
คลังเร่งกระตุ้นศก.
สมหมายมอบนโยบายคลัง5ก.ย.นี้เน้นมาตรการพยุงไม่ให้จีดีพีโตต่ำ2%
สมหมายมอบนโยบายคลัง5ก.ย.นี้เน้นมาตรการพยุงไม่ให้จีดีพีโตต่ำ2%
สมหมายได้ฤกษ์เข้าทำงาน 5 ก.ย.นี้ เรียกประชุมข้าราชการคลังมอบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า จะเข้าทำงานกระทรวงการคลัง วันที่ 5 ก.ย.นี้ และจะประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลังเพื่อมอบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทันที โดยมีแผนและมาตรการที่คิดไว้หลายมาตรการ เป้าหมายคือพยายามทำให้เศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 2% ซึ่งมีมาตรการที่คิดไว้จำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ จนกว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่จะต้องปฏิรูปภาษีของประเทศทั้งระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้ดำเนินการมานาน ทำให้ระบบภาษีของไทยไม่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี
ด้าน นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมผู้บริหารเพื่อทำยุทธศาสตร์และโรดแมปการบริหารเศรษฐกิจให้ รมว.คลังคนใหม่พิจารณา ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์เร่งด่วนซึ่งส่วนใหญ่ได้ดำเนินการไปหมดแล้วในช่วง 3 เดือน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ด้านยุทธศาสตร์ระยะปานกลางที่ต้องดำเนินการภายใน 1 ปี โดยมีเรื่องที่สำคัญคือการปฏิรูปภาษีและยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ต้องดำเนินการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายรังสรรค์ได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ไปทำรายละเอียดการปฏิรูปภาษีให้ชัดเจนว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเท่าไร มีผลต่อรายได้ของประเทศและลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร
“คลังได้เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ รมว.คลัง พิจารณา ซึ่งจะต้องรอดูว่า รมว.คลัง จะมีมาตรการอะไรให้เพิ่มเติมจากที่กระทรวงการคลังทำไว้และบรรจุในโรดแมปการปฏิรูปภาษีที่เคยเสนอไว้กับ คสช.” นายรังสรรค์ กล่าว
ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้เสนอแผนปฏิรูปภาษีมีทั้งให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราเดิม 10% ในปีงบประมาณ 2558 จากที่ผ่อนผันให้เก็บในอัตรา 7% มีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก การประกาศลดอัตราภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% การประกาศลดภาษีบุคคลธรรมดาจาก 37% เหลือ 35% เป็นการถาวร รวมถึงการพิจารณาปรับเพิ่มหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจาก 6 หมื่นบาท เป็น 1.2 แสนบาท
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมได้เสนอแผนการปฏิรุปภาษีของกรมโดยการรวบกฎหมาย 7 ฉบับ ให้เป็นกฎหมายฉบับเดียว และให้เป็นฐานการเก็บภาษีจากการใช้ราคาหน้าโรงงานเป็นราคาขายปลีก รวมถึงเสนอให้มีการเก็บภาษีส่งแวดล้อม ส่วนการเก็บภาษีน้ำมันดีเซลเพิ่มเป็นเรื่องของฝ่ายนโยบายเป็นผู้พิจารณา ซึ่งจากความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเห็นว่าภาษีน้ำมันดีเซลยังมีโอกาศปรับขึ้นอีก โดยอัตราที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 2 บาทกว่าๆ ต่อลิตร
ด้านนายสมชัย สัจจะพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมเตรียมเสนอการปฏิรูปภาษีของกรมครั้งใหญ่ โดยจะมีการแก้ไขกฎหมายกรมศุลกากรทั้งฉบับ มีประเด็นที่สำคัญต้องเปลี่ยนแปลง 20 ประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนมีความต้องการให้ปรับแก้มานานแล้ว เช่น เรื่องการปรับลดสินบนนำจับ เรื่องโทษการปรับกรณีสำแดงราคานำเข้าไม่ถูกต้อง การกำหนดอัตราภาษีศุลกากรล่วงหน้า การกำหนดราคาสำแดงล่วงหน้า ซึ่งอาจจะมีการประกาศทุก 1 ปี ทำให้ผู้ประกอบการใช้นำเข้าและส่งออกสินค้าได้
นายสมชัย กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีของประเทศครั้งนี้ คาดว่า รมว.คลัง จะดำเนินการอย่างเป็นระบบ จากที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างภาษีเป็นส่วนๆ ซึ่งสมัยเป็นผู้อำนวยการ สศค. ได้มีการทำแผนปฏิรูปภาษีทั้งระบบไว้เกือบหมดแล้ว เหลือแต่รอให้ฝ่ายนโยบายมาพลักดันให้เกิดผลในทาง)ฏิบัติเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศ
เป็นต้น ส่วนกรมภาษีอื่นๆ ก็จะเสนอมาตรการที่ทำไว้เช่นกัน







