
"บิ๊กตู่"มอบแนวทางสรรหาสปช.ยันไม่ล็อกสเปก
“ประยุทธ์” มอบนโยบายคัดเลือกสปช.ยันไม่มีการล็อกสเปก รอนำครม.ถวายสัตย์ ขออย่ากังวล เตือนสื่อ อย่ามโน มีแก๊งบูรพาพยัคฆ์
“ประยุทธ์” มอบนโยบายคัดเลือกสปช.ยันไม่มีการล็อกสเปก รอนำครม.ถวายสัตย์ ขออย่ากังวล เตือนสื่อ อย่ามโน มีแก๊งบูรพาพยัคฆ์
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. เวลา 09.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายแนวทางการดำเนินการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกวันที่ค่อนข้างตื่นเต้น เพราะว่าอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่มากมาย ก็คิดว่าจะพูดอะไรกันดี จะพูดสไตล์แบบตนเองหรือจะพูดแบบทางการ แต่คิดว่าตนเปลี่ยนตัวเองได้ไม่มากนัก ก็คงพูดคุยทำความเข้าใจกัน เพื่อให้เห็นความตั้งใจและจริงใจในการปฏิรูป ถือว่าวันนี้ตนอยู่ท่ามกลางผู้มีเกียรติ และคนที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและดูแลประชาธิปไตยไทยให้ไปสู่การเป็นประชาธิปไตยแบบสากลแต่สอดคล้องกับความเป็นไทยที่เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากการรายงานของนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือเป็นความสำเร็จของพวกเราทุกคน เป็นที่น่ายินดีที่มีคนเข้ารับการคัดสรรเป็นจำนวนมาก ตนขอขอบคุณทุกฝ่าย วันนี้เรากำลังเดินเข้าสู่โรดแม็พระยะที่ 2 คือการมีรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) และได้มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งครม.แล้ว เหลือเฉพาะการถวายสัตย์ปฏิญาณตน ซึ่งไม่ต้องกังวล เพราะถือเป็นพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้มีการทำงานร่วมกันในแต่ละกระทรวงตั้งแต่โรดแมประยะที่ 1 โดยใช้ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินปกติเป็นส่วนใหญ่ แต่บางอย่างต้องการความเร่งด้วยในการขับเคลื่อนจึงใช้อำนาจของคสช. อยากให้ทุกคนสบายใจว่าคสช.ไม่ได้มุ่งหวังมีอำนาจใดๆทั้งสิ้น แต่มุ่งหวังให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง วันนี้อาจจะมีการแต่งเครื่องแบบทหารมา ซึ่งบางคนบอกว่าไม่ควรแต่งเครื่องแบบ ตนก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร เพราะยังไม่เกษียณอายุราชการ เพราะขณะนี้ยังเป็นการบริหารราชการที่มีคสช.อยู่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า พระองค์ท่านทรงมีพระชนมมายุมากแล้วการถวายสัตย์ปฏิญาณตนยังไม่เรียบร้อย สิ่งที่พวกเราทุกคนต้องทำคือการถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงแข็งแรงและอยู่เป็นสิ่งขวัญให้พวกเราได้อย่างยาวนาน เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องทำเพื่อแผ่นดินแห่งพระมหากษัตริย์แผ่นดินนี้ขึ้นมาให้ทัดเทียมนานาประเทศ วันนี้อยู่ในโรดแมประยะที่ 2 ต้องทำให้บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย เราจะมาสร้างประวัติศาสตร์กัน เพราะการปฏิรูปประเทศไทยไม่เคยเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในการเริ่มต้นประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ 22 พ.ค. ที่ผ่านเป็นประวัติศาสตร์ทั้งสิ้นว่าเราจะทำอะไรให้แผ่นดินนี้ ที่ผ่านมาทุกกระทรวงได้ทำงานด้วยดีเสมอมา เพื่อเตรียมการปรองดองสมานฉันท์นำไปสู่การปฏิรูป รวมถึง 3-4 เดือนที่ผ่านมาบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น ทุกคนทราบดีว่าเราต้องดำเนินการทางกฎหมายให้ต่อเนื่อง เพื่อรักษาสถานภาพในขณะนี้ให้ได้ที่ประชาชนทุกคนและทุกฝ่ายมีความพอใจ อาจจะกระทบกระเทือนบางฝ่ายบ้าง ซึ่งต้องดูแลต่อไปโดยเป็นหน้าที่ของครม.ใหม่ที่ต้องดูแลให้เป็นรูปธรรมไม่ให้เป็นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
