็นประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2556 แม้สีจิ้นผิงจะไม่ได้เป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยก็ตาม แต่การมาจากระบอบคอมมิวนิสต์ที่มีคณะกรรมการกลาง (Politburo) เป็นผู้แต่งตั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่า กระบวนการแต่งตั้งผู้นำลักษณะนี้จะไร้ประสิทธิภาพ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จีนสามารถสร้างผู้นำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศในแต่ละช่วงเวลาได้ดี
มาถึงวันนี้ ที่จีนประสบผลสำเร็จ อย่างน้อยที่สุดด้านเศรษฐกิจ ก็เพราะจีนสามารถปฏิรูปประเทศได้ตามจังหวะเวลาของการเปลี่ยนแปลง ไล่มาตั้งแต่ยุคของ เหมาเจ๋อตง เติ้งเสี่ยวผิงมาถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาใหม่ที่จีนกำลังพิสูจน์อีกครั้งว่าจะสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงหรือไม่
เพราะเป็นช่วงเวลาที่จีนจำเป็นต้องปฏิรูปประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถือเป็นภาระหนักที่ตกอยู่กับผู้นำจีนคนปัจจุบันที่ต้องทำให้สำเร็จ มิฉะนั้นแล้ว จีนอาจต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องจากประชาชนที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น
2.อินเดีย
ประเทศประชาธิปไตยใหญ่สุดของโลกที่เคยมีพรรคคองเกรสเป็นพรรคใหญ่ ครองอำนาจทางการเมืองมายาวนาน กระทั่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทำให้ นเรนทรา โมดี จากพรรคภารติยะชนตะ (BJP) สามารถเอาชนะพรรคคองเกรสได้อย่างถล่มทลาย และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2557
สาเหตุการแพ้เลือกตั้งของพรรคคองเกรส เกิดจากอะไร ถ้าตอบเร็วๆ ก็คือ ประชาชนเบื่อหน่ายรัฐบาลเก่า แต่หากมองลึกลงไปจะเห็นว่า ชาวอินเดียก็ต้องการผู้นำที่ทันสมัยมีวิสัยทัศน์ แก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม
ความจริงอดีตนายกรัฐมนตรี มันโมฮัน ซิงห์ ก็เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ จัดได้ว่าเป็น “นักการเมืองน้ำดี” คนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ผู้นำที่ชาวอินเดียต้องการให้มาปกครองประเทศในยุคนี้แล้ว
3.อินโดนีเซีย
เป็นอีกประเทศที่น่าสนใจ เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดคิดเช่นเดียวกับอินเดีย หลังจากอินโดนีเซียได้รับเอกราชในปี 2488 การปกครองก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทหารมาตลอด แม้จะมีการเลือกตั้งในระยะต่อมาก็ตาม จนกระทั่ง 22 ก.ค. 2557 โจโก วิโดโด หรือ “โจโกวี” สามารถเอาชนะคู่แข่ง พล.ท.ปราโบโว สุเบียนโต ลูกเขยอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตได้อย่างห่างกันไม่มากนัก ด้วยคะแนน 53.15% ต่อ 46.85% หากดูจากคะแนนแล้ว อาจคิดว่าห่างกันนิดเดียว แต่ถ้าประเมินจากสภาพการเมืองในอดีตแล้ว พล.ท.ปราโบโว สุเบียนโต น่าจะเป็นผู้ชนะ เพราะมีฐานอำนาจเก่าทางทหารที่มั่นคง
นี่จึงเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าชาวอินโดนีเซียไม่ต้องการการเมืองแบบเก่าแต่อยากได้ผู้นำที่จะทำให้ประเทศดีขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญคือ เข้ามาขจัดปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวงที่มีอยู่อย่างกว้างขวาง ทำให้โจโกวีที่ประชาชนสัมผัสได้และมีผลงานโดดเด่นในฐานะผู้ว่าฯ เมืองจาการ์ตา คว้าตำแหน่งประธานาธิบดีไปได้อย่างใสสะอาด โดยจะสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ต.ค. 2557
สภาวะที่โลกปัจจุบันค่อนข้างสงบไร้สงคราม แต่เรากลับเผชิญกับสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ ที่อาจเกิดวิกฤตการณ์ (Crisis) ได้อย่างฉับพลัน อย่างเช่น การก่อการร้าย การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรง ภัยธรรมชาติจากสภาวะโลกร้อน โลกาภิวัตน์ เศรษฐกิจ จนชาวโลกและประชาชนในชาติรู้สึกถึงความไม่แน่นอนในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้ประชาชนอยากเห็นผู้นำที่สามารถสร้างหลักประกัน สร้างความมั่นคงในชีวิต และวางรากฐานที่ดีให้คนรุ่นใหม่ต่อไปได้
ผู้นำ 3 ชาติ จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ในปัจจุบัน แม้จะมีที่มาต่างกัน แต่ “ภาวะผู้นำ”ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก เพราะแต่ละท่านดูจะเข้าใจ “เงื่อนไข” ในสภาพแวดล้อมใหม่ (Context) ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งน่าจะนำไปสู่การตัดสินใจ แก้ไขปัญหาของชาติอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน
อีกไม่นานเราคงเห็นผลว่าผู้นำทั้ง 3 ได้ใช้ “ภาวะผู้นำ” ยุคใหม่ของตัวเอง นำพาประเทศชาติไปสู่ความสำเร็จได้หรือไม่







