
จ่อตั้งข้อหารุ่นพี่รับน้องวัย16เสียชีวิต
ตำรวจประจวบฯเตรียมตั้งข้อหา รุ่นพี่ รับน้องปี1 วัย16 จนเสียชีวิต ผู้ว่าฯประสานโรงแรม-ผู้ค้าช่วยจับตากิจกรรมรับน้องในพื้นที่
ตำรวจประจวบฯเตรียมตั้งข้อหา รุ่นพี่ รับน้องปี1 วัย16 จนเสียชีวิต ผู้ว่าฯประสานโรงแรม-ผู้ค้าช่วยจับตากิจกรรมรับน้องในพื้นที่
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ เยาวชนอายุ 16 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.ปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ซึ่งได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมรับน้องกับรุ่นพี่ที่หาดทรายน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดพล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นแม่ค้าที่อยู่บริเวณหาดทรายน้อยจำนวน 2 ราย พร้อมทั้งสอบปากคำเด็กนักศึกษาโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมพนักงานสอบสวนทั้งสถานีตำรวจภูธรหัวหิน เร่งสอบปากคำเด็กทั้งหมด เบื้องต้นได้ตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงความตาย แต่ต้องสืบสวนขยายผลเพื่อค้นหาว่ามีใครเป็นผู้กระทำผิด โดยหลังจากสอบปากคำแล้วตลอดจนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมในเหตุการณ์ พบว่า มีหลายประเด็นไม่ตรงกับกับคำให้การของกลุ่มนักศึกษา
ส่วนสาเหตุการตายของ เยาวชน อายุ 16 ปี ยังสรุปไม่ได้ ต้องรอผลจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรพยาบาลตำรวจ ชี้ขาดในสาเหตุการตายที่แท้จริง คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน เมื่อได้ผลจากนิติเวชที่แน่ชัดแล้ว การสืบสวนจะเป็นไปตามแนวทางผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดว่า มีผู้กระทำความผิดกี่คน หรือสาเหตุการเสียชีวิตแน่ชัด โดยเบื้องต้นบิดาและมารดาให้การว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัว จึงควรรอผลนิติเวชเพื่อให้ความเป็นธรรมและถูกต้องมากที่สุด
พ.ต.อ.รณภพ พัฒนา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ (พงส.ผทค.) สภ.หัวหิน หัวหน้าชุดสอบสวน ระบุว่า ล่าสุดได้สอบปากคำพยานไปได้จำนวน 14 ปากแล้ว ยังเหลืออีกหลายสิบคนที่ต้องเรียกสอบเพิ่มเติม จากคำให้การเบื้องต้นพบว่ามีการดื่มสุราจากแก้วเหล้าที่รุ่นพี่รินไว้ให้เวียนครบทุกคน แต่ไม่มีการเทเหล้ากรอกปาก ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ริมชายหาด ซึ่งเป็นแม่ค้านั้น จากระยะทางจุดรับน้องจนถึงฝั่ง ไกลประมาณ 30-50 เมตร ดังนั้นกิจกรรมของนักศึกษา กับผู้เห็นเหตุการณ์ภายนอก อาจมองเห็นไม่ชัดว่าทำอะไรกันแน่ ในส่วนที่เห็นว่ามีการหิ้วปีกจากปากคำเพื่อนรุ่นพี่บอกว่าเป็นการใช้มือกอดคอหมู่แล้วกระโดดขึ้นลงเท่านั้น
ส่วนประเด็นที่ตั้งข้อสงสัยว่ามีการซ้อมรุ่นน้องหรือใช้ความรุนแรงหรือไม่นั้น จากการดูตามสภาพศพในเบื้องต้น ไม่พบรอยช้ำหรือเลือดคั่งตามอวัยวะที่เห็นด้วยได้จากภายนอกแต่อย่างใด ซึ่งพยานทั้งหมดที่เป็นทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องกล่าวตรงกันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกาย แต่คาดว่าผู้ตายอาจจะตายจากการที่มีโรคประจำตัวแต่ไม่ได้บอกเพื่อนๆและรุ่นพี่ ในขณะที่ทำกิจกรรมรับน้องไปได้เพียง 3 ฐานกิจกรรม จากทั้งหมด 10 ฐาน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าผู้ตายน่าจะเหนื่อยจนช็อตเสียชีวิตในที่สุด
นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงการรับน้องในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกิจกรรมรับน้อง เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นและเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตโดยที่ผ่านมาสถานศึกษาต่างๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่เคยมีเหตุการณ์รับน้องรุนแรงจนเสียชีวิต เหตุที่เหตุขึ้นล้วนเป็นบุคคลภายนอกที่มาใช้สถานที่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รับน้องทั้งสิ้น
ทั้งนี้กิจกรรมรับน้องไม่ควรมีความรุนแรง หรือการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ และหากมีถือว่าเป็นการรับน้องที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่มุ่งส่งเสริมความรักความสามัคคีระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ให้รู้จักช่วยเหลือกัน ควรเป็นกิจกรรมรับน้องแบบสร้างสรรค์ทำประโยชน์มากกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ทราบว่า เหตุการณ์รับน้องของวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีจนมีผู้เสียชีวิต 1 รายนั้น เป็นการนัดหมายมารับน้องนอกสถานที่เพียงลำพังโดยไม่มีครูอาจารย์มาร่วมกิจกรรมด้วยซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดตั้งแต่แรกโดยหลังจากนี้ทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการตรวจสอบกิจกรรมรับน้องที่มาใช้สถานที่ท่องเที่ยวหรือใช้บริการโรงแรมที่พักภายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งแจ้งพ่อค้าแม่ค้าตามแหล่งท่องเที่ยวจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เมื่อพบเหตุกิจกรรมรับน้อง ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบทันที







