
อย่าปิดบังประชาชน
เป็นเรื่องน่ายินดีที่การหารือระหว่าง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กับนายกรัฐมนตรีฮุนเซนของกัมพูชาเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งทำให้มีความหวังว่า ปัญหาความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา จากข้อพิพาทเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเล น่าจะมีทางออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกของทั้งสองประเทศ
เป็นเรื่องน่ายินดีที่การหารือระหว่าง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กับนายกรัฐมนตรีฮุนเซนของกัมพูชาเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งทำให้มีความหวังว่า ปัญหาความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา จากข้อพิพาทเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเล น่าจะมีทางออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกของทั้งสองประเทศ
แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องตระหนักถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาเขตแดนปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากรัฐบาลในอดีตขาดความรอบคอบ ตัดสินใจดำเนินความสัมพันธ์เอื้อประโยชน์ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน นำผลประโยชน์ของชาติไปสุ่มเสี่ยง โดยไม่รับฟังความเห็นข้อกังวลของภาคส่วนต่างๆ ในสังคม
ดังนั้นในห้วงแห่งการฟื้นความสัมพันธ์เพื่อหาข้อยุติปัญหาเขตแดน ไม่ว่าจะเรื่องพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารตามคำพิพากษาของศาลโลก และพื้นที่ทางทะเล แหล่งปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิ รัฐบาลใหม่และ คสช.จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงความเห็นข้อกังวลของภาคส่วนต่างๆ ในสังคม
จริงอยู่ที่การเจรจาความเมือง ข้อตกลงระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้จนกว่าจนทำข้อตกลงกันจนเป็นที่ยุติ ยิ่งไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐบาลต้องรายงานผลการเจรจาต่อรัฐสภา ก็ยิ่งทำให้การดำเนินการในเรื่องเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเลเป็นสิ่งที่สังคมไทยห่วงกังวล แต่ผลกระทบของวิกฤตเขตแดนไทยกัมพูชา ช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นหนักหน่วง จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลหรือ คสช.จะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปิดกั้นการชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นที่สังคมไทยห่วงใย
แม้ไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่อย่างน้อยรัฐบาลและ คสช.ก็ควรจะชี้แจงจุดยืน หลักการ ให้สังคมได้รับรู้ และควรเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ สอบถามติดตามความคืบหน้า รวมทั้งเสนอแนะแนวทางได้ เพื่อมิให้เกิดข้อครหาว่านำผลประโยชน์ของประเทศชาติไทยสุ่มเสี่ยงโดยปิดหูปิดตา ตัดขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน
กรณีศาลปกครองมีคำสั่งยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี 18 มิ.ย. 2551 รับรองแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติชี้มูลความผิดและดำเนินคดี ครม.ชุดดังกล่าว เป็นสิ่งที่รัฐบาลและ คสช.ต้องตระหนักไว้เป็นบทเรียน







