posttoday
นายกฯโชว์คลิปยันชายชุดดำไม่เกี่ยวรัฐบาล

นายกฯโชว์คลิปยันชายชุดดำไม่เกี่ยวรัฐบาล

01 มิถุนายน 2553

อภิสิทธิ์ แจงละเอียดเหตุสลายแดง เปิด 2 คลิปเด็ดเสื้อดำถืออาวุธปนเสื้อแดง เผย ผลชันศูตรศพ 6 ศพ ถูกยิงจากแนวราบไม่ใช่จากมุมสูง ลั่นพร้อมใช้มาตรฐาน ‘วิทยา’ หากผลสอบว่าผิดจริง

อภิสิทธิ์ แจงละเอียดเหตุสลายแดง เปิด 2 คลิปเด็ดเสื้อดำถืออาวุธปนเสื้อแดง เผย ผลชันศูตรศพ 6 ศพ ถูกยิงจากแนวราบไม่ใช่จากมุมสูง ลั่นพร้อมใช้มาตรฐาน ‘วิทยา’ หากผลสอบว่าผิดจริง

นายกฯโชว์คลิปยันชายชุดดำไม่เกี่ยวรัฐบาล

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันสุดท้าย หลังจากที่ส.ส.ฝ่ายค้านได้ทยอยอภิปรายรัฐบาลเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ขอใช้สิทธิ์ชี้แจงพร้อมกับเปิดคลิบวีดีโอในที่ประชุมสภาฯโดยใช้เวลารวมกว่า 2 ชั่วโมง

นายอภิสิทธิ์ เริ่มต้นการชี้แจงว่า ถ้าตนเป็นอย่างที่พวกคุณพูดคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้แน่นอน การทำงานนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาตระหนักเสมอว่าต้องรักษาชีวิตและบ้านเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเสียชีวิตของประชาชนไม่อยากให้มีใครเกิดขึ้นซึ่งแต่ละยุคก็มีปัญหาแบบนี้ ถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กรือเซะและตากใบเป็นการปฎิบัติโดยรัฐหรือไม่ ไม่นับอีกเป็นพันศพจากนโยบายฆ่าตัดตอนซึ่งมีแนวทางการศึกษาต่อไป นายกฯทักษิณเวลานั้นท่านบอกว่ารักษากฎหมายจะผิดถูกอย่างไรก็ตรวจสอบกันไปโดยไม่แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

 “วันที่สภาฯลงมติเลือกผมเป็นนายกฯส.ส.รัฐบาลออกไปจากสภาฯต้องเผชิญกับมวลชนที่พยายามทำร้ายแม้กระทั่งจุดไฟเผารถยนต์ ผมทราบว่าปัญหาความแตกแยกเป็นปัญหาใหญ่ พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหลายหน รัฐบาลถูกตำหนิเรื่องการแถลงนโยบายที่กระทรวงต่างประเทศเพราะไม่ต้องการเผชิญหน้าแต่ในที่สุดมีการปลุกเร้ามวลชนผสมผสานกันไปบางเรื่องก็ยอมรับว่ามีเหตุผลในเรื่องการสนับสนุนนโยบายทักษิณ อยากให้นายกฯทักษิณกลับมามีอำนาจ เราเข้าใจแต่ว่าการชุมนุมในทางการเมืองปรากฎว่ามีปัญหาจากกลุ่มคนบางกลุ่มไปเกินเลยว่าการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธตั้งแต่ปี 2552” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีความคืบหน้าแน่นอน ซึ่งบางคดีในเดือนเม.ย.ของคนเสื้อแดงยังมีความล่าช้ากว่าด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ในช่วงการชุมนุมมีการบิดเบือนด้วยการเอาคลิปเสียงจากรายการเชื่อมั่นประเทศไทยที่มีการตัดต่อกว่า 70 จุดเอาไปใส่ร้ายรัฐบาลทั้งที่มีผลตรวจสอบออกมาแล้วว่าเป็นการตัดต่อ ขณะเดียวกัน การชุมนุมของคนเสื้อแดงบางกลุ่มอย่างกลุ่มแดงสยามก็มีมีข้อเรียกร้องไปไกลกว่าคนเสื้อแดงปกติเพราะวิจารณ์สถาบันหลัก หรือ แกนนำบางคน เช่น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ระบุชัดเจนว่าต่อไปจะมีองค์ประกอบเกี่ยวข้อง คือ พรรคการเมืองและกองกำลังติดอาวุธ ทำให้การทำงานยากลำบากมากขึ้น

“จะเห็นได้ว่าหลังศาลพิพากษายึดทรัพย์มีปรากฎการณ์ก่อความรุนแรงด้วยการปาระเบิดสถานที่สำคัญ ทั้งหมด คือ เงื่อนไขซึ่งมันแตกต่างไปจากหลายเหตุการณ์ วันนี้หลายคนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์เดือนตุลาคม มีทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือไม่มีสีก็มี ซึ่งคนเดือนตุลาบางคนได้เขียนบทความลงไปในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศบอกว่าการชุมนุมครั้งนี้มีพัฒนาการไปมากกว่าเหตุการณ์เดือนตุลาในอดีตเพราะไม่มีระบบการ์ดไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ตรงนี้เองคือความยากลำบากในการบริหารสถานการณ์”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเอาคำพูดในอดีตของตนของฝายค้านยืนยันตนเองปฎิบัติตามในสิ่งที่เคยพูดไว้ในอดีตเพราะให้ความสนใจกับข้อเรียกร้องของคนทุกกลุ่ม อย่างนโยบายใดของนายกฯทักษิณแล้วมีคนชื่นชอบและเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนรัฐบาลก็พร้อมดำเนินการต่อ เช่น กองทนหมู่บ้าน เป็นต้น ถามว่ารัฐบาลฟังไหมรัฐบาลฟังประชาชนและข้อเรียกร้องหรือไม่บอกว่าฟังตลอดไม่งั้นคงไม่มีการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ปรากฎว่ามีปัญหาคู่ขนานไปกับการชุมนุมโดยบริสุทธิ์ อย่างการใช้แรงกดดันรุกเข้าไปในสถานที่สำคัญเพื่อแสดงให้เห็นว่าอำนาจรัฐล้มเหลวแล้ว

“หลัก ที่รัฐบาลใช้คือ ยึดตามหลักศาลนั่นคือ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญในการชุมนุมซึ่งระบุว่า หากไปปิดเส้นทางคมนาคมสำคัญหรือกระเทือนต่อการประกอบธุรกิจการดำรงชีวิต อย่างมีนัยสำคัญถือว่าเกินเลยขอบเขตสิทธิการชุมนุม แต่รัฐบาลก็ไม่ได้อ้างเพื่อเข้าไปสลายชุมนุม แต่ได้ฟังเสียงข้อเรียกร้อง เรื่องรัฐธรรมนูญพยายามแล้วแต่ถูกปฏิเสธ เรื่องความเหลื่อมล้ำก็เสนอแนวทางแล้ว บางเรื่องก็เริ่มทำมาก่อนหน้านี้ แต่มีกรณีคู่ขานเช่น ยิงเอ็ม 79 คู่ขนานเป็นระยะ ส่วนการชุมนุมก็ยกระดับเข้ารุกสถานที่ราชการเช่น กกต.หรือไทยคม” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ในช่วงนี้นายกฯอภิสทธิ์ ได้เปิดคลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ในภาพมีรูปชายชุดดำถืออาวุธปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.พร้อมด้วยภาพชายชุดดำถือปืนอยู่บนตึกสูงซึ่งมีภาพเขม่าควันปืนออกมา

โดยนายกฯกล่าวว่า มีหลายท่านบอกว่าไปรัฐบาลสร้างเรื่องคนชุดดำก่อการร้ายแต่งเรื่องขึ้นมาหรือเปล่า รัฐบาลไม่ทำแน่นอน เหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.รัฐบาลไม่เคยส่งพลซุ่มยิงหรือที่ชอบเรียกว่าสไนปเปอร์เข้าไปปฎิบัติการตามตึกสูง เช่นเดียวกับเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม79 และจากคลิปจะเห็นได้ว่ามีประชาชนบางกลุ่มไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“เมื่อมีการปลุกเร้า มีกองกำลังติดอาวุธแทรกเข้ามา ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงก์ปลุกระดม ก็ทำให้เกิดเหตุเมษายน 52 ที่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนพัทยา และในกทม. จากนั้นตนก็ให้เปิดประชุมร่วมรัฐสภา มีกรรมการศึกษาแนวทางแก้ปัญหา ก็มีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญแต่ฝ่ายค้านก็ถอนตัวภายหลัง ทั้งนี้ ก่อนการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ ก็เสนอเงื่อนไขหลายครั้งว่า พร้อมยุบสภา ถ้าทำให้เศรษฐกิจ บรรยากาศทางการเมืองสันติ กติกาเลือกตั้งยอมรับกัน ซึ่งสมาชิกหลายส่วนก็ร่วมมือ ผมไม่โทษคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมและพบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เหตุแทรกซ้อนทั้งหมดเกิดมาจากคนใช้อาวุธและเข้าใจผิด คนเสียชีวิตอาจมีหลายคนเข้าใจว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ทั้งหมดที่เข้าใจอย่างนั้น “ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การส่งเข้าไปพื้นที่สีลมเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงขยายการชุมนุมมาที่ถนนสีลม ซึ่งประชาชนในบริเวณนั้นให้การสนับสนุนเต็มที่ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ยิงระเบิดเอ็ม79บริเวณดังกล่าวจนมีผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ส.ส.ฝ่ายค้านไม่นำมาหยิบยกอภิปรายแต่อย่างใด ท่ามกลางแรงกดดันต่างๆตนตัดสินใจเสนแผนปรองดองในวันที่ 3 พ.ค.แต่สุดท้ายกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยุติการชุมนุม จึงเป็นที่มาของมาตรการในการแก้ไขปัญหาต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า พื้นที่การชุมนุมราชประสงค์เหมือนเป็นกากบาทเรารู้ว่าถ้าเข้าไปจะสูญเสียมาก เราจึงตั้งด่านปิดล้อของทหารไม่ให้คนเข้าไป โดยทหารไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมนุมเลย มีบทเรียนจากวันที่ 10 เม.ย.เพื่อไม่ให้โดนโจมตีจากเอ็ม79 มวลชนที่ราชประสงค์ยังเป็นปกติแต่ชุดดำกองกำลังติดอาวุธแต่งกายคล้ายทหารและตำรวตรวมทั้งมีการระดมคนข้างนอกเป็นขนมชั้นตั้งแต่ ราชปรารภ คลองเตย บ่อนไก่ คนพวกนี้มีการใช้กำลังโดยมีเป้าหมายไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่เท่านั้นแต่พร้อมทำร้ายผู้สื่อข่าว อาสาสมัครและชาวต่างประเทศ

“มีหลายฝ่ายตำหนิว่าทำไมไม่รอให้มีการเจรจาก่อนเพราะในวันที่ 18 พ.ค.กลุ่มผู้ชุมนุมรับแนวทางแล้ว ยอมรับครัวว่าวันที่ 18 พ.คได้รับการติดต่อจากประธานวุฒิสภาหรือส่วนอื่นๆเข้ามา แต่ปรากฎว่ายังไม่มีการหยุดยิงพบว่าคืนวันที่ 18 พ.ค.ยังมีการยิงเอ็ม79 และมีความพยายามเอามวลชนมารวมที่ราชประสงค์ แบบนี้ไม่ได้เป็นไปตามแนวทางแผนการปรองดองรัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่ต้องปฎิบัติการเข้าไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลคิดตลอดว่าการบริหารสถานการณ์หลังการยุติการชุมนุมจะทำอย่างไรเรื่องนี้เป็นปัญหามากเพราะเมื่อผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม เราจึงได้บอกว่าทหารที่ปฎิบัติการไม่ให้เข้าไปในราชประสงค์ไม่งั้นจะมีการปะทะและสร้างความกังวลและความระแวงให้ผู้ชุมนุมที่เตรียมกลับบ้าน แต่ก่อนหน้านั้นมีสัญญาณจากการพูดบนเวทีว่าถ้ามีปัญหาสลายการชุมนุมได้พูดถึงการวางเพลิงเป็นลำดับ

ต่อมานายกฯได้เปิดคลิปวีดีโอที่มีการสัมภาษณ์ชาวต่างชาติและมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบโดยชาวต่างชาติคนนั้นกล่าวด้วยคำหยาบตายว่า ถ้ารถถังเข้ามา จะเข้าไปเผาทำลาย ขโมยของในเซ็นทรัลเวิล์ด

“มีข้อสงเกตุน่าสนใจมีการจับกุมชาวต่างชาติหนึ่งรายโดยก่อนถูกจับพบคลิปโดยมีคนไปถ่ายเห็นฝรั่งคนนี้ชุมนุมบอกว่ามีข่าวจะนำรถถังเข้ามาถ้าเข้ามาจะเข้าไปทำลายและเผาเซ็นทรัลเวิลดิ์ ดูเหมือนพูดจาคึกคะนองแต่น่าสนใจว่ามีการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ต่างชาติโดยบอกว่าไม่ได้อยู่ที่เซ็นทรัลแต่อยู่ที่ช่อง 3 แล้วยังบอกอีกว่าอีกประมาณ 2เดือนจะมีการชุมนุมใหม่ลงใต้ดิน ผมไม่คิดว่าฝรั่งคนพูดเพราะคะนองแต่พูดสอดคล้องกับแกนนำนปช.และอดีตนายกฯ สิ่งที่ผมนำเสนอวันนี้น่าจะชัดเจนว่ารัฐบาลได้สร้างเรื่องหรือไม่” นายอ” นายอภิสทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ยืนยันก่อนหน้านี้มีการประสานงานมายังรัฐบาลให้เป็นเขตอภัยทาน รัฐบาลเข้าใจดีว่าพื้นที่ดังกล่าวคนชราและเด็กต้องการเข้าไปเพื่อความปลอดภัย และได้ย้ำกับศอฉ.ว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่พิเศษ และห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่สนามกีฬาแห่งชาติเข้ามา แต่ที่ต้องเข้ามาเพราะเพื่อคุ้มครองหน่วยดับเพลิงที่สยาม ถามว่ามีการยิงที่แยกเฉลิมเผ่าหรือไม่ตอบว่ามีเพราะระยะเวลา 18.30 น.มีการปะทะกับกองกำลังติดอาวุธที่อยู่พื้นล่าง พบรอยกระสุนบนสถานีรถไฟฟ้าสยามหลายจุดหลังจากนั้นมีข่าวผู้เสียชีวิตตนได้สอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันว่าไม่มีการขว้างแก๊สน้ำตาในวัดแต่ยอมรับว่ามีคนเสียชีวิตบริเวณเต๊นท์หน่วยพยาบาล ความเชื่อของใครก็ว่ากันไปแต่ขอให้ความเป็นธรรมกับศอฉ.ว่าเหตุผลอะไรที่เจ้าหน้าที่ต้องไปดำเนินการกับคนในวัดเพราะภารกิจเสร็จแล้ว การเข้าไปที่แยกเฉลิมเผ่าก็เพื่อคุ้มครองหน่วยดับเพลิงเท่านั้น

“เรามีผลชันศูตรศพที่วัดปทุมวนารามแล้ว วิถีกระสุนอยู่ในแนวราบ ซึ่งผู้ยิงอาจอยู่ในอริยาบถแตกต่างกัน เช่น ยืน นั่งยองๆ เป็นต้น แต่รัฐบาลพร้อมให้ความเป็นธรรม แต่จะมาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการปฎิบัติ การที่เหี้ยมโหดของรัฐบาลมันไม่ยุติธรรม ที่จริงรัฐบาลไม่อยากตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบเหตุการณ์หรอกเพราะมีหน่วยงานที่จะเข้ามาทำงานอยู่แล้ว เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่พวกท่านไม่ยอมรับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันจะเดินหน้าแผนปรองดอง 5 ข้อ ไม่รวมเรื่องวันเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้จะไม่นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และขอเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงที่มาชุมนุม อยากให้เข้ามาร่วมในกระบวนการปรองดองให้มากที่สุด สมาชิกฝ่ายค้านจะมีบทบาทสำคัญ ซึ่งผู้แทนของต่างประเทศ ยุโรป สหรัฐอเมริกา ก็เห็นตามนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันเดินหน้าโดยไม่มีการใช้ความรุนแรง และประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าว และเรียกร้องให้ฝ่ายค้านมาเข้าร่วมกระบวนการปรองดอง รัฐบาลขอยืนยันตั้งใจ สำนึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องมี ผลการตรวจสอบของกระรมการอิสระที่จะตั้งขึ้นจะออกมาอย่างไร ตนพร้อมรับผิดชอบ ซึ่งรัฐบาลเคยแสดงให้เห็นแล้วจากกรณีของนายวิทยา แก้วภารดัย อดีตรมว.สาธารณสุข             

“ผมมี 2 ประเด็นสุดท้ายที่อยากชี้แจง คือ 1. กรณีทีมีการพาดพิงถึงกองทัพ และทหาร ตนคงบอกไม่ได้ว่าพ้นที่ทุกส่วนจะมีการปฏิบัติอย่างไร แต่กำลังพบได้แสดงความอดทน มีระเบียบวินัย บางภาพเห็นชัดเจนว่าขนาดมีอาวุธอยู่ในมือ เขาก็ยังไม่ใช้แม้โดนทำร้ายก็ไม่ใช้อาวุธตอบโต้  2. การพาดพิงถึงผบ.ทบ. แม้จะโดนตำหนิว่า ทำไมไม่ใช้กำลังบุกเข้าไป แต่ผบ.ทบ.ก็มีจุดยืนเดียวกับตนและนายสุเทพ ที่จะหาทางให้ไม่ให้สูญเสีย หรือสูญเสียน้อยที่สุด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว 
 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์