สรุปยอดสมัครสปช.เกือบ7พันคน
กกต.สรุปยอดเปิดรับสมัครสปช.มีผู้สนใจเข้ารับการสรรหาแล้วเกือบ7พันคนนัดประชุมคณะกรรมการสรรหาครั้งแรก4ก.ย.
กกต.สรุปยอดเปิดรับสมัครสปช.มีผู้สนใจเข้ารับการสรรหาแล้วเกือบ7พันคนนัดประชุมคณะกรรมการสรรหาครั้งแรก4ก.ย.
เมื่อวันที่3ก.ย.57 เวลา 14.45 น. ณ สโมสรกองทัพบก นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวสรุปยอดเปิดรับการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ระหว่างวันที่ 14ส.ค.-2 ก.ย. โดยยังเหลือข้อมูลที่ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ที่ยังส่งมาไม่ถึงสำนักงานกกต. ซึ่งคาดว่าจะสรุปยอดรวมอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 4 ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ณ เวลา 12.00 น. วันนี้ มียอดผู้สมัครรวม 6,985 คน จำแนกตามองค์กรนิติกรบุคคลไม่แสวงหากำไรยื่นเสนอรายชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น สปช. ใน11 ด้าน จำนวน 4,205 คน โดยแยกเป็นด้านการศึกษา 674 คน ด้านอื่น 633 ด้านสังคม 622 คน ด้านปกครองท้องถิ่น 397 คน ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 350 คน ด้านเศรษฐกิจ 314 คน ด้านพลังงาน 271 คน ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 267 คน ด้านการเมือง 253 คน ด้านบริหารราชการแผ่นดิน 243 คน และด้านสื่อสารมวลชน 181 คน ส่วนการสรรหาในระดับจังหวัด มีผู้แสดงเจตจำนงเข้ารับคัดเลือกเป็นสปช. จำนวน 2,780 คน โดยจังหวัดที่มีผู้เข้าเสนอชื่อมากสุด คือ กรุงเทมหานคร 113 คน และน้อยที่สุดคือจังหวัดพิจิตร 15 คน
นอกจากนั้นนายภุชงค์ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 คณะและคณะกรรมการสรรหาในส่วนจังหวัด ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันพรุ่งนี้(วันที่ 4 ก.ย.) ว่า จะเป็นการประชุมใหญ่ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เป็นผู้มอบแนวทางปฏิบัติให้คณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน และคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด หลังจากนายกฯ มอบนโนบายแล้ว คณะกรรมการทั้ง 11 ด้านจะแยกกันไปประชุมเพื่อเลือกประธานแต่ละด้านใน 10 ด้านที่เหลือ แต่ด้านการศึกษาที่เลือกไปแล้วก็ยังจะมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหากันแนวทาง ปฏิบัติในการจัดประชุมเพื่อลงมติการคัดสรรจากจำนวนทั้งหมดให้เหลือด้านละ 50 คน ซึ่งคงใช้เวลาประชุมกัน2-3 ครั้ง เพื่อการคัดเลือกบุคคล โดยจะเริ่มขึ้นวันที่ 13ก.ย.แต่ละด้านไม่จำเป็นต้องจัดประชุมพร้อมๆกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละด้าน ส่วนระดับจังหวัดวันที่13ก.ย.สามารถเคาะชื่อบุคคลเหลือ5คนได้เลย แต่ชื่อจะเปิดไม่ได้ ขอให้จังหวัดรอก่อน
ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติพบผู้เข้าข่ายขาดคุณสมบัติหรือไม่นั้นยังเป็นความลับ เพราะอาจกระทบสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งขณะนี้ตรวจพบบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการสรรหาสปช. บางส่วน อาทิ ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เคยมีคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คดีอาญา ซึ่งจะต้องตรวจซ้ำว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุดหรือไม่ ส่วนผู้ที่ยื่นเอกสารเป็นเท็จ จะต้องมีการดำเนินคดี เพราะเข่าข่ายทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา แต่พยายามตรวจสอบให้รอบคอบที่สุด เพราะไม่อยากสร้างผลกระทบต่อผู้ถูกเสนอชื่อ
"บางครั้งคนบางคนชื่อเดียวกัน นามสกุลเดียวกัน บางคนถ้าไม่บอกเลข 13 หลักมา จะเหมือนว่าคนๆ นั้นทำความผิด จึงต้องตรวจซ้ำเลข 13 หลัก คดีอาญาจะมีการตรวจไปถึงสถานีตำรวจด้วย ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน " นายภุชงค์ กล่าว