"วันนี้เราได้ทำงานตามโรดแมปที่วางไว้ ผมได้กำหนดตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นมาก็คิดและปรึกษาที่ปรึกษาที่มีหลายคณะว่าจะทำอะไรและอย่างไรต่อไป ผมอ่านสิ่งพิมพ์และโฆษณา อ่านแล้วก็ปวดหัว เพราะมีคนละทางสองทาง เราจะทำให้ทุกอย่างเข้าไปอยู่ในกรอบว่าทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาได้โดยไม่มีการชี้นำ เพราะฉะนั้นขณะนี้กำลังก้าวเข้าสู่การจัดตั้งสปช. ขอขอบคุณสื่อทุกแขนงที่ได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์การสมัครสปช. เป็นไปได้ด้วยดี จากนั้นเราจะคัดเลือกคนอย่างไรให้คน 8,000-9,000 คน เหลือ250 คน ท่ามกลางความสนใจและความกดดันต่างๆที่เกิดขึ้น วันนี้มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีผลกระทบและมีส่วนร่วมในความขัดแย้ง รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการปฏิรูปเข้ามาสมัครทั้งหมด ดังนั้นเรื่องนี้อยากให้คณะกรรมการคัดสรรทุกคนพิจารณาให้เป็นธรรมว่าทำอย่างไรจะปฏิรูปได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งต่อไป แต่ละคณะมียอดที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่าประชาชนสนใจกลุ่มใดมากกว่า แสดงว่าเรื่องนั้นคือปัญหาสำคัญที่จะต้องดำเนินการให้ได้โดยเร็ว เพราะฉะนั้นจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เป็นงานที่ยากที่จะคัดคนเหล่านี้เข้ามาให้เหมาะสม ทั้งนี้ผมจะหาโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจะร่วมมมือกับเรา ได้อย่างไร จำเป็นต้องนำเข้าเข้ามาด้วย การคัดสรรจากวันนี้เป็นต้นไป เราจะนำมาพิจารณาและเสนอให้คสช. พิจารณาอีกครั้งโดยเร็ว" หัวหน้าคสช. กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้คณะกรรมการคัดสรร 11 คณะยังมีหัวข้อย่อยอีกเพื่อเดินหน้าประเทศต่อไป เช่นการทุจริตและให้เกิดความโปร่งใสในการบริหาร ราชการทั้งในส่วนการเมือง ข้าราชการ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นขอให้ดำเนินการให้ดี วันนี้คัดเลือกมาโดยมีเวลาจำกัด ต้องดำเนินการด้วยความละเอียดถี่ถ้วน ในส่วนผู้สมัครแต่ละด้านจะถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการคัดสรรให้เหลือด้านละ 50 คน ในจำนวน 11 ด้าน จะได้ 550 คน จากนั้นคสช.ก็จะตั้งคณะกรรมการของคสช.คัดเลือกให้เหลือ 173 คน และในส่วนของตัวแทนจังหวัด จังหวัดละ 77 คน ทั้งนี้ไม่ต้องห่วงว่าจะล็อคสเปค เพราะไม่รู้จักใครสักคน ถือว่าเป็นโอกาสให้ทุกเคนเข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามขอฝากคณะกรรมการสรรหาแต่ละด้าน และคสช. คัดเลือกด้วยความละเอียด รอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณภาพ มุ่งมั่น เสียสละอย่างแท้จริง เพื่อเข้ามาเป็นสนช.ที่ต้องทำงานเพื่อให้ประเทศไทยมีการปฏิรูปโดยมีผลสัมฤทธิ์ที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นอนาคตและประชาธิปไตยที่เหมาะสม และปฏิรูปประเทศไทยด้านต่างๆมีความเจริญก้าวหน้า ประชาชนมีความผาสุกอย่างยั่งยืน นอกจากนี้การมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนอกจากนี้สปช.นั้น ทางคสช.ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งจึงได้กำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนโดยในช่วงที่ระยะที่ 1 มีสำนักงานปฏิรูป ที่ผ่านมามีการถกแถลงและได้ข้อสรุปมาเป็นหนังสือ ซึ่งข้อสรุปจากหนังสือดังกล่าวไม่ได้เป็นการชี้นำ แต่เป็นแนวทางส่วนหนึ่งในการที่จะคิดต่อหรือคิดใหม่ และไม่ได้เป็นการตีกรอบให้สปช. ทั้งนี้ตนจะมอบให้ผู้เกี่ยวข้องได้นำไปศึกษา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อตั้งสปช.แล้ว กระบวนการต่อไปจะทำอย่างไรให้ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกเป็นสปช.เข้ามามีส่วนร่วมให้ได้ เพราะฉะนั้นในช่วงระยะที่ 2 ตนจะให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทำงานควบคู่ไปกับสปช. เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนส่งมาให้ ต่อจากนั้นจะส่งให้เลขาธิการรัฐสภา เพื่อส่งไปให้สปช. ให้ได้คลอบคลุมทุกเป้าหมายที่ต้องการ ทั้งนี้ในส่วนภูมิภาคได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ระดับภาค หรือระดับจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมเป็นผู้รวบรวมความคิดเห็น เพื่อให้ควบคู่ไปพร้อมกับสปช. ด้วย
"เราต้องเข้าใจตรงกัน ผมไม่ใช่นักวิชาการ ผมจะพูดในข้อเท็จจริงที่ประสบมาจากเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ เราต้องเข้าใจตรงกันว่าการปฏิรูป คือการที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้าได้อย่างไร และต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง คือปรับปรุงสิ่งที่ยังบกพร่องอยู่ให้ดีขึ้น ไม่ให้มีปัญหาขึ้นในอนาคต ส่วนการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยทำ หรือจะทำขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นต้องปฏิรูปให้คลอบคลุม ในเรื่องการแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ทั้งการบริหาร กฎหมายกฎกระทรวง เราทำได้อยู่แล้วตามกลไกปรับปรุงไม่ให้มีปัญหา แต่สิ่งที่จะปฏิรูปนั้นต้องแยกออกไป เพื่อจะไม่ให้มีปัญหาในอนาคต" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้แนวทางไว้อย่างแรกจากการปฏิรูป 11 ด้าน ที่จะแตกออกเป็น ร้อยเรื่องนั้นจะให้มาทำทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะมีระยะเวลาจำกัด เพราะปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก เช่น ด้านการเมือง เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปที่บีบรัดเข้ามา ดังนั้นทางเราต้องไปกำหนดให้ชัดเจน ว่าสิ่งที่อยากเน้นย้ำ คือการจัดระเบียบการปฏิรูปให้ได้ว่าจะทำอะไรก่อนแล้วก็ทำทันทีให้มีผลสัมฤทธิ์ และอะไรที่จะส่งต่อเพื่อให้เกิดความยั่งยืนเช่น ปฏิรูปการศึกษา และมีอีกมากมาย จนกระทั่งการปรับปรุงโครงสร้างสังคมต่างๆ
"วันนี้หลายคนบอกว่าการปฏิรูป การเลือกตั้งที่บอกๆว่าต้องให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคน ทำนั้น ผมอยากบอกว่าแล้วทำได้หรือไม่ ซึ่งเห็นว่าบอกมาหลายรัฐบาลแล้ว ไม่ว่าตอนไหนก็แล้วแต่ อะไรที่ทำก่อน หรือทำหลัง พอเราจัดให้ทำ ก็บอกว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งมันก็ไม่เป็นธรรมกับผม ซึ่งผมถือว่า การทำก่อนทำจริง และมีผลสัมฤทธิ์ โดยจะมีตัวชี้วัดในทุกวันนี้เป็นการให้คะแนนรายบุคคล แต่ปัจจุบันนี้จะทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว ผมได้ให้แนวทางไปแล้ว แต่ไม่ทราบหลักการจะผิดหรือถูก แต่ผมคิดว่าจะต้องเป็นผลชี้วัดของทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน ที่ไม่ใช้นำมาเพื่อชี้วัดตัวบุคคล" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลที่ส่งให้นั้นตนไม่ได้ทิ้งของใครเลย ทั้งที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ พรรคการเมือง ฝ่ายความขัดแย้ง ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกัน และกัน จนเกิดความเข้าใจ นอกจากนี้ ยังมีความคิดเห็นของ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นายแพทย์ประเวศ วะสี ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ และท่านอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทุกคนมีความคิดที่ตรงกัน และ เป็นประโยชน์ แต่ก็มีบางอย่างไม่ตรงกัน จึงต้องหาจุดที่จะจูนให้ตรงกัน โดยไม่มีอัตตา ตัวตน ทั้งสิ้น ซึ่งตนเคยบอกไว้ ถ้าหากคิดถึงแต่ตัวเอง ทำอะไรเพื่อใคร ก็จะไม่มีวันจบ ทั้งนี้อยากให้คิดไปข้างหน้า และก็ระวังหกล้ม แต่อย่ามาใช้คำที่สื่อเอาไปลงว่าผูกเชือกรองเท้าผ้าใบแล้วเดินเลย ซึ่งใครจะบ้าที่ไปทำอย่างนั้น เป็นการแปรเจตนาของตนผิด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาต่อไปที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุด คือการปฏิรูปการเมือง ซึ่งจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางคนบอกว่าดีแล้ว บางคนบอกว่าต้องปรับปรุงแก้ไข นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน ทันทีและต้องมีผลสัมฤทธิ์ เพราะเป็นอนาคตของเรา และอยากให้ระดมสติปัญญาของคนไทย ในการที่จะนำการเมือง ประชาธิปไตยแบบตะวันตก มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับคนไทย เพราะคนไทยไม่เหมือนกันชาติอื่นในโลกนี้ เป็นคนที่ชอบแสดงความคิดเห็นแต่ไม่ยอมรับความแตกต่าง ซึ่งคิดแบบนั้นไม่ได้ จึงต้องไปหาวิธีว่าทำอย่างไร ที่จะนำความแตกต่างมาเกิดผลิตโดยรวม อะไรที่ยังไม่เห็นด้วย ทำไม่ได้ ก็อย่าไปทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันทุกเรื่องก็แก้ไขอะไรไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะสร้างกลไกการปกครอง การใช้อำนาจรัฐอย่างไร โดยอย่าไปคำนึงว่า เพื่อป้องกันการยึดอำนาจในอนาคต ซึ่งอย่าไปคิดแบบนั้น ถ้าไม่มีสาเหตุไม่มีใครไปยึดอำนาจอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าดีอยู่แล้วใครจะมายึด จะมายึดให้มันโง่ทำไม ดังนั้นจะต้องไปแก้ไขปัญหาให้ได้ อย่าไปคำนึงตรงนั้น ต้องคำนึงว่า บุคคลที่จะมาเป็นรัฐบาล และนักการเมืองนั้น จะมาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ได้มาจากสิ่งที่ตนพูด อย่าไปกังวล แต่จะต้องกังวลว่าจะไปกันอย่างไรในวันหน้า ผู้รู้เขียนมาว่าระบบรัฐสภาสมัยก่อน มีสภาคู่ มีรัฐสภา และ รัฐบาล ก็มีอำนาจแยกกันอยู่มาเป็น 100 ปี ที่มีประชาธิปไตย หลังจากนั้นก็มี ส.ส. มีพรรคการเมือง และกลายเป็นอำนาจสภาเดี่ยว แบบอำนาจเดี่ยว ฉะนั้นกลายเป็นว่าสมัยก่อนสภาคุมรัฐบาล ได้ แต่วันนี้รัฐบาล และ สภา คุมกันไม่ได้ จึงต้องมีเสียงข้างมากพรรคเดียว หรือ หลายพรรคร่วมกัน กลายเป็นองค์กรเดียวในทางปฏิบัติ
