posttoday
ค่ายรถดาหน้าขอบีโอไอผลิตอีโคคาร์2

ค่ายรถดาหน้าขอบีโอไอผลิตอีโคคาร์2

04 กันยายน 2557

บีโอไอเสนอบอร์ดอนุมัติลงทุน 5 หมื่นล้าน 9 ก.ย.นี้ เป็นอีโคคาร์ 3 โครงการ มั่นใจทั้งปี 7 แสนล้านแน่

บีโอไอเสนอบอร์ดอนุมัติลงทุน 5 หมื่นล้าน 9 ก.ย.นี้ เป็นอีโคคาร์ 3 โครงการ มั่นใจทั้งปี 7 แสนล้านแน่

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า วันที่ 9 ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมบอร์ดบีโอไอเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ที่มีเรื่องเข้าสู่การพิจารณา 10 โครงการ มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท

โครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนรอบนี้จะเป็นโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 (อีโคคาร์ 2) จำนวน 3 โครงการ ที่เหลือจะเป็นโครงการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และภาคบริการ

ทั้งนี้ การประชุมบอร์ดบีโอไอรอบนี้จะเป็นการประชุมนัดสุดท้าย ก่อนที่รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศและแต่งตั้งบอร์ดบีโอไอชุดใหม่

เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ในรอบ 7 เดือนแรกของปีมีโครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว 3.8 แสนล้านบาท คาดว่า ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.จะมีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามามาก จึงมั่นใจว่าทั้งปีจะถึง 7 แสนล้านบาท

ก่อนหน้านี้ บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติค่ายรถยนต์ฟอร์ดมาสด้าลงทุนผลิตอีโคคาร์ 2 ไปแล้ว 9,727 ล้านบาท โดยตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2557 ค่ายโตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มิตซูบิชิ ซูซูกิ เชฟโรเลต เอ็มจี และโฟล์คสวาเกน ได้ยื่นใบขอรับการส่งเสริมการลงทุนไว้หมดแล้ว

นายอุดม กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 จะเน้นส่งเสริมการลงทุนในโครงการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยจะให้การส่งเสริมในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ แปรรูปสินค้าเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี โรงไฟฟ้า และธุรกิจการท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน บีโอไอกำลังจัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเจาะลึกลงไปในประเทศเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนไทย โดยจะเสนอให้บอร์ดพิจารณาในต้นปี 2558 โดยขณะนี้มีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาหาบีโอไอ 1.4 หมื่นราย ให้คำปรึกษาไปแล้ว 1,000 ราย มีผู้ออกไปลงทุนจริง 300 ราย โดยในปี 2558 จะตั้งสำนักงานส่งเสริมการลงทุนในเวียดนาม อินโดนีเซีย และพม่า

โดยในขณะนี้ได้มีธุรกิจขนาดใหญ่ออกไปลงทุนในต่างประเทศอยู่พอสมควร ส่วนบีโอไอจะให้การสนับสนุนในผู้ประกอบการขนาดกลาง ซึ่งอุตสาหกรรมที่ออกไปส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เหมืองแร่ และทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่า สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนมากที่สุดอย่างไรก็ตาม นอกจากตลาดเพื่อนบ้านแล้วบีโอไอยังส่งเสริมให้ธุรกิจไทยไปลงทุนในตลาดลงทุนใหม่เพื่อให้นักลงทุนไทยใช้ประกอบการพิจารณาและแสวงหาฐานการผลิต ในต่างประเทศที่น่าสนใจเพิ่มเติม ซึ่งตามแผนการศึกษาลู่ทางการทำธุรกิจในกลุ่มตลาดการลงทุนใหม่ ปี 2557 บีโอไอได้คัดเลือกศึกษาข้อมูลเชิงลึกที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุม 4 ประเทศ ทั้งในแถบทวีปแอฟริกา และอเมริกาใต้ ได้แก่ สาธารณรัฐเคนยา สาธารณรัฐกานา สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และสาธารณรัฐเปรู พบว่าประเทศเหล่านี้น่าสนใจ ทั้งด้านเป็นตลาดการลงทุนที่กำลังขยายตัว มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 6% ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ประกอบกับมีความอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบ และแรงงาน รวมทั้งสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ประเทศดังกล่าวได้รับจากประเทศที่พัฒนาแล้ว

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย