posttoday
ปฏิรูปโครงสร้างการเมือง...จุดเริ่มต้นทางออกประเทศ

ปฏิรูปโครงสร้างการเมือง...จุดเริ่มต้นทางออกประเทศ

01 กันยายน 2557

เส้นทางสู่การปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ไม่ว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เส้นทางสู่การปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ไม่ว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร การใช้อำนาจทั้งการรวมอำนาจและกระจายอำนาจ การควบคุมอำนาจ ทั้งด้านยุติธรรมและองค์กรอิสระ เรื่องปัญหาพลังงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องการศึกษา การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม การแก้ไขปัญหาเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ

ทุกเรื่องล้วนเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ แต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดระยะเวลาการทำงานไว้ 1 ปี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่การปฏิรูปจะสำเร็จในทุกๆ ด้าน

บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หนึ่งในผู้ที่เข้ารับการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้แสดงวิสัยทัศน์การปฏิรูปประเทศกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิรูปทั้ง 11 ด้านให้เสร็จภายใน 1 ปี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องทำให้ได้ คือ “การปฏิรูปโครงสร้างสถาบันการเมือง” มิเช่นนั้นก็ยากที่จะปฏิรูปเรื่องอื่นๆ ในระดับโครงสร้างที่ต่ำลงมา

เช่น โครงสร้างของฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ กระบวนการยุติธรรม เพราะล้วนแต่อยู่ภายใต้โครงสร้างการเมืองทั้งสิ้นและทุกเรื่องจะไปสัมพันธ์กับการร่างรัฐธรรมนูญ

ก่อนหน้านี้ บรรเจิดเป็นบุคคลหนึ่งที่ คสช.เชิญไปให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะถึงแนวทางการปฏิรูปต่างๆ และได้โฟกัสการปฏิรูปโครงสร้างการเมือง ว่าสิ่งแรกจะต้องจัดลำดับความสัมพันธ์เชิงอำนาจสูงสุดและต้องวางวัตถุประสงค์ คือ การเข้ามาสู่อำนาจรัฐครั้งนี้

“ต้องไปรับใช้ประโยชน์สาธารณะจะต้องไล่ดูตั้งแต่โครงสร้างสภา ที่มาคณะรัฐมนตรี (ครม.) การพ้นจากตำแหน่ง การตรวจสอบระบบองค์กรต่างๆ จะเป็นอย่างไร โดยออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเข้าไปด้วย

“เช่น ต้องทำกฎหมายปฏิรูประบบการเลือกตั้งทั้งระบบ อาทิ การได้มาของ สส.ให้มีความหลากหลาย ซึ่งได้เสนอว่าทำให้มี 2 ราง คือ การเข้ามาเป็น สส.ในระบบ 1.สส.เขตพื้นที่จะสังกัดพรรคหรือไม่สังกัดพรรคก็ได้แต่ให้เป็นระบบเปิด และ 2.สส.มาจากกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มเกษตรกร แรงงาน ลูกจ้าง วิชาชีพ ข้าราชการ ที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้เพื่อให้ตัวแทนผลประโยชน์เข้าสู่สภาได้ ซึ่งต้องไปผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้น

บรรเจิดยังได้เสนอแนะให้ยกเลิกระบบ สส.สังกัดพรรค ยกเลิกการผูกพันตามมติพรรค เพราะสิ่งเหล่านี้ขัดกับหลักเสรีประชาธิปไตยและได้เสนอระบบการควบคุมตรวจสอบ โดยให้มีคณะกรรมการจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกอบด้วย 3 ฝ่าย คือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิ และสายวิชาชีพ

คณะกรรมการชุดนี้จะวินิจฉัยกรณีที่ร้องว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำผิดจริยธรรม ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องไม่พอใจให้อุทธรณ์ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา โดยจะต้องออกกฎหมายประกอบ เพราะเรื่องผิดจริยธรรมไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปโหวตในที่ประชุมวุฒิสภา ต้องว่ากันด้วยข้อเท็จจริง

“นักการเมืองของเราต่อมจริยธรรมบกพร่อง จึงต้องมีองค์กรไปจี้ ประเทศไทยไม่สามารถที่จะสำนึกได้ด้วยตัวตนเอง นอกจากนี้ ระบบกระบวนการยุติธรรมมีความสำคัญมาก แต่ประเทศไทยมองไปทางไหนก็ไม่มีประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยน่าอานาถ หันไป 10 ด้าน ไม่มีอะไรดีสักด้าน

เช่น สำนึกการบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ศีลธรรม วินัย ถ้าเป็นแบบนี้ถามว่าจะอยู่ยังไง ตอนนี้ที่อยู่ได้คืออยู่ไปตามยถากรรม อานิสงส์บุญเก่า”

สำหรับแนวโน้มและทิศทางของการปฏิรูปในระยะยาวนั้น บรรเจิด ระบุว่าจะอยู่ที่หน้าตาและกรอบความคิดของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คนว่าจะเป็นอย่างไร คนกลุ่มนี้จะต้องวินิจฉัยโรคให้ได้ เพราะถ้าเราวินิจฉัยโรคผิด ให้ยาผิดชนิด ก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ แม้ว่าจะให้ยาตรงพฤติกรรมนักการเมือง แต่นักการเมืองก็จะเปลี่ยนไปตามสภาพ ปัญหาที่ผ่านมาไม่ได้ออกแบบให้ “อำนาจ” มีดุลยภาพ

ทั้งนี้ บรรเจิดได้ออกแบบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไว้ 6 ข้อ นั่นคือ 1.จะออกแบบอย่างไรที่จะแก้ปัญหา “ธุรกิจการเมือง” ทำให้ทุนมองแล้วมีความเสี่ยงไม่กล้าลงทุน 2.ทำอย่างไรให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของมหาชนขึ้นมาได้ 3.จะทำอย่างไรให้ตัวแทนผลประโยชน์ หรือพรรคการเมืองของประชาชน สามารถเข้าสู่สภาได้

4.จะปฏิรูปอย่างไรให้ระบบการตรวจสอบระบบทุจริต การถอดถอน ระบบการจัดทำงบประมาณ มีประสิทธิภาพ 5.ปัญหาประชานิยมที่ใช้ในการหาเสียงจะต้องบอกแหล่งที่มาของงบประมาณ ขาดวินัยการเงินการคลังหรือมีความคุ้มค่า ที่สำคัญทำให้หนี้สาธารณะเกินที่กำหนดหรือไม่ นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ใช่ทำแบบฉาบฉวย มักง่ายแล้วเกิดปัญหา และ 6.ต้องทำให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง การตรวจ สอบทุจริต เพราะลำพังภาครัฐทำเองไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท