
เมฆดำเหนือยุโรป
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในวิกฤตยูเครนจะเข้าสู่ภาวะตึงเครียดอย่างที่สุด จนทำให้รัฐมนตรีกลาโหมของยูเครน คือ วาเลรี เกเลเต ถึงกับออกมาเตือนว่า วิกฤตในครั้งนี้จะถือว่ารุนแรงมากที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในทันที
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในวิกฤตยูเครนจะเข้าสู่ภาวะตึงเครียดอย่างที่สุด จนทำให้รัฐมนตรีกลาโหมของยูเครน คือ วาเลรี เกเลเต ถึงกับออกมาเตือนว่า วิกฤตในครั้งนี้จะถือว่ารุนแรงมากที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในทันที
ส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงทุกเมื่อแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการยอมหักไม่ยอมงอของมหาอำนาจทั้งสองฝ่ายครับ ในขณะที่สหรัฐและยุโรปเดินหน้าประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งล่าสุดนี้คาดว่าจะมีการประกาศในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้รัสเซีย ซึ่งเป็นชาติที่ “แข็งแกร่ง” มากอยู่แล้วยอมโอนอ่อนได้
หนำซ้ำ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังคงออกมาพูดเชิงข่มขู่ว่า กองทัพรัสเซียสามารถบุกยึดกรุงเคียฟได้ในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้นถ้าต้องการ
ท่าทีดังกล่าวของปูตินนั้นถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการขยายขอบเขตแห่งความขัดแย้งให้กว้างขึ้นมากกว่าเดิมอย่างชัดเจนครับ
ซึ่งหากพิจารณากันนับตั้งแต่วิกฤตนี้ปะทุขึ้น รัสเซียสามารถยึดดินแดนในไครเมีย (ซึ่งเคยเป็นของโซเวียตเดิมนั่นเอง) จากยูเครนไปแล้ว ก่อนที่ในเวลาต่อมาปัญหาจะลุกลามไปยังภาคตะวันตกออกในเมืองต่างๆ ของยูเครน ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มกบฏที่ต่อต้านรัฐบาลกรุงเคียฟนั้นได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียอย่างเต็มที่
และในขณะนี้ ปูตินได้กล่าวถึงการยึดกรุงเคียฟ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของยูเครนแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้พูดอย่างจริงจังนั้น แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองว่า รัสเซียไม่ต้องการหยุดวิกฤตนี้แค่พื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครนเท่านั้น แต่กำลังจะทำให้วิกฤตนี้ลุกลามกินยูเครนทั้งประเทศ
และประเทศที่ยิ่งใหญ่มีแสนยานุภาพทางทหารสูง มีพลังงานตุนไว้เหลือเฟือ มีทองคำในคลังสำรองมหาศาลอย่างรัสเซียก็สามารถทำได้จริงๆ เสียด้วย
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สถานการณ์ในยุโรปขณะนี้ถือว่าเข้าสู่ยุคตึงเครียดอย่างที่สุด และยังทำให้โลกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับตะวันตกก็พร้อมใจประกาศการคว่ำบาตรรัสเซียตามไปแล้ว ขณะที่ในอีกฟากหนึ่ง รัสเซียก็กำลังเข้าหาจีนอย่างขะมักเขม้นผ่านโครงการสร้างท่อก๊าซเชื่อมระหว่างกัน และการเปิดทางให้บริษัทจีนเข้าไปถือหุ้นในแหล่งน้ำมันของบริษัท รอสเนฟ บริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย
การแบ่งขั้วของมหาอำนาจโลกชัดเจนขึ้นอย่างมากที่สุดในวันนี้ครับ ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ความมั่นคงของโลกเข้าสู่ความเปราะบางอย่างที่สุด
ในวันนี้ต้องบอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ







