
ปฏิรูปพลังงาน
กลุ่มคนที่เคยร่วมมือร่วมใจต่อต้านรัฐบาลเพื่อไทย และไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจเมื่อ คสช.ทำรัฐประหาร เมื่อมาถึงเรื่องปฏิรูปพลังงาน กลับแบ่งเป็น 2 พวก และทะเลาะกันเองแบบเอาเป็นเอาตาย
กลุ่มคนที่เคยร่วมมือร่วมใจต่อต้านรัฐบาลเพื่อไทย และไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจเมื่อ คสช.ทำรัฐประหาร เมื่อมาถึงเรื่องปฏิรูปพลังงาน กลับแบ่งเป็น 2 พวก และทะเลาะกันเองแบบเอาเป็นเอาตาย
ผมเคยเตือน คสช.ไม่ให้เข้าไปยุ่งเรื่องพลังงาน เพราะอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ถึงตอนนี้ไม่ทราบว่าจะกุมขมับด้วยความปวดหัวหรือไม่ และมองเห็นทางออกบ้างหรือยัง
โชคดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ตั้งสมาชิก คสช. หรือนายทหารชั้นผู้ใหญ่เป็นรัฐมนตรีพลังงาน มิฉะนั้นอาจมีแรงกดดันมากกว่านี้
ผมได้อ่านหลายเรื่องที่แชร์กันว่อนโซเชียลมีเดีย เห็นชัดว่าบางเรื่องไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่ผู้อ่านจำนวนมากก็เชื่อและแชร์ต่อด้วยความสะใจ
สาเหตุที่ทำให้ความจริงกับความเท็จปะปนกันจนคนส่วนใหญ่แยกไม่ออก เกิดจากการไม่มีคนกลางที่น่าเชื่อถือเข้ามาช่วยตัดสิน ปตท.ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในธุรกิจนี้โดยตรงได้พยายามออกมาชี้แจง แต่ไม่ว่าจะพูดอะไรก็เหมือนเป็นการแก้ตัว ในขณะที่กระทรวงพลังงาน รวมทั้งสถาบันอย่างสภาพัฒน์ หรือทีดีอาร์ไอ กลับเงียบจนผิดสังเกต
ผมมีเรื่องที่อยากจะแนะนำ คสช.กับรัฐบาลใหม่อยู่หลายเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปพลังงาน
แต่ก่อนอื่นคงต้องยอมรับกันว่า ปตท.ในสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถเป็นผู้ให้ความกระจ่างกับสังคม เพราะตัว ปตท.เองตกเป็นจำเลยและเป็นเป้าหลักของการปฏิรูป พฤติกรรมที่ผ่านมาในอดีตของ ปตท.มีหลายเรื่องที่สังคมระแวงว่าขาดความโปร่งใส เป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการเอาทรัพย์สมบัติของส่วนรวมจำนวนมหาศาลไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
เริ่มต้นจากการแปรรูป ปตท.เมื่อหลายปีก่อนที่มีคนจำนวนมากเชื่อว่าเป็นการปล้นชาติครั้งใหญ่ หลังจากนั้นก็มีบริษัทลูกของ ปตท.เดินเรียงหน้าเข้าตลาด ซึ่งแต่ละครั้งภายในเวลาไม่นานก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นขนานใหญ่ บางครั้งหลายเท่าตัว ทำให้เกิดเสียงร่ำลือว่านักการเมืองและคนวงในร่ำรวยเป็นร้อยเป็นพันล้านไปตามๆ กัน
เรื่องอื่นๆ ที่ ปตท.ถูกกล่าวหามีทั้งเรื่องผูกขาดธุรกิจ เรื่องค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายน้ำมัน เรื่องบัญชีลับในต่างประเทศ เรื่องส่งส่วยให้กับนักการเมือง และอื่นๆ
ปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่มีอยู่ทุกหัวระแหง ก็ร่ำลือกันว่าเป็นแหล่งผลประโยชน์ขนาดใหญ่ เช่น มีการเอื้อประโยชน์ให้กับญาติของอดีตผู้นำในการเปิดร้านกาแฟ ทำให้ได้กำไรมหาศาล และในที่สุดยังสามารถขายกิจการให้ ปตท.ในราคาที่สูงกว่าทุนนับสิบนับร้อยเท่า
แม้แต่ในเรื่องการกุศล ด้านหนึ่ง ปตท.ก็ได้ชื่อว่าใจดี ใครมาขอไม่เคยขัด แต่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าเป็นการเอาเงินหลวงมาซื้อมิตรภาพและความเกรงใจ จะได้เสี่ยงกับการถูกเปิดโปงน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีการปล้นชาติจริงหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายควรต้องยอมรับคือ การยึด ปตท.คืนเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ และถึงทำได้ ต้นทุนก็จะสูงมากจนไม่คุ้มค่ากัน อย่าลืมว่าผู้ถือหุ้น ปตท.จำนวนมากในปัจจุบันเป็นเพียงผู้ลงทุน ไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำผิดแต่ประการใด
กลับมาเรื่องแนวทางในการปฏิรูปพลังงาน ผมมีคำแนะนำให้ คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
หนึ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับ ปตท.มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่อง เริ่มต้นด้วยการแต่งตั้งตัวแทนของกลุ่มที่ต้องการปฏิรูปเข้าไปนั่งในคณะกรรมการของ ปตท. เพื่อที่จะได้เห็นกับตาตัวเอง และหากพบเห็นสิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลง ก็สามารถจุดประกายจากภายใน
ถัดมาคือการแยกทรัพย์สิน อะไรที่เป็นของรัฐหรือของส่วนรวม อะไรที่เป็นของธุรกิจหรือของผู้ถือหุ้น สมบัติที่ควรเป็นของรัฐหากโอนคืนให้รัฐได้ก็ให้โอน หากโอนไม่ได้ก็ให้โอนเฉพาะส่วนต่างจากราคายุติธรรมเพื่อเป็นการชดเชย โดยอาจโอนเป็นครั้งเดียวหรือเป็นงวดๆ ตามแต่จะตกลงกัน
และเพื่อให้การปฏิรูปมีความยั่งยืน เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ราคาซื้อขายพลังงานทั้งหมดของ ปตท.ควรอิงราคาตลาด เช่น หากผู้รับสัมปทานต้องขายก๊าซให้ ปตท.โดยมีส่วนลด ส่วนลดนั้นต้องไม่ถือเป็นกำไรของ ปตท. แต่ให้โอนไปเข้ากองทุนที่รัฐจัดตั้งขึ้นมารองรับ
ในทางตรงข้าม หากมีการควบคุมราคาก๊าซ เช่น ที่ขายให้ภาคครัวเรือน ปตท.ก็ไม่ควรต้องเป็นผู้รับภาระ แต่มีกองทุนชดเชยให้
นอกจากนี้ ปตท.ต้องขายก๊าซให้บริษัทลูกเพื่อเอาไปทำปิโตรเคมีในราคาตลาด มิฉะนั้นอุตสาหกรรมนี้อาจกลายเป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจโดยที่เราไม่รู้ตัว
พูดถึงบริษัทลูก สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจังคือการแยกโครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารออกจาก ปตท.โดยเด็ดขาด วิธีที่ง่ายที่สุดอาจจะโดยการให้ ปตท.โอนหุ้นในบริษัทลูกที่ถืออยู่ให้กับผู้ถือหุ้นของ ปตท.ตามสัดส่วนการถือหุ้น
สอง ในส่วนที่เกี่ยวกับงบประมาณรายได้ของรัฐบาล ควรเปิดเผยให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลต้องพึ่งพารายได้จากภาคพลังงานปีละเท่าใด ทั้งส่วนที่เป็นภาษีนานาชนิดที่เก็บจากผู้รับสัมปทาน และส่วนที่เป็นภาษีทางตรงและทางอ้อมที่เก็บจากการบริโภคพลังงานในประเทศ
ยังมีความเข้าใจผิดกันว่า ส่วนต่างระหว่างราคาขายปลีกน้ำมันในบ้านเรากับในมาเลเซียหรืออินโดนีเซียเป็นกำไรของ ปตท. ซึ่งความจริงไม่ใช่ แต่หากไม่เปิดเผยให้ชัดเจน ก็จะมีเสียงเรียกร้องไม่มีที่สิ้นสุดให้ลดราคาลงไปเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น
พึงชี้ให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างส่วนที่เป็นรายได้ของรัฐกับส่วนที่เป็นการค้ากำไร ซึ่งหากมีการค้ากำไรเกินควร แนวทางในการแก้ปัญหาในระยะยาวก็คือการเปิดให้มีการแข่งขันมากขึ้น
สาม ในส่วนที่เกี่ยวกับการผลิตก๊าซและน้ำมันในประเทศ ยังมีความเชื่อที่ผิดๆ ว่าเราผลิตได้เกินความต้องการจนต้องส่งออก นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติเป็นการยกสมบัติของชาติให้
พึงชี้ให้ประชาชนเข้าใจว่าการเอาน้ำมันกับก๊าซขึ้นมาจากใต้ดินหรือใต้อ่าวไทย เราทำเองไม่ได้ แต่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หากที่ผ่านมาเราไม่ให้สิทธิบริษัทต่างชาติเข้ามาประมูล ทุกวันนี้เราคงต้องสิ้นเปลืองเงินทองในการนำเข้าพลังงานมากกว่านี้เป็นอันมาก
มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่สังคมส่วนใหญ่ยังไม่ทราบ นั่นก็คือ มีสัมปทานบางแปลงในอ่าวไทยที่ในอีกไม่กี่ปีก็จะหมดอายุ ซึ่งหากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องต่ออายุสัมปทานหรือหาคนมารับช่วงต่อ อีกไม่นานผู้รับสัมปทานเดิมจะต้องชะลอการลงทุนและลดปริมาณการผลิต รวมทั้งต้องเริ่มเตรียมการอุดหลุมและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับไปใกล้เคียงกับสภาพเดิม ทั้งๆ ที่ในแปลงสัมปทานเหล่านั้นยังมีน้ำมันสำรองเหลืออยู่
รัฐบาลใหม่และรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ควรต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาโดยรีบด่วน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต
ที่ผ่านมา ผมเห็นใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ยังไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไร อาจเป็นเพราะเกรงข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติ หรือรับใบสั่งมาจากกลุ่มอำนาจเก่า
ผมขออนุญาตลา 2 สัปดาห์ เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ จะกลับมาพบท่านผู้อ่านอีกครั้งในฉบับวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ย. 2557







