
ศักยภาพแข่งขันไทยดีขึ้นแม้คอร์รัปชั่นยังเป็นปัญหา
เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เปิดเผยรายงานผลสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขัน (จีซีไอ) ของ 144 ประเทศทั่วโลก ประจำปี 2557-2558 พบว่าอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 6 อันดับ มาอยู่ที่ 31 ของโลก หรือมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับกลางเท่ากับ 4.7 จากคะแนนเต็ม 7
เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เปิดเผยรายงานผลสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขัน (จีซีไอ) ของ 144 ประเทศทั่วโลก ประจำปี 2557-2558 พบว่าอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 6 อันดับ มาอยู่ที่ 31 ของโลก หรือมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับกลางเท่ากับ 4.7 จากคะแนนเต็ม 7
อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงมีประเด็นอ่อนไหวที่น่าวิตกต่อศักยภาพการแข่งขัน เช่น การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาด้านนวัตกรรม และเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียดของแต่ละประเภท ประเด็นที่ไทยได้คะแนนดีที่สุด คือ ความแข็งแกร่งในการปกป้องนักลงทุน เสถียรภาพเงินเฟ้อ อันดับความน่าเชื่อถือจากการจัดเรตติ้ง ขนาดตลาดภายในประเทศและขนาดตลาดสำหรับชาวต่างชาติ ความเอาใจใส่ลูกค้า การถ่ายทอดเทคโนโลยี ปริมาณซัพพลายในประเทศ ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาและภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันอุดมศึกษา และการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ
ในส่วนประเด็นที่ไทยได้คะแนนต่ำที่สุด คือ ความเชื่อถือในตัวนักการเมือง สัดส่วนหนี้รัฐต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) คุณภาพระบบการศึกษา นโยบายต่อต้านการผูกขาดทางธุรกิจ นโยบายภาคการเกษตร และการจัดซื้อเทคโนโลยีล้ำหน้าของภาครัฐ
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังแสดงให้เห็นปัจจัยที่เป็นปัญหาในการดำเนินธุรกิจในไทย ซึ่งปัจจัยที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ การคอร์รัปชั่น รองลงมาคือ ปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง ความไร้ศักยภาพของระบบข้าราชการ ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย และความไม่เพียงพอของนวัตกรรมและโครงสร้างขั้นพื้นฐาน
สำหรับดัชนีจีซีไอนี้ ถือเป็นดัชนีเพื่อวัดระดับศักยภาพและจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งประเมินข้อมูลจากความจำเป็นขั้นพื้นฐานอย่างสถาบันการเมือง การส่งเสริมศักยภาพ เช่น ตลาดแรงงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มผลผลิต โดยสามารถจัดแบ่งมาตรวัดได้ทั้งหมด 12 ประเภทด้วยกัน
ไล่เรียงตั้งแต่ปัจจัยด้านสถาบัน ครอบคลุมความโปร่งใสและทรัพย์สินทางปัญญา ปัจจัยโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ปัจจัยแวดล้อมด้านเศรษฐกิจมหภาคอย่างการจัดสรรงบประมาณและนโยบายการเงิน ปัจจัยด้านการศึกษาขั้นประถมและการสาธารณสุข ปัจจัยด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและการฝึกอบรม และปัจจัยด้านคุณภาพสินค้าในตลาด ปัจจัยศักยภาพตลาดแรงงาน ปัจจัยการพัฒนาตลาดการเงิน ซึ่งจะพิสูจน์ความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของตลาดทุน ปัจจัยความพร้อมทางเทคโนโลยี ปัจจัยขนาดตลาด ปัจจัยความซับซ้อนการดำเนินธุรกิจ และปัจจัยด้านนวัตกรรมการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ
ปีนี้สวิตเซอร์แลนด์ยังสามารถรักษาตำแหน่งประเทศที่มีศักยภาพแข่งขันสูงที่สุดของโลก ขณะที่ประเทศรั้งท้ายตกเป็นของกินี ส่วนประเทศที่เป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย คือ สิงคโปร์ ซึ่งควบตำแหน่งอันดับ 2 ของโลกด้วย
วันเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลการจัดอันดับและการลงทุน (อาร์แอนด์ไอ) เปิดเผยผลสำรวจความเสี่ยงครอบคลุมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก พบว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ของไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับประเทศจีนและพม่า สวนทางกับประเทศอินเดียและฟิลิปปินส์ ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มดีขึ้น
รายงานระบุว่า จากมาตรวัดด้านเศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ คะแนนของไทยปรับตัวลดลงมากที่สุด ท่ามกลางประเทศในภูมิภาคเอเชียด้วยกันเอง โดยปัจจัยที่ได้คะแนนต่ำที่สุด คือ ระดับความมีเสถียรภาพทางการเมือง ความสอดคล้องกลมกลืนด้านนโยบาย และจุดยืนบนเวทีนานาชาติ พร้อมยกเรื่องการรัฐประหารของไทยเมื่อเดือน พ.ค. ขึ้นเป็นตัวอย่าง
ทั้งนี้ แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันของไทยจะให้คำมั่นว่าจะจัดการให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน ต.ค. 2558 หลังดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองเสร็จสิ้นแล้ว แต่รายละเอียดของการปฏิรูปที่ยังขาดความชัดเจน ส่งผลให้สถานะของประเทศยังคงตกอยู่ในความเสี่ยง







