posttoday
เมื่อสายลับเป็นรัฐมนตรี

เมื่อสายลับเป็นรัฐมนตรี

04 กันยายน 2557

เมื่อดูรายชื่อบรรดารัฐมนตรีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่า “ไม่ขี้เหร่” และคิดว่า การยึดอำนาจครั้งนี้จะ “ไม่เสียของ” เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ปรากฏรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งแต่ชุด 1 เป็นต้นมา มีแบ็กกราวด์เสียหายด้านต่างๆ นัยหนึ่ง หลายคนมี “รอยตำหนิ” บางคนได้รับแต่งตั้งเพื่อเป็นการตอบแทนให้หมดหนี้บุญคุณกัน บางคนแต่งตั้งเพราะเป็นนายทุนของพรรคที่จ่ายหนักในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ฯลฯ ในขณะที่รัฐบาลประยุทธ์ 1 แม้มาจากการยึดอำนาจ และมีทหารใหญ่เข้ามาหลายคน แต่ยังไม่มีเสียงวิจารณ์ว่าใครมีรอยด่างหรือรอยตำหนิ

เมื่อดูรายชื่อบรรดารัฐมนตรีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่า “ไม่ขี้เหร่” และคิดว่า การยึดอำนาจครั้งนี้จะ “ไม่เสียของ” เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ปรากฏรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งแต่ชุด 1 เป็นต้นมา มีแบ็กกราวด์เสียหายด้านต่างๆ นัยหนึ่ง หลายคนมี “รอยตำหนิ” บางคนได้รับแต่งตั้งเพื่อเป็นการตอบแทนให้หมดหนี้บุญคุณกัน บางคนแต่งตั้งเพราะเป็นนายทุนของพรรคที่จ่ายหนักในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ฯลฯ ในขณะที่รัฐบาลประยุทธ์ 1 แม้มาจากการยึดอำนาจ และมีทหารใหญ่เข้ามาหลายคน แต่ยังไม่มีเสียงวิจารณ์ว่าใครมีรอยด่างหรือรอยตำหนิ

ครม.ชุดนี้ มีรัฐมนตรีป้ายแดงที่อยากจะเขียนถึง คือ คุณสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ทั้งสองคนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนแรกจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2557 นี้ ในขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ว่ายังเหลืออีก 2 ปี

คุณสุวพันธุ์ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี คุณสุวพันธ์ุเป็น “ลูกหม้อ” ของ สขช.ที่มีความรู้และประสบการณ์การทำงานข่าวกรองอย่างโชกโชน ถือว่าเป็นความภูมิใจของ สขช.ที่มีผู้นำหน่วยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี

คาดว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกคุณสุวพันธ์ุ น่าจะเป็นเพราะได้ทำงานร่วมกันในยามที่ชาติเผชิญกับวิกฤตตั้งแต่ปี 2553 เมื่อมีขบวนการก่อการจลาจลเผาบ้านเผาเมืองก่อการร้าย และได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในช่วงปี 25562557 มีการใช้ความรุนแรงและพัฒนากองกำลังต่อเนื่องจากปี 2553 เพื่อต่อสู้กับทหารหากมีการยึดอำนาจ ผลงานเด่นที่ สขช.และทหารทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด คือการเปิดโปง “ขอนแก่นโมเดล” จนนำไปสู่การจับกุมแกนนำร่วม 30 คน และการสืบสวนทางลับจนนำไปสู่การขัดขวาง จับกุมขบวนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบมาโดยตลอด

คุณสุวพันธุ์ที่ยืนหยัดจุดยืนความเป็น“มืออาชีพ” ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะในช่วงปี 2555-2557 นี่เป็นสิ่งที่คนใน สขช.ได้รับการสั่งสอนและยึดมั่นใน “วิชาชีพ” ของตนอย่างเคร่งครัด สิ่งที่คน สขช.ได้รับการสั่งสอนและยึดมั่นตลอดมาคือ สขช.ทำงานด้านข่าวกรองให้ “รัฐบาล” ไม่ใช่ทำงานให้พรรคการเมืองหนึ่งใด สขช.ทำงานให้ “นายกรัฐมนตรี” แต่ไม่ได้ทำงานให้กับ นายก ข ค หรือหัวหน้าพรรคการเมือง สขช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา รู้ก็บอกว่ารู้ ไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้แต่จะหาให้ ส่วนข่าวการเมืองนั้น สขช.ไม่มีหน้าที่และไม่มีความชำนาญในเรื่องนี้ หากอยากรู้ข่าวการเมืองก็ควรไปใช้หน่วยอื่น นี่คือความหมายของคำว่า “มืออาชีพ”

