
เคาะ11ชื่อประธานสรรหาสภาปฏิรูป
คณะกรรมการสรรหาสปช.มีมติเลือกประธานสรรหา 11 ด้าน "พรเพชร" ย้ำเน้นคนมีคุณภาพ-หลากหลาย
คณะกรรมการสรรหาสปช.มีมติเลือกประธานสรรหา 11 ด้าน "พรเพชร" ย้ำเน้นคนมีคุณภาพ-หลากหลาย
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. เวลา 11.30 น. ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก มีมติเลือกคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน โดยมีรายชื่อ ดังนี้
1.) ด้านการเมือง มีมติเลือกพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน
2.) ด้านบริหารราชการแผ่นดิน มีมติเลือก นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน
3.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีมติเลือก นายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธาน
4.) ด้านการปกครองท้องถิ่น มีมติเลือก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นประธาน
5.) ด้านการศึกษา มีมติเลือก นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นประธาน
6.) ด้านเศรษฐกิจ มีมติเลือก นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นประธาน
7.) ด้านพลังงาน มีมติเลือก ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นประธาน
8.) ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีมติเลือก พล.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ เป็นประธาน
9.) ด้านสื่อสารมวลชน มีมติเลือก พล.อ.นพดล อินทปัญญา เป็นประธาน
10.) ด้านสังคม มีมติเลือก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธาน
11.) ด้านอื่นๆ มีมติเลือก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นประธาน
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะกรรมการสรรหาด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อคัดเลือกประธานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ถึงหลักเกณฑ์ในการสรรหาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ว่า แนวทางการสรรหาบุคคลจะเน้นที่คุณภาพและความรู้ความสามารถเป็นหลัก ประกอบด้วย
1.) พิจารณาจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.) ผู้ถูกคัดเลือกจะต้องมีความหลากหลาย กระจายตามอาชีพ อาทิ ตำรวจ ศาล และนักวิชาการ เป็นต้น 3.) จะมีบุคคลในด้านนี้ทั้งเพศหญิงและชายอย่างเหมาะสม และ 4.) ตรวจสอบความพร้อมตามข้อที่ 1 เพราะบุคคลที่จะเข้าเป็นสปช. จะต้องมีความพร้อมในการทำงาน
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดสัดส่วนของบุคคลที่จะคัดเลือกอย่างชัดเจน เบื้องต้นจะให้คณะกรรมการแต่ละท่านเสนอชื่อบุคคลที่เข้ารับการสรรหา จำนวนท่านละ 50 คน จากนั้นจะหารือถึงความเหมาะสมแล้วลงมติ แต่มติที่ได้ยังไม่ใช่ข้อสรุป เพราะต้องมาดูสัดส่วนของแต่ละกลุ่มสาขาอาชีพ เพื่อต้องการให้มีความหลากหลายของบุคคลที่เข้าปฏิรูป ซึ่งเมื่อได้รายชื่อครบ 50 คน จะส่งรายชื่อไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อตรวจสอบอีกครั้งและคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะสัดส่วนที่ต้องกระจายในแต่ละสาขาอาชีพ เพศ และคุณวุฒิ ซึ่งต้องมีความหลากหลาย
สำหรับสถานที่ในการประชุม ไม่ขัดข้องที่จะต้องไปประชุมที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยเฉพาะคณะกรรมการสรรหาในชุดของตน เนื่องจากมีความสะดวกที่จะเรียกตรวจสอบข้อมูลจากกกต.
"สเปคที่ล็อกไว้ คือคนที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องหลากหลาย ไม่ใช่ไปกระจุกส่วนใดส่วนหนึ่ง ส่วนจะล็อกสเปคเอาคนของตัวเองนั้นไม่มี" นายพรเพชร กล่าว







