
ดิ้นหาวิธีเลือก สปช.แก้ครหาล็อกสเป็ก
นับถอยหลังไม่ถึง 28 วัน จะได้เห็นโฉมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กันแล้ว แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น
โดย..เจษฎา จี้สละ
นับถอยหลังไม่ถึง 28 วัน จะได้เห็นโฉมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กันแล้ว แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น ก็ต้องไปดูหน้าตาผู้ที่จะมานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา สปช.ในแต่ละด้าน ซึ่งมีทั้งหมด 11 ด้าน เพื่อจะทำหน้าที่คัดกรองผู้สมัครให้เหลือชุดละ 50 คน จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายส่งไปให้ คสช.จิ้มเลือกเหลือ 173 คนเป็น สปช.
ทั้งนี้ ผลการประชุมคณะกรรมการสรรหา สปช.ทั้ง 11 คณะ ณ สโมสรทัพบก เมื่อวันที่ 4 ก.ย. เป็นไปตามโผทุกประการ บิ๊ก คสช.นั่งหัวโต๊ะตามสูตร ดังนี้ 1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านการเมือง 2.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านบริหารราชการแผ่นดิน
3.พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านการปกครองท้องถิ่น 5.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านการศึกษา 6.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านเศรษฐกิจ
7.ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านพลังงาน 8.พล.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ สนช. เป็นประธาน คณะกรรมการสรรหาในด้านสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม 9.พล.อ.นพดล อินทปัญญา สนช. เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านสื่อสารมวลชน 10.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านสังคม และ 11.พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในด้านอื่นๆ
งานนี้คนวงในพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการ คัดเลือกในด่านสุดท้าย ที่ คสช.จะเป็นผู้เฟ้นหา สปช.ด้วยมือของตนเอง จะต้องให้น้ำหนักกับ สปช.ในด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านการศึกษา เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป โดยสมาชิก สปช.ใน 3 ด้าน จะต้องมีไม่ต่ำกว่า สายละ 20 คน
ทว่าเวลานี้ กระแสการล็อกสเปก สปช.ดังกระหึ่ม ส่งผลให้คณะกรรมการฯ แต่ละชุด ดิ้นหาวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อล้างข้อครหาดังกล่าว
“พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานคณะกรรมการสรรหาด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ยอมรับว่า ขณะนี้มีคนที่พยายามติดต่อมาบ้างแต่ก็ไม่เปิดโอกาส เพราะการคัดเลือกขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการทั้ง 7 คน
“ได้ออกแบบวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อปัดข้อครหา โดยกำหนดให้คณะกรรมการทั้ง 7 คน ไปศึกษาประวัติและพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครให้ครบถ้วน แล้วเสนอชื่อมาท่านละ 50 รายชื่อ จากนั้นจะมีการลงมติให้ได้ชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมทั้ง 50 ชื่อ แต่ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เพราะต้องคำนึงถึงความหลากหลายของแต่ละสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการศาล หรือนักวิชาการ ฯลฯ หากยังกระจุกตัวอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ต้องคัดออกแล้วเลือกกัน ใหม่ เพื่อให้ได้คนหลากหลายตามคีย์เวิร์ดในรัฐธรรมนูญ” พรเพชร ระบุ
ขณะที่ “มีชัย ฤชุพันธุ์” กรรมการสรรหา ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ระบุว่า หากบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคณะกรรมการฯ ถูกเสนอเป็น 1 ใน 50 รายชื่อ กรรมการฯ ท่านนั้น จะต้องงดออกเสียงเพื่อสร้างความโปร่งใสในกระบวนการสรรหา
อย่างไรก็ตาม มีชัย ปฏิเสธแสดงความ เห็นกรณี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ในด้านการเมือง โดยมูลนิธิมีชัยคุณหญิงอัมพร ฤชุพันธุ์ ถูกวางให้เป็นประธาน สปช.ว่าไม่ทราบ แต่บวรศักดิ์เป็นคนเก่ง มีประสบการณ์จึงอยากให้เป็น สปช. แต่จะได้รับเลือกหรือไม่ ยังไม่ทราบ
สำหรับกรรมการสรรหาในด้านอื่นนอกเหนือจากนี้ ยังไม่มีท่าที หรือวิธีการสรรหาที่ชัดเจน เช่น “ณรงค์ชัย อัครเศรณี” ประธานคณะกรรมการสรรหาด้านเศรษฐกิจ บอกว่า ต้องสรรหาบุคคลที่ครอบคลุมภาพรัฐและเอกชน พร้อมดันคนจากโควตาเศรษฐกิจอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10 คน ให้นั่งใน สปช. เพราะเป็นด้านที่มีความสำคัญและต้องเร่งปฏิรูป
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ในฐานะกรรมการสรรหาด้านอื่นๆ ระบุว่า ได้วางกรอบพิจารณาบุคคลไว้ 6 ประเภท ได้แก่ 1.คุณธรรม จริยธรรม และศาสนา 2.ด้านระเบียบวินัย 3.ความสามัคคีปรองดอง 4.ด้านสังคม 5.การกีฬา และ 6.ศิลปวัฒนธรรมหากผู้สมัครท่านใดมีคุณลักษณะผิดไปจากนี้ขอคัดออก วางกรอบให้คัดกันง่ายๆ ได้ผลจริงๆ
ด้านฟากการศึกษาที่มีผู้เสนอชื่อเข้ามามากเป็นอันดับหนึ่ง ยังไม่กล้าตั้งเกณฑ์คัดคน อ้างต้องรอเห็นชื่อก่อนวางโครงร่าง โดย คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบายว่า ขณะนี้มีการเสนอชื่อเข้ามาในด้านการศึกษากว่า 700 คน คณะกรรมการฯ ทั้ง 7 ท่าน จะต้องกลับไปดูรายชื่อทั้งหมด พร้อมทำชอร์ตลิสต์เพื่อนำมาหารือและลงมติอีกครั้ง ก่อนพิจารณาให้รายชื่อเฉลี่ยตามวิชาชีพต่างๆ อาทิ ครู คณะกรรมการการศึกษา สถาบันการศึกษาไม่ว่าในระบบ หรือนอกระบบ ฯลฯ
ทั้งหมดจึงต้องเกาะติดในกระบวนการ คัดเลือก สปช.ทั้ง 11 ด้าน ว่าจะสร้างความโปร่งใสยุติธรรม หรือตามใบสั่งหรือไม่ อีกไม่นานจะได้รู้กัน