"ผมไม่ได้ ชี้นำอะไรเลย จะเอาแบบเก่าก็แบบเก่า หรือจะเอาแบบใหม่ก็แบบใหม่ ผมไม่รู้ ผมได้ศึกษามาบ้างแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันออกไปทั้งเงื่อนไข กลไกในการบริหารประเทศ หรือ พฤติกรรมของนักการเมือง หรือพรรคการเมือง รวมถึงการเอาใจใส่มาตรฐานทางการเมือง สังคม และสื่อมวลชน ซึ่งทุกเรื่องหากโยนให้รัฐบาลหมดก็ไม่ได้ ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาดูแลชาติบ้านเมือง ทั้งรัฐบาล ประชาชน เอกชน และ ประชาสังคม ที่จะต้องร่วมมือกัน อย่าโยนปัญหานี้ให้คนนั้นคนนี้ ทุกคนในชาติจะต้องเข้มแข็งนั่นคือประเด็นสำคัญ ทั้งนี้จะทำอย่างไรให้คนในชาติเข้มแข็ง เมื่อคนในชาติเข้มแข็งทุกองค์กรก็จะมีความเข้มแข็งมีคุณภาพ และรัฐบาล นักการเมืองก็จะต้องมีคุณภาพ ซึ่งวันหน้าจะต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรให้นักการเมืองมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะต้องไปดูว่าโลกมันเปลี่ยนแปลง ไปอย่างไรแล้ว นักการเมืองควรจะต้องทำอย่างไร ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพลเรือน จะต้องทำตัวอย่างไร แต่จะมาบอกว่าทำแบบเดิม จะทำตามคำสั่ง ประเทศชาติก็จะถอยหลังกลับไปเก่า ทั้งนี้ยุโรปหลักการแยกกลไกบริหารและนิติบัญญัติออกจากกัน เหตุผลทราบดีกันอยู่แล้ว ซึ่งจะต้องนำไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ในการบัญญัติรัฐธรรมนูญก็มีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องทำต่อ โดยฟังเสียงจากสภาปฏิรูป ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้รัฐบาลที่เข้ามามีอำนาจบิดเบือนการใช้อำนาจ ข้อกฎหมาย หรือบทบัญญัติต่าง ๆ จะทำอย่างไร ซึ่งจะต้องไปทำให้จบ เพราะทุกอย่างเป็นกฎหมายหมด ไม่ใช่ว่าพูดเสร็จ หรือปฏิรูปเสร็จ และมีมติออกมาก็ทำเลย แต่จะต้องมีกฎหมายเข้ามาช่วย ฉะนั้นเรื่องอำนาจเผด็จการรัฐสภา ที่บางคนกล่าวว่า มีเผด็จการทหาร มีเผด็จการรัฐสภา ซึ่งเรื่องนี้จะต้องไปดูเพื่อให้เกิดความเสถียรภาพ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยเกินไป ถ้าดีก็ไม่ต้องเปลี่ยน หรือยุบสภาแล้วจะทำอย่างไร หรือกรณีที่นักการเมืองมีคดีความจะทำอย่างไร ใครจะสอบสวน หรือจะยุบสภา หรือเลือกตั้งใหม่ ก็จะต้องไปหากันให้ชัดเจน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะดำเนินการอย่างไรไม่มีการอาศัยเรื่องผลประโยชน์มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพื่อให้เกิดการปกครองแบบนั้น ซึ่งมันไม่ได้ แต่จะต้องอย่าลืมคำว่ามีเสถียรภาพของรัฐบาลได้ด้วย หากไม่มีเสถียรภาพมันก็ไปไม่ได้เหมือนกัน ทั้งนี้การพูดถึงแนวทางไม่ได้เป็น การชี้นำอะไร แต่ตนพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งวันนี้เป็นอะไรหลายอย่าง งงไปหมดแล้วว่าเป็นอะไรกันแน่ ตนถือว่าอยู่กับพี่ ๆ เพื่อนๆและข้าราชการทุกคนที่เป็นข้าราชการของแผ่นดินในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อ ทั้งนี้เราจะต้องช่วยกันลดความขัดแย้ง อะไรที่จะเป็นความขัดแย้งกรุณาลด ลงหน่อย ตนไม่ได้ไปจำกัดท่าน หรือ จำกัดสิทธิของสื่อมวลชน ตนไม่เคยไปทำร้ายอะไรใครสักคน เพียงแต่พูดคุยกันบ้าง เรียกมาคุยกันบ้าง หรือตักเตือนกันในฐานะพี่น้อง ตนขี้เกียจทะเลาะกับสื่อ เพราะทะเลาะไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร และสื่อก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากตน ตนก็ไม่ได้ทำตามอะไรสื่อ และสื่อก็ไม่ได้อะไรจากตนเหมือนกัน แต่อยากให้ท่านเสนอข้อเท็จจริง กรุณางดในเรื่องวิพากวิจารณ์ บางอย่างวิพากษ์วิจารณ์ตนขี้เกียจตอบ โต้ บางอย่างมันไม่ใช่ คิดแบบนั้นไม่ได้ เราเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ เราคิดอย่างพลเรือนคิดไม่ได้ เราจะต้องคิดตามกติกา ว่าจะทำอย่างไร สั่งกันอย่างไร เดินไปอย่างไร หรือวันข้างหน้าจะทำอย่างไร หรืออะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการคิดของทหาร แต่บางคนบอกว่าเป็นความคิดที่จำกัด ถ้าไม่จำกัดไว้เยอะกว่านี้ จะมีเรื่องสั่งมากกว่านี้ วันนี้สั่งไป 1,800 กว่าเรื่องแล้ว แต่เสร็จกี่เรื่องไม่รู้ บางเรื่องทำแล้ว บางเรื่องยังไม่ได้ทำ บางเรื่องก็ไปทำให้ยั่งยืนในระยะที่สอง และ ระยะที่สาม
"เลิก ได้แล้วว่าล็อกสเปก จะบอกว่าสเปกบูรพาพยัคฆ์ ที่สื่อไปพูด ไม่เคยมีหรอกไอ้บูรพาพยัคฆ์ หรือ วงศ์เทวัญ ไม่มี บูรพาพยัคฆ์อยู่ตะวันออก ใครอยู่ตรงไหนก็โตตรงนั้น เดี๋ยววันหน้าเมืองกาญจน์ขึ้นมาเติบโตก็จะบอกว่าเป็นทีมลาดหญ้า สื่อมโนไปเลย มโนตลอด ให้สื่อเขียนแบบมีข้อเท็จจริงหน่อย อย่ามะโน ถ้าอย่างนั้นให้ไปเขียนนิยาย อย่าติอย่างเดียว ชมบ้าง ที่ดี ๆ ไม่เห็นชมบ้างสักคำเลย พอถามว่าทำไมไม่ชมบ้าง ก็บอกว่าดีอยู่แล้วไม่ต้องชม แต่พอที่ติแล้วติอีกเรื่องเดิม ติมาจนผมจะเกษียณอยู่แล้ว 4 ปีแล้ว หากย้อนไป ผบ.ทบ.เก่าอีกหลาย ไม่ยอมเลิกเสียที ฉะนั้นพอได้แล้ว สื่อต้องปฏิรูปตัวเอง ท่านมีฐานันดรอยู่แล้ว ท่านจะต้องมีจรรยาบรรณ ผมไม่ได้ตำหนิอะไรเลย ชื่นชมตลอด ผมไม่ใช่คู่ปรับท่านอยู่แล้ว " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีตอนนี้อย่ากังวล เพราะได้มีช่องทาง ประสานงานตรงกันอยู่แล้ว เพียงขอให้ไว้ใจ ไม่ใช่แก็งค์บูรพาพยัคฆ์ ไม่มี ตนเกิดที่กรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) และไปที่บูรพามาหน่อยไปอยู่ 2-3 ปี ในกองทัพบกเหมือนกันทั้งสิ้น บังเอิญตนไปอยู่ที่นั่นมาเท่านั้นเอง และบังเอิญ ตนกับพี่ 2-3 คน ก็ตามกันมา สื่อก็ไปมโนเรื่องนี้กัน ตนพูดตรงนี้ดีแล้วไม่มีใครเถียงได้ ทั้งนี้อยากให้ทุกคนสบายใจและไว้ใจเราในการทำหน้าที่ หากใครสงสัยไปฟังเพียง และช่วยกัน หากทำไม่สำเร็จก็ไม่รู้จะทำอย่างไร กันต่อไปแล้ว ถ้าจะตีกันต่อ จะเคลื่อนไหวใต้ดินมาสู้กัน หรือจะใช้ทางพระ ทางเจ้าทำพิธีกันมาสู้กัน วันนี้ตนเจ็บคอ ปวดคอ หลายคนบอกว่ามีคนทำพิธีอยู่ ไม่รู้ว่าจะแก้กันอย่างไรแล้ว ลดน้ำมนต์ใส่ตัวหนาวไปหมดแล้ว จะเป็นไข้อยู่ ตนพูดไม่อยากให้เครียดกัน 3-4 เดือน ที่ผ่านมาสบายใจขึ้น ทุกอย่างเดินไปตามโรดแมป วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งที่เราจะเดินหน้าประเทศไทยไปให้ได้ และหวังในความร่วมมือกัน วันนี้จะต้องเลิกกันให้หมด มาเดินหน้าประเทศไทย ติว่ากันว่าคนนั้นเป็นคนของพวกนั้นพวกนี้ วันนี้จะต้องให้กำลังใจกันเพื่อเดินหน้าต่อไป ให้ทำในส่ิงที่ดี ทุกคนจะต้องมาช่วยกันปรับเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นในอนาคต อย่าให้เสียเวลาเปล่า หรือ เสียของ วันนี้มีอย่างเดียวเสียเกียรติยศ เสียความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา แต่ประเทศชาติได้ นั่นคือสิ่งที่พวกเราคิด







