
ฟื้นฟูความเป็นชาติไทย
จนถึงวันนี้ผู้สมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นกรรมการปฏิรูปด้านการศึกษามีจำนวนมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาของประเทศมีปัญหามากที่ต้องยกเครื่องกันเสียที แม้แต่ผู้นำ คสช.ยังมองเห็นปัญหาและให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศในลำดับต้นๆ โดยท่านได้พูดถึงการศึกษาของชาติในวาระต่างๆ หลายครั้ง
จนถึงวันนี้ผู้สมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นกรรมการปฏิรูปด้านการศึกษามีจำนวนมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาของประเทศมีปัญหามากที่ต้องยกเครื่องกันเสียที แม้แต่ผู้นำ คสช.ยังมองเห็นปัญหาและให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศในลำดับต้นๆ โดยท่านได้พูดถึงการศึกษาของชาติในวาระต่างๆ หลายครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณมากที่สุดในหลายๆ ปีที่ผ่านมา คิดเป็นประมาณร้อยละ 75 สะท้อนให้เห็นว่าทุกรัฐบาลไทยที่ผ่านมาให้ความสำคัญแก่การศึกษาของชาติอย่างมาก แต่ผลสัมฤทธิ์ของการศึกษากลับเป็นสิ่งที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก ผู้บริหารกระทรวงอ้างว่างบที่ได้สูงนั้นส่วนใหญ่เป็นงบประจำ เงินเดือน ค่าจ้าง ฯลฯ ส่วนงบลงทุนนั้นมีเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น อย่างไรก็ดีงบของทุกส่วนราชการส่วนใหญ่เป็นงบประจำ งบลงทุนมีน้อยเหมือนกัน แต่ถ้าคิดเป็นเม็ดเงินแล้ว กระทรวงศึกษาธิการก็ได้รับมากกว่ากระทรวงทบวงกรมอื่นๆ สังคมตั้งข้อสงสัยตลอดมาทำนองว่า สอนกันอย่างไรทำให้เด็กส่วนหนึ่งมองว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งยอมรับได้หากเอามาแบ่งกันบ้าง หรือยอมรับว่าที่ไหนก็โกงกันทั้งนั้น ฯลฯ แบบนี้อนาคตของชาติไทยคงมีปัญหา
ยิ่งสอนยิ่งเรียนกันไป ปรากฏว่าเด็กและเยาวชนไทยมี “ความรู้สึกของความเป็นชาติ” ลดน้อยลงทุกที ทั้งที่ไทยมีจุดแข็งทั้งทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองที่เพื่อนบ้านอิจฉา ไทยสามารถรักษาเอกราชได้ตลอดมาท่ามกลางภัยคุกคามน้อยใหญ่ ในเมื่อเด็กและเยาวชนไทยไม่รู้ “ที่มา” ของตนเอง แล้วพวกเขาจะรู้ “ที่ไป” ได้อย่างไร จึงไม่แปลกใจที่เด็กและเยาวชน คนไทยรุ่นใหม่ที่อยู่ในยุคไอทีแต่อ่อนด้อยในความรู้สึกของความเป็นชาติ ความสำนึกในสถาบันหลักทั้งสาม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชักเสื่อมถอยลง
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยเกี่ยวกับการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ของไทย องคมนตรีหลายท่านได้เรียกร้องให้ความสำคัญแก่ประวัติศาสตร์ชาติไทยเช่นเดิม แต่กระทรวงศึกษาธิการไม่นำพา วิชาประวัติศาสตร์ถูกลดความสำคัญลงโดยนำไปซ่อนไว้ในหมวดสังคมศึกษา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ใส่ใจ โชคดีที่หัวหน้า คสช.ได้ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของชาติ การปลุกจิตสำนึก การดำรงซึ่งวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน การปลูกฝังค่านิยม และอุดมการณ์ให้กับคนในชาติ
ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ประวัติศาสตร์ผ่านสิ่งที่ดีและเลวร้ายต่อบ้านเมืองมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าจะเรียนจะสอนกันอย่างไร ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ประวัติศาสตร์ไทยถูกสอนให้คนไทยเกิดความรู้สึกรักชาติซึ่งเป็นเหตุและความจำเป็นขณะนั้น เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป การเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ก็ต้องปรับวิธีกันใหม่ แต่ไม่ใช่ลดความสำคัญอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการได้ทำมา โดยเฉพาะบทบาท ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซ้ำสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกการเมืองดึงลงมาเล่น ดังนั้น คสช.จึงมุ่งฟื้นฟูการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และบทบาทความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เกิดขึ้น ดำรงอยู่ คู่กับชาติไทยตลอดมา