ในช่วงปลายรัฐบาลชุดที่แล้ว รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งรับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงฟังรายงานข่าวจากตำรวจเป็นหลัก เขาไม่ค่อยพอใจ สขช. เพราะบ่อยครั้งรายงานของ สขช.ไม่ตรงกับตำรวจ รองนายกรัฐมนตรีคนนี้ถึงกับเอ่ยปากขอร้องแกมบังคับให้ สขช.รายงานข่าวให้สอดคล้องกับตำรวจ โดยยึดข่าวของตำรวจเป็นหลัก แต่ สขช.ยืนยันว่า สขช.จะรายงานข่าวที่เป็น “ความจริง” เท่านั้น ไม่สามารถรายงานข่าวในสิ่งที่ “รัฐบาลอยากฟัง” รายงานความจริงบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่อยากฟัง หรือไม่พอใจ ส่วนฟังแล้วจะเอาข่าวนั้นไปใช้หรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องของรัฐบาล ผู้เขียนเห็นมาหลายรายแล้ว รัฐบาลที่ไม่ยอมฟังความจริงจากรายงานของหน่วยข่าวอาชีพ หรือคิดว่าตัวเองรู้ดีกว่า รัฐมนตรีบางคนจัดตั้งหน่วยข่าวของตนเองลับๆ หาข่าวรายงานรัฐบาลโดยตรง ในที่สุดรัฐบาลก็พังไม่เป็นท่า

ความเป็นมืออาชีพนั้นพร้อมจะยืนหยัดท่ามกลางพายุการเมืองที่รุนแรงและฟุ้งกระจายแทบมองไม่เห็นอะไร แต่เมื่อพายุผ่านไป เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างท้าทาย หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีก็เป็น “มืออาชีพด้านการทหาร” ทั้งสองคนต่างก็เป็น “มืออาชีพด้านความมั่นคง” ด้วยเหตุนี้คงเข้าใจกันดี อีกทั้งผู้อำนวยการ สขช.ต้องเป็นคนไม่พูดมากซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ คงถูกใจ

อีกคนหนึ่งซึ่งถือว่าเป็น “มืออาชีพ” ของกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองในประเทศซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงเช่นกัน คือ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ม.ล.ปนัดดา เป็น “ผู้ดี” และเป็น “สุภาพบุรุษ” เต็มตัว ท่านมีชื่อเล่นว่า “คุณเหลน” ตามที่คุณพ่อคือ พล.ต.ม.ร.ว.สังขดิศ ดิศกุล อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตั้งให้ เพราะเป็นเหลนของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้ก่อตั้งกระทรวงมหาดไทย คำว่าปนัดดาก็แปลว่า เหลน แม้ใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาในต่างประเทศ แต่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของไทยเป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าเป็นคนไทยตัวอย่างให้กับอนุชนรุ่นหลังใช้เป็นแบบอย่างได้

ม.ล.ปนัดดา ได้เน้นตลอดมาถึงความเป็น “ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และยึดหลักการเป็นข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ สุจริต การทำงานเพื่อประชาชน ท่านเน้นให้เพื่อนข้าราชการได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและน้อมนำเอาพระราชดำรัสในวาระต่างๆ มาปฏิบัติ เป็นข้าราชการแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านจะพูดปกป้องสถาบันชาติและราชบัลลังก์ตลอดมา ม.ล.ปนัดดา มุ่งเน้นการปฏิรูประบบราชการไทยและปฏิรูปตัวข้าราชการให้มุ่งปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล เน้นการให้บริการประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปรับปรุงตัว ปรับเปลี่ยนแนวคิดเลิกทุจริตคดโกงอย่างเด็ดขาด ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ที่สำคัญคือ ท่านได้เรียกร้องให้คนไทยเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของชาติ และเคารพจารีตประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน

ใครมีโอกาสเข้าประชุมกับ ม.ล.ปนัดดา หรือเวลาท่านบรรยายหรือให้สัมภาษณ์ จะได้ฟังน้ำเสียงที่นุ่มนวล สุภาพเรียบร้อย ไม่ถือตัว ท่านเป็นคนน่ารักมาก มีความเป็นผู้ดีและสุภาพบุรุษเต็มตัว นายกรัฐมนตรีคงมองเห็นศักยภาพในด้านนี้ที่จะมาช่วยงานรัฐบาลได้ดีโดยเฉพาะการปฏิรูประบบราชการและตัวข้าราชการ เพราะฉะนั้นทหารและประชาชนต้องช่วยกันปกป้องท่านจากการข่มขู่คุกคามของกลุ่มอิทธิพลการเมืองท้องถิ่นที่ห่วงแต่ผลประโยชน์ของตนเอง เพราะถ้าไม่ช่วยปกป้องคนดีแล้วจะไปปกป้องใคร

คุณสุวพันธุ์คงได้รับมอบหมายให้ดูแล สขช. เพื่อสร้างหลักประกันว่า รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่มีจุดบอดด้านการข่าว สำหรับ ม.ล.ปนัดดา นั้น อยากฝากท่านให้ช่วยปฏิรูปสื่อของรัฐที่อยู่ในความดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี เช่น กรมประชาสัมพันธ์ อสมท ให้เป็นสื่อที่รับใช้ประเทศชาติและประชาชนมากกว่ารับใช้นักการเมืองเช่นที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท