posttoday
ครีเอทีฟเพื่อการกุศล

ครีเอทีฟเพื่อการกุศล

31 สิงหาคม 2557

หลากหลายไอเดียสร้างสรรคืที่นำมาสู่การสร้างแคมเปญการกุศลที่แปลกใหม่ที่สามารถระดมทุนได้อย่างมากมาย

โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์

หากจะนับว่า ไอซ์ บักเกต ชาลเลนจ์ เป็นแคมเปญแรกที่เหล่าคนดังและเศรษฐีทั้งหลายต้องเสียเงินและต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำต่อหน้าสาธารณชน คือ การนำเอาน้ำเย็นราดศีรษะตัวเอง เพราะโดยปกติเราจะเห็นเหล่าคนดังเหล่านี้แต่งตัวเนี้ยบและสวยงามตลอดเวลา

นี่จึงเป็นการทำการกุศลในรูปแบบได้เงินจำนวนมากโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร แต่ก็มีเสียงต่อต้านจากคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยว่าแคมเปญนี้ไร้สาระ เลียนแบบฝรั่ง เห็นว่าการบริจาคเงินเพื่อการกุศลไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรบ้าๆ บอๆ เช่นนี้ก็ได้

การระดมทุนเพื่อการกุศลในประเทศไทยให้ได้เงินมาก ยังไม่เคยมีการคิดแคมเปญใหม่ๆ ออกมาให้เห็นบ่อยๆ รูปแบบการจัดงานระดมทุนยังวนเวียนกับการจัดงานกาล่าดินเนอร์ เชิญดารา นักร้อง และแขกกิตติมศักดิ์มาร้องเพลง และเชิญนายกรัฐมนตรีมารับเงินบริจาคจากหน่วยงานต่างๆ อาจจะจัดถ่ายทอดออกโทรทัศน์ ซึ่งจะมีการจัดตั้งสายด่วนรับบริจาค โดยมีตัวหนังสือวิ่งเชิญชวนประชาชนให้ร่วมบริจาคด้วย

หรือจะมาในรูปการจัดแรลลี่ ตีกอล์ฟ จัดคอนเสิร์ตการกุศล การประมูลของดาราและคนดัง การเปิดตลาดนัดขายของ เป็นต้น

แต่การระดมทุนที่สามารถได้เงินบริจาคมากและเป็นตำนาน คือ หวยคุ้มเกล้า ที่กองทัพอากาศระดมทุนเพื่อสร้างอาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาลภูมิพล ที่มีคนยากไร้เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก แต่อาคารสถานที่และเครื่องมือแพทย์มีไม่พอ จึงมีการออกหวยขูด ซื้อสลากมาขูดตัวเลขและมีโอกาสถูกรางวัลใหญ่ คล้ายกับสลากกาชาด และมีการประกวดธิดาคุ้มเกล้าซึ่งเป็นเหมือนทูตของโครงการนี้ เมื่อไปรับบริจาคเงินที่ใด ธิดาคุ้มเกล้าจะต้องไปโชว์ตัวด้วย ซึ่งระดมเงินได้มากหลายร้อยล้านบาท นับว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก

คนดังที่เป็นตำนานในการระดมทุนเพื่อการกุศลที่โดดเด่นอีกคนหนึ่ง คือ ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร-ตำรวจ คนแรกที่ริเริ่มนำนักร้องจากต่างประเทศเข้ามาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทย ท่านผู้หญิงจัดงานใหญ่ระดมทุนปีละ 2 ครั้ง ด้วยการจัดงานกาล่าดินเนอร์นำเงินถวายเข้ากองทุนศิลปาชีพ มูลนิธิสายใจไทย และมูลนิธิอื่นๆ หากจะนับเวลาที่ท่านผู้หญิงทำการกุศลรวมแล้วอาจได้เงินเป็นพันล้านบาท

อีกผู้หนึ่งที่สร้างปรากฏการณ์ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปเมื่อไม่นานนี้คือ ศักดิ์ชัย ทรงศรีวิสุทธิ์ กาย หรือศักดิ์ชัย กาย บรรณาธิการบริหารนิตยสารลิปส์ ในครั้งที่ช่วยระดมหาทุนสนับสนุนด้วยออกแบบเสื้อยืดคอลเลกชั่นกอบกู้ชาติรุ่นแล้วรุ่นเล่า ให้กับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) โดยในครั้งนั้นระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน สามารถระดมทุนจากการขายเสื้อยืดหลายต่อหลายรุ่น และหนังสือ “The power of change : สุเทพ เทือกสุบรรณ” รวมทั้งหมดได้ประมาณ 45-46 ล้านบาทเลยทีเดียว

“ไม่ได้ตั้งใจ ทำทีเล่นทีจริง แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะความเชื่อและความศรัทธาของประชาชน” ศักดิ์ชัย กาย บอกถึงกุญแจแห่งความสำเร็จ

ศักดิ์ชัย เล่าต่อว่า ทุกคนล้วนเป็นอาสาสมัครมาด้วยใจ ทำงานกันฟรีๆ ในทุกส่วน ยิ่งได้ดีไซเนอร์อย่าง ไข่ บูติก หรือสมชาย แก้วทอง มาช่วยออกแบบ ชัย ราชวัตร มาเขียนการ์ตูนเป็นลายเสื้อ ยิ่งขายดี คนมาต่อแถวยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา ยอดขายที่เงินบริจาคก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และขึ้นสูงสุดถึง 13 ล้านบาท

“ไม่ต้องพูดถึงเสื้อที่เป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่มีจำนวนจำกัด เสื้อที่มีลายเซ็นแกนนำครบทุกคน ขายตัวละ 5 หมื่นบาท มีเพียง 10 ตัว 5 แสนบาท ก็ขายหมดในพริบตา เสื้อยีนส์ตัวละ 5,000 บาท ก็แย่งกันหมด หนังสือที่พิมพ์ออกมาครั้งแรก 1 แสนเล่ม ก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว รวมที่ขายในร้านหนังสือด้วยยอดก็รวมประมาณ 2.5 แสนเล่ม”

ศักดิ์ชัย บอกว่า เมื่อย้อนมองกลับไปรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างมาก ทำครั้งแรกคาดไว้ว่าได้เงินเพียงบรรลุเป้าหมาย 1 ล้านบาท มอบให้เวที กปปส.ก็เพียงพอแล้ว แต่ทุกอย่างก็ไหลบ่าเข้ามาให้ระดมทุนแบบวันต่อวัน จนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดมทุนเพื่อนำมาขับเคลื่อน กปปส.ที่สำคัญ

หลากแคมเปญสร้างสรรค์เพื่อการระดมทุน

การทำ “ไอซ์ บักเกต ชาลเลนจ์” ที่เป็นกระแสทำกันไปทั่วโลกในครั้งนี้ เป็นการระดมทุนรูปแบบหนึ่งเพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เอแอลเอส)

กระนั้นก็ตาม โครงการการระดมทุนต่างๆ ทั่วโลกก็ยังคงมีอีกมากมาย ซึ่งผู้คิดโครงการมีครีเอทีฟที่จะทำให้การระดมทุนซึ่งหลายโครงการนั้นน่าสนใจ และแปลกทั้งในแง่ของการเข้าร่วม และน่าสนใจในแง่ของจุดเริ่มต้น รวมไปถึงกองทุนที่ได้รับเงินบริจาค

โครงการที่มีการระดมทุนในปีนี้ อาทิ “โนเมกอัพ เซลฟี่” หรือการถ่ายภาพตนเองของสาวๆ ตอนที่ยังไม่ได้แต่งหน้า และท้าให้ผู้อื่นทำต่อ เพื่อระดมทุนเข้าศูนย์การวิจัยโรคมะเร็ง โดยกระแสนี้แม้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเริ่มต้นได้อย่างไร แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างล้มหลาม เพราะ ดาราชื่อดังต่างตบเท้าเข้าร่วมมากมาย พร้อมทั้งบริจาคไปยังศูนย์ดังกล่าว โดยช่วง เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งในอังกฤษ และองค์กรการกุศลที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง สามารถระดมทุนได้มากถึง 8 ล้านปอนด์ (ราว 424 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 6 วันเท่านั้น

ขณะเดียวกันก็ยังมีโครงการที่ชื่อว่า “โมเวมเบอร์” ที่เริ่มต้นโดยมูลนิธิโมเวมเบอร์ เพื่อรณรงค์ให้ผู้ชายรู้จักอันตรายของโรคภัยไข้เจ็บมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งแคมเปญนี้จะสนับสนุนให้ไว้หนวดตลอดระยะเวลาเดือน พ.ย.ของทุกปี เพื่อระดมทุน และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บของผู้ชายเสี่ยงจะต้องเผชิญ โดยโครงการนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ตั้งแต่สหรัฐ แอฟริกาใต้ มาจนถึงไต้หวัน ซึ่งปีที่แล้ว ทั่วโลกสามารถระดมทุนได้ทั้งหมด 129.6 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว (ราว 4,160 ล้านบาท)

เมื่อฝั่งผู้ชายมีการสนับสนุนให้ไว้หนวดแล้ว ด้านของผู้หญิงเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีแคมเปญ “เฟบ-ยู-แฮร์รี” ที่เริ่มต้นในปี 2553 ซึ่งเริ่มต้นด้วยนักศึกษาแพทย์ชาวแคนาดา 2 คน ที่ได้แรงบันดาลใจจากความสำเร็จอันล้นหลามของโมเวมเบอร์ ทว่าการระดมทุนครั้งนี้จะให้บรรดาสาวๆ ไว้ขนขาตลอดเดือนช่วงเดือน ก.พ. เพื่อระดมเงินไปช่วยเหลือในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก แม้จะระดมทุนได้ไม่มากเท่ากับโมเวมเบอร์ ทว่านับเป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย โดยจนถึงปี 2556 โครงการสามารถระดมทุนไปแล้วได้มากกว่า 1.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 4.8 แสนบาท)

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการระดมทุนแบบดั้งเดิมในต่างประเทศ นั่นก็คือ “สแวร์ บอกซ์” ที่เป็นกล่องตั้งไว้ที่สำนักงานหรือตามบาร์ต่างๆ โดยหากใครก็ตามที่พูดคำสบถหรือคำหยาบออกมา จะต้องบริจาคเงินใส่กล่องที่ตั้งไว้ ซึ่งเงินจำนวนนี้จะนำไปบริจาคให้การกุศล และยังช่วยสนับสนุนไม่ให้คนพูดจาหยาบคายอีกด้วย

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน สแวร์ บ็อกซ์ได้มีรูปแบบใหม่ๆ ในการระดมทุนเพิ่มเติม โดยการไปอยู่ในโลกออนไลน์ที่เรียกว่า “ชาร์ริตี้ สแวร์ บ็อกซ์” ซึ่งใครที่ต้องการเข้าร่วมโครงการต้องลงทะเบียนโดยใช้ชื่อทวิตเตอร์กับชาร์ริตี้ สแวร์ บ็อกซ์ โดยทางเว็บไซต์จะคำนวณจำนวนครั้งที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนดังกล่าวทวีตหยาบคาย ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา พร้อมกับจำนวนเงินที่ต้องบริจาคให้กับองค์กรการกุศล ซึ่งก็มีให้เลือกมากมาย เช่น องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าสากล (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินที่สามารถระดมทุนได้

หรือหากจะให้แปลกอีกสักหน่อย ในประเทศแคนาดานั้นมีการระดมทุนที่ชื่อว่า “เนค ซิปไลเนอร์” โดยให้สาวๆ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนเข้ามูลนิธิมะเร็งเต้านมแคนาดา ถอดเครื่องแต่งกายช่วงบนออก หรือเรียกง่ายๆ ว่าเปลือยช่วงบนนั่นเอง พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมการกระโดดหอ ซึ่งโครงการนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะถูกขอให้บริจาคอย่างน้อย 250 เหรียญสหรัฐ (ราว 8,000 บาท) โดยในปีที่แล้วสามารถระดมทุนเข้ามูลนิธิได้มากถึง 2.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 8 แสนบาท)

ไม่เพียงเท่านี้ หากย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่แล้ว ก็มีการระดมทุนชื่อดัง โดยมีแรงบันดาลใจมาจาก แลนซ์ อาร์มสตรอง นักแข่งจักรยานถนนมืออาชีพชาวอเมริกัน โดยชายรายนี้ได้ป่วยเป็นมะเร็งสมอง ปอด และอัณฑะ ทว่าสามารถเอาชนะโรคดังกล่าวและกลับมาแข่งจักรยานได้อีกครั้ง พร้อมกับอาร์มสตรองยังเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ “ลีฟสตรอง” ในปี 2540 เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง โดยในปี 2547 ทางมูลนิธิได้ขายริสแบนด์ หรือสายรัดข้อมือสีเหลืองที่ได้รับความนิยมกันไปทั่วโลก ที่สามารถขายได้ถึง 80 ล้านเส้นเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท