posttoday
ไกล่เกลี่ยเอกชนซ่อมสะพานมอญล่าช้า

ไกล่เกลี่ยเอกชนซ่อมสะพานมอญล่าช้า

04 กันยายน 2557

กว่า 1 ปีแล้วที่สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ อันเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

โดย...ปิยะรัชต์ จงเจริญ

กว่า 1 ปีแล้วที่สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ อันเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พังลงมาด้วยน้ำป่าที่เชี่ยวกราก แต่การบูรณะสะพานกลับล่าช้า หลังครบกำหนดซ่อมแซมเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.รุ่งเรืองวัสดุภัณฑ์ ผู้รับเหมาซ่อมแซม ไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามสัญญา ทำให้กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ไม่พอใจ ล่าสุดวันที่ 3 ก.ย. สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.กาญจนบุรี ได้ส่งหนังสือแจ้งการปรับแผนเร่งรัดซ่อมบูรณะ โดยประเด็นสำคัญคือ

1.ให้ผู้รับจ้างยุติการก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. เป็นต้นไป โดย จ.กาญจนบุรีแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อไกล่เกลี่ยปัญหา มีอัยการ จ.กาญจนบุรีเป็นประธาน ส่วนกรรมการประกอบด้วยทุกฝ่าย อาทิ ผู้แทน จ.กาญจนบุรีในฐานะผู้ว่าจ้าง เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม กำนัน ต.หนองลู อ.สังขละบุรี และ หจก.ป.รุ่งเรืองวัสดุภัณฑ์ในฐานะผู้รับจ้าง เพื่อจัดทำแนวทางข้อตกลงใหม่ โดยพิจารณาจ่ายเงินชดเชยผู้รับจ้างตามความเหมาะสมของผลงาน ส่วนเงินบริจาคในส่วนของจังหวัดหากมีเหลือให้ส่งมอบวัดวังก์วิเวการามไว้เป็นกองทุนเพื่อการบูรณะสะพานในโอกาสต่อไป

2.ขอความร่วมมือกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) เป็นหน่วยงานดำเนินการหลักในการดำเนินการต่อ โดยพิจารณาผู้ร่วมดำเนินการ เช่น วัดและชุมชน ตามที่เห็นเหมาะสม สำหรับค่าใช้จ่ายใช้จากงบบริจาคในส่วนของวัดประมาณ 3 ล้านบาท สมทบกับเงินบริจาคส่วนที่เหลือของจังหวัด และสำหรับไม้ที่ใช้ในการซ่อมแซม อาจพิจารณาใช้ไม้ที่ทางวัดเก็บรักษาไว้จากการเก็บกู้ไม้เดิมที่จมน้ำ ซึ่งทางผู้รับจ้างใช้เครื่องจักรช่วยเก็บกู้ให้

ทั้งนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.กาญจนบุรีได้ชี้แจงผ่านหนังสือดังกล่าวว่าการดำเนินงานซ่อมแซมบูรณะสะพานยึดแนวทางตามระเบียบราชการ กำหนดรูปแบบและประมาณราคาโดยคณะกรรมการผู้มีวิชาชีพด้านการก่อสร้าง ตามหลักความมั่นคงแข็งแรง และคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์เดิม สำหรับงบประมาณการก่อสร้างใช้งบที่จังหวัดได้รับบริจาคจากองค์กร หน่วยงาน และประชาชนประมาณ 11.6 ล้านบาท สมทบกับเงินบริจาคของวัดวังก์วิเวการาม อีกจำนวน 3 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างขอรับบริจาคเพิ่มเติม ซึ่งการเก็บรักษาเงินบริจาคในส่วนของจังหวัดจำนวน 11.6 ล้านบาท ดำเนินการในรูปคณะกรรมการตามระเบียบราชการ และปัจจุบันยังมิได้มีการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแต่อย่างใด

ต่อมา วันที่ 6 ส.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดสัญญา ผู้ว่าจ้างดำเนินงานได้เพียง 30% ทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งไม่พอใจเรียกร้องขอให้วัดวังก์วิเวการามเป็นผู้ดำเนินการเอง จ.กาญจนบุรีร่วมกับพล.ร.9 ร่วมเจรจากับวัดวังก์วิเวการาม ผู้นำชุมชนและผู้รับจ้าง ได้ข้อสรุปยืดเวลาให้ผู้รับจ้างออกไปอีก 30 วัน จนถึงวันที่ 10 ก.ย. โดยคิดค่าปรับวันละประมาณ 1.6 หมื่นบาท แม้ผู้รับจ้างจะพยายามเร่งรัดงานมากขึ้น แต่จากการประเมินคาดว่าเมื่อถึงวันที่ 10 ก.ย. ผลการดำเนินงานน่าจะอยู่ที่ประมาณ 70-80% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของชุมชน จึงต้องกำหนดมาตรการดังกล่าว

ด้าน สุรพงษ์ กองจันทึก อดีตเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาติดตามและตรวจสอบข้อเสนอเชิงนโยบายในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของคนไทยที่ตกสำรวจและกลุ่มชาติพันธุ์ วุฒิสภา เห็นว่า แท้จริงสะพานเป็นของวัดและของชาวบ้าน ดังนั้นโดยหลักการแล้วต้องขึ้นอยู่กับวัดและชาวบ้านเป็นสำคัญ ที่ผ่านมาสะพานเคยพังเสียหายหนักมากกว่านี้ วัดและชุมชนก็ซ่อมแซมกันเองได้เพียงแต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว เงินที่มีผู้บริจาคกว่า 10 ล้านบาท ก็เพื่อทำบุญให้กับวัดเพื่อนำไปซ่อมแซมสะพาน เพียงแต่ผ่านทาง ผวจ.กาญจนบุรีเท่านั้น ควรที่จะนำเงินบริจาคเหล่านั้นส่งต่อไปที่วัดเพื่อให้ทางวัดได้บริหารจัดการกันเอง

“ในเมื่อผู้รับเหมาทำผิดสัญญาจ้าง ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาได้ และขณะนั้นทำไปได้เพียง 20% ถือเป็นความผิดของผู้รับเหมา โดยหลักการแล้วผู้ว่าจ้างจะต้องบอกยกเลิกสัญญาและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย นำสะพานกลับคืนให้กับวัดและชุมชนซ่อมแซมกันเองเหมือนเช่นที่ผ่านมา ไม่ใช่ไปร่วมมือกับผู้รับเหมาซึ่งทำผิดสัญญา”

ต้องติดตามต่อว่า การประชุมคณะกรรมการไกล่เกลี่ยฯ ในวันที่ 4 ก.ย.นี้ จะมีแนวทางออกมาอย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท