posttoday
ยกแรกมาร์ค-สุเทพ รอด คดีสลายเสื้อแดง

ยกแรกมาร์ค-สุเทพ รอด คดีสลายเสื้อแดง

29 สิงหาคม 2557

กลายเป็นที่น่าสนใจไม่น้อยกับคำสั่งของศาลอาญา เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ยกฟ้อง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ”

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นที่น่าสนใจไม่น้อยกับคำสั่งของศาลอาญา เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ยกฟ้อง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตรองนายกฯและผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยมีเหตุผลมาจากการที่อัยการฟ้องคดีผิดศาลและพนักงานสอบสวน คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ไม่มีอำนาจทำคดีตั้งแต่ต้น

“แม้อัยการโจทก์จะกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองได้ออกคำสั่ง ศอฉ. ที่ให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ อาวุธและกระสุนจริง รวมทั้งพลแม่นปืนในการผลักดันผู้ชุมนุม หรือกระชับพื้นที่หรือสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 พ.ค. 2553 โดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวนั้นก็เกี่ยวพันกับการที่จำเลยทั้งสองใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ราชการในฐานะนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ผอ.ศอฉ. ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ด้วย ไม่ใช่การกระทำทางอาญาที่กระทำโดยส่วนตัวหรือนอกเหนือหน้าที่ราชการ...

...ดังนั้นจึงเป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งราชการด้วยเป็นการกระทำกรรมเดียวที่ควรพิจารณาไปในวาระเดียว ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีอำนาจไต่สวน และหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก็ต้องยื่นฟ้องคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลนี้ จึงพิพากษายกฟ้อง ญาติผู้ตายที่เป็นผู้เสียหายไม่อาจเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้” สาระสำคัญจากคำสั่งยกฟ้องของศาลอาญา

สำหรับที่มาที่ไปของการวินิจฉัยของศาลในประเด็นนี้ มาจากการที่ “อภิสิทธิ์สุเทพ” ได้ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนคดีนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามต่อสู้มาตลอดตั้งแต่คดียังอยู่ในระหว่างการไต่สวนของดีเอสไอและอัยการสูงสุด แต่ไม่เป็นผลจนมาถึงการหยิบประเด็นนี้มาเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลอาญา

ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาตลอดว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจทำคดีดังกล่าวและอัยการก็ไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาว่าจะส่งฟ้องศาล เนื่องจากอัยการสูงสุดเคยวางหลักการเอาไว้เมื่อปี 2556 ว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจไต่สวนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากอัยการสูงสุดมีความเห็นไม่สั่งฟ้อง “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ในกรณีที่ดีเอสไอได้ส่งคดีการต่อสัญญาการเดินรถไฟฟ้าของบีทีเอสโดยมิชอบ ซึ่งครั้งนั้นอัยการให้เหตุผลว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.

ดังนั้น เท่ากับว่าเส้นทางของคดีต่อไปจะกลับมาอยู่ในมือ ป.ป.ช.อย่างเต็มตัวอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีแรงกดดันจากฝ่ายพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงกดดันให้ ป.ป.ช.ยุติการไต่สวนคดีนี้ เนื่องจากเห็นว่าจะไปซ้ำซ้อนกับการพิจารณาของศาล จน ป.ป.ช.ต้องมีมติออกมาว่าตัวเองยังมีอำนาจหน้าที่ไต่สวนคดีนี้

โดยล่าสุดคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. ที่มี “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานได้รับทราบถึงคำสั่งยกฟ้องในคดีนี้ของศาลอาญาแล้วและเตรียมเดินหน้าไต่สวนคดีการสลายการชุมนุมต่อไป และจะเชิญอภิสิทธิ์และสุเทพมาให้ข้อมูลในเร็วๆ นี้ ก่อนพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่

ส่วนบรรทัดฐานการวินิจฉัยคดีของ ป.ป.ช. คือ การยึดหลักว่าด้วยการระงับยับยั้งความเสียหาย โดยจะดูว่าเมื่อรัฐบาลในขณะนั้นได้ใช้อำนาจสั่งสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีการปะทะกันและเกิดการสูญเสียชีวิต แล้วได้มีการใช้อำนาจเพื่อระงับความสูญเสียหรือไม่ หรือในเมื่อเกิดความเสียหายแล้วทำไมรัฐบาลถึงไม่ใช้อำนาจเพื่อเหมือนกับที่ ป.ป.ช.ได้พิจารณาคดีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก่อนหน้านี้

ในกรณีถ้า ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาและเห็นการแก้ข้อกล่าวหาของทั้งสองคนฟังไม่ขึ้น จะทำให้ ป.ป.ช.ต้องส่งเรื่องให้กับอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป แต่หากเกิด ป.ป.ช.เห็นว่าการกระทำของอภิสิทธิ์และสุเทพไม่เข้าข่ายความผิดทางอาญาในทุกพฤติการณ์ก็เท่ากับว่าเป็นอันปิดคดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท