
สภาปฏิรูปป่วนแน่
ปิดแฟ้มรับสมัครผู้เสนอตัวเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปแล้ว จากนี้ต่อไปคณะกรรมการสรรหา สปช.
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ปิดแฟ้มรับสมัครผู้เสนอตัวเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปแล้ว จากนี้ต่อไปคณะกรรมการสรรหา สปช. จะเริ่มทำการคัดเลือก สปช. ส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คัดเลือกให้เหลือ 250 คน
ทว่าประเมินจากกระบวนการสรรหา สปช.เวลานี้ พยากรณ์ล่วงหน้าได้เลยว่าผลลัพธ์สุดท้ายคงยากที่จะหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนวุ่นวายในอนาคต
ประการแรก แม้จะมีกระบวนการขั้นตอนที่วางไว้อย่างเป็นระบบเพื่อคัดกรองบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมเป็นทีมงานปฏิรูป แต่ข้อกังขาจากหลายฝ่ายยังเห็นว่าวิธีการคัดสรร สปช.นี้เป็นเพียงแค่พิธีกรรม ซึ่งสุดท้าย คสช.มีสิทธิใช้อำนาจเด็ดขาดเลือกรายชื่อที่มีในใจอยู่แล้วมาเป็น สปช. ตามที่ต้องการได้จากตัวเลือกที่มีอยู่แล้ว
ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาทั้งการคัดเลือกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี มีข้อเคลือบแคลงเรื่องการดึงเอาบุคลากรที่ความใกล้ชิดกับ คสช.เป็นหลัก ทำให้เลือก สปช. รอบนี้เป็นไปได้สูงว่าจะซ้ำรอยเดิม
สัญญาณอย่างหนึ่งที่อาจเป็นตัวชี้วัดได้ คือ รายชื่อของคณะกรรมการสรรหา สปช. ทั้ง 11 ด้าน ที่ล้วนแต่เป็นคนใกล้ชิด คสช.แทบทั้งนั้น
ดังนั้น หากโฉมหน้า สปช.ปรากฏออกมาเป็นเครือข่าย มือไม้ คสช.ส่วนใหญ่ย่อมทำให้กระบวนการปฏิรูปที่จะเดินหน้าไม่เป็นที่ยอมรับและส่งผลไปถึงผลลัพธ์สุดท้าย
โดยเฉพาะรอบนี้มีข่าวกระเส็นกระสายมาโดยตลอดว่า เก้าอี้ สปช.อาจเป็นตำแหน่งปลอบใจให้กับผู้พลาดหวังจาก สนช. รัฐมนตรีที่เต็มไปด้วยสัดส่วนจากกองทัพ
ประการต่อมา จากรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น สปช.เกือบ 7,000 คน ผ่านกรรมการสรรหาเลือกขั้นแรกส่งให้ คสช.เลือกรอบสุดท้ายเหลือ 250 คน
แน่นอนว่าคัดเลือก สปช.รอบนี้ต้องมีผู้ที่พลาดหวังไม่ได้รับตำแหน่งหลายพันคน บุคคลกลุ่มที่ได้รับการเสนอชื่อแต่ไม่ผ่านการคัดเลือกของ คสช. ย่อมกลายเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงที่จะปะทุกลายเป็นกลุ่มสร้างความปั่นป่วนในอนาคตได้ หากไม่จัดที่ทางรองรับทั้งในแง่การมีส่วนร่วม การแสดงความคิดเห็น หรือเสนอแนะ
ยิ่งหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณไปถึงกลุ่มป่วน กลุ่มขัดแย้ง กลุ่มเห็นต่าง ที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างถนน ให้ส่งตัวแทนเข้ามาร่วมทำงานกับ สปช. อย่างเช่น กลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน
ดังนั้น หากในสัดส่วนของกลุ่มปฏิรูปพลังงานฯ ไม่ปรากฏชื่อตัวแทนจากกลุ่มขาหุ้นฯ หรือมีน้อยเกินไปย่อมปิดทางการแสดงออกของกลุ่มนี้ ทำให้โอกาสที่จะต้องเบนเข็มออกไปเคลื่อนไหวข้างถนนเช่นเดิมเป็นไปได้สูง
ซึ่งหากไปผนวกกับกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาชน ชาวบ้าน เกษตรกร ชาวนา ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละเรื่อง ซึ่งถูกตัดตอนไม่ให้เข้ามาในสภาปฏิรูปฯ ย่อมบีบให้กลุ่มเหล่านี้ไปเคลื่อนไหวนอกระบบ
เวลานี้สารพัดม็อบที่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องการปฏิรูป ตั้งเค้าเตรียมออกมาเคลื่อนไหว และนั่นจะเป็นแรงเสียดทานต่อทั้งการบริหารประเทศและการปฏิรูปประเทศ
รวมทั้งจะกระตุ้นให้กลุ่มการเมือง กลุ่มต้านรัฐประหาร กลุ่มขั้วอำนาจเก่าอาศัยจังหวะนี้ออกมาผสมโรงเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล คสช. ที่จะเป็นแรงบวกซ้ำเติมสถานการณ์
อีกประการสำคัญที่จะทำให้กระบวนการทำงานของ สปช. มีปัญหา คือ เมื่อกลุ่มบุคคลซึ่งไม่มีที่นั่งใน สปช. ทางออกที่จะทำได้คือการส่งข้อเสนอแนะไปให้ สภาปฏิรูปฯ พิจารณา ซึ่งย่อมมีหลากหลายข้อเสนอแนะจากหลากหลายกลุ่ม
แน่นอนว่าการหาข้อสรุปในประเด็นปกติบางครั้งยังเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเวลานี้ในยุคที่สังคมเห็นต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน การพิจารณาหาข้อสรุปในประเด็นปฏิรูปที่เป็นเรื่องใหญ่ความเห็นที่แตกต่างย่อมหาข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับด้วยกันทุกฝ่ายย่อมยากยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างแค่ประเด็นเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ว่าจะให้กระจายอำนาจไปขึ้นกับท้องถิ่น หรือประเด็นเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แค่สองประเด็นนี้ก็ถกเถียงหาข้อสรุปกันไม่จบ
ไหนจะมีทั้งกลุ่มการเมือง อย่าง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ที่สงวนสิทธิไม่ส่งตัวแทนร่วมเป็น สปช.แต่จะส่งเป็นข้อเสนอแนะแทน
เช่นเดียวกับกลุ่ม กปปส.ที่แปลงโฉมเป็น “มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” ผลักดันประเด็นการปฏิรูปผ่าน สปช. โดยเฉพาะในหัวข้อที่เคยเป็นประเด็นเคลื่อนไหวก่อนการรัฐประหาร
สุดท้ายข้อเสนอที่จะหลั่งไหลมาจากหลายกลุ่มหลายฝ่าย โดยมีเป้าหมายตามที่ตัวเองต้องการ ย่อมส่งผลให้การหาข้อสรุปการปฏิรูปปั่นป่วนมากยิ่งขึ้น