การสร้างความรู้สึกของความเป็นชาติ ความภูมิใจในความเป็นชาติ ไม่ใช่ทำเฉพาะการฟื้นฟูและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่หมายถึงการเรียนการสอนเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมทางจิตใจ ทั้งปรัชญาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมเป็นจิตใจของชาติ เพื่อฟื้นฟูความเป็นไทยกลับมาอีกครั้ง ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาชาติ
การสอนภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ไทยนั้น ต้องสอนให้เด็กเข้าใจตามวัยของตน และเน้นการทัศนศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งมีมากมาย ทั้งสุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติและท้องถิ่น ซึ่งบอกถึงความเป็นมาของชาติ อันจะทำให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ยัดใส่เข้าไปทั้งตำราเรียนและหนังสืออ่านนอกเวลามากมาย รายละเอียดนั้นค่อยไปเรียนระดับอุดมศึกษาเมื่อต้องการเป็นนักประวัติศาสตร์ ครูสอนประวัติศาสตร์ก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งพอสมควรเกี่ยวกับวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่ใช่สอนตามคู่มือที่กระทรวงแจกไป
กระทรวงศึกษาธิการต้องเน้นการเรียนการสอนเรื่อง “บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการบริหารจัดการความมั่นคงของชาติ” การดำเนินวิเทโศบายในการนำชาติผ่านพ้นวิกฤตและเอาตัวรอดจากภัยคุกคามทุกครั้งที่ผ่านมา สมัยก่อนภัยคุกคามมาจากข้าศึกยกทัพเข้ามาตีไทยเพื่อเอาเป็นเมืองขึ้น พระมหากษัตริย์ของไทยบริหารความมั่นคงเพื่อให้ไทยอยู่รอดปลอดภัยมาได้อย่างไร ต่อมาสมัยล่าอาณานิคม พระมหากษัตริย์ของไทยได้บริหารจัดการความมั่นคงของชาติในอีกรูปแบบหนึ่งโดยใช้กลยุทธ์ทางการทูต พร้อมกับพัฒนาประเทศให้ทันสมัยแบบตะวันตก เมื่อประเทศเผชิญกับภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ พระมหากษัตริย์ของไทยใช้นโยบายและกลยุทธ์ทางด้านเศรษฐกิจมุ่งแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นสำคัญ เป็นต้น นี่เป็นการปรับวิธีการในการเรียนการสอนเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย
กระทรวงศึกษาธิการควรเน้นการเรียนการสอนบทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยในยุครัตนโกสินทร์ที่บริหารจัดการความมั่นคงของชาติในยุคล่าอาณานิคมและการสร้างชาติให้ทันสมัย การเตรียมพื้นฐานการพัฒนาไปสู่ระบอบประชาธิปไตย จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองให้มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งบริหารประเทศ ต้องเน้นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ที่พระองค์ท่านได้เน้นเรื่องการลดความยากจน และทรงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือรัฐบาลในการพัฒนาประเทศและสร้างความมั่นคงของชาติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นหลังเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของสถาบันที่เป็นหลักชัยของชาติ ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามโฆษณาชวนเชื่อบ่อนทำลายสถาบันแต่ฝ่ายเดียว แม้แต่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ก็ยังไม่เคยทำแบบนี้
หาก คสช.และรัฐบาลชุดใหม่ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ให้นักเรียนรู้ที่มาที่ไป บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อประเทศและประชาชน สอนวิชาภูมิศาสตร์เพื่อรู้ถึงแผ่นดินนี้ซึ่งเป็นที่เกิด ที่อยู่ ที่ตาย ให้มีความรักและหวงแหนแผ่นดินนี้ที่พระมหากษัตริย์ได้หามาและรักษาไว้ให้คนไทย สอนให้เด็กและเยาวชนรู้จักหน้าที่พลเมืองดี และศีลธรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย ทำคนไทยให้มีความเป็นไทยในจิตวิญญาณเพิ่มขึ้น เท่ากับเป็นการฟื้นฟู “ความรู้สึกแห่งความเป็นชาติ” ของเด็กและเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติกลับคืนมา
เราเชื่อว่า คสช.ทำได้







