
เชื่อมั่นศก.ฟื้น
ดัชนีทะยานสูงสุดในรอบ13เดือนหลังตั้งครม.เร่งกระตุ้นเบิกจ่ายงบบัณฑูรชงดันเอสเอ็มอีโกอินเตอร์
ดัชนีทะยานสูงสุดในรอบ13เดือนหลังตั้งครม.เร่งกระตุ้นเบิกจ่ายงบบัณฑูรชงดันเอสเอ็มอีโกอินเตอร์
คนไทยคาดหวังรัฐบาลประยุทธ์ 1 ดันเศรษฐกิจฟื้น หลังมี ครม.ใหม่
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าบริหารประเทศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือนซ้อน ผลการสำรวจในเดือน ส.ค. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 80.1 สูงสุดในรอบ 13 เดือน สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนมีความหวังมากขึ้นหลังจากจัดตั้ง ครม. ซึ่งจากการสำรวจความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองมีค่าดัชนีอยู่ที่ 87.5 สูงสุดในรอบ 88 เดือน และคาดการณ์ในอีก3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 98.4
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การบริโภคในประเทศเพิ่งผ่านจุดต่ำสุดไป ดังนั้นตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป รัฐบาลใหม่ต้องเร่งอัดฉีดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชัดเจน การบริโภคของประชาชนจะเริ่มดีขึ้นในช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป ช่วยผลักดันให้ปีนี้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) น่าจะขยายตัวได้ที่ 1.52% ในขณะที่ปี 2558มีโอกาสขยายตัวได้ที่ 45%
นอกจากนี้ยังต้องดูแลราคาสินค้าเกษตรให้ได้ราคาดี โดยเฉพาะข้าวหากรักษาระดับให้อยู่ที่ 8,000-9,000 บาทต่อตัน จะทำให้เกษตรกรมีรายได้แต่ถ้าการส่งออกข้าวยังได้ราคาที่ต่ำกว่าเวียดนาม ก็อาจทำให้กำลังซื้อในประเทศลดลงไปได้
อย่างไรก็ตามการเบิกจ่ายงบประมาณไปลงทุนในต่างจังหวัด จะทำให้เกิดการจ้างงาน อย่างกรณีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แม้จะเป็นการใช้งบในการบำรุงรักษา แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยผ่านการใช้งบประมาณของท้องถิ่น ประกอบกับคสช.อาจมีการยกเลิกกฏอัยการศึกในจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว และสนามบิน จะทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น เกิดการเช่าเหมาลำของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย
vpjk’wiอย่างไรก็ดี หากเศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้แรงกดดันจะกลับมาที่รัฐบาล หากมีการอัดฉีดงบลงทุนไปแต่ไม่ได้ผลคงต้องหวังพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งการยกเลิกกฎอัยการศึกจะเป็นปัจจัยบวกอีกทางหนึ่งในการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้
ด้าน นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี มีเพียงการท่องเที่ยวที่ขยายตัวไม่ดีนัก ในปีนี้อัตราการขยายตัวของสินเชื่อทั้งระบบจะอยู่ที่ 8% จากการลงทุนของภาคเอกชนเป็นหลัก การลงทุนภาครัฐยังมีไม่มากนัก แต่จะสูงขึ้นมากในปีหน้าตามโรดแมปลงทุนของรัฐบาล
ขณะเดียวกันประเมินว่าในปีหน้า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และอัตราการขยายตัวของสินเชื่อทั้งระบบจะเติบโตมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลมีการดำเนินนโยบายต่างๆ ออกมาแล้ว และมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐเพิ่มมากขึ้น
สำหรับ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่มีการจัดตั้งออกมาแล้ว ถือว่า เป็น ครม.ที่ใช้ได้ และมีหน้าตาที่ดูดี พร้อมกันนี้ รัฐบาลชุดนี้ก็ให้ความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ มีการปรับบูรณาการทำงานของภาครัฐใหม่ทั้งหมด ถือว่า มีความเข้าใจในภาคธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ อยากเสนอให้ปรับการช่วยเหลือด้วยการค้นหาเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพสูง มีความคิดแปลกใหม่ สามารถพัฒนาสินค้าที่แตกต่าง และตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ต้องเข้าไปช่วยผลักดันให้เติบโตเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศและตลาดโลก โดยในสัปดาห์หน้าธนาคารจะลงนามความร่วมมือกับโตเกียว เอสเอ็มอี เซ็นเตอร์ ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในอาเซียนและไทย







