
ดีเดย์ 5 ก.ย.จัดระเบียบ"เกาะหลีเป๊ะ"
จับตาปฏิบัติการจัดระเบียบเกาะหลีเป๊ะกลุ่มชาวเลหลีเป๊ะนับพันชีวิตจะมีชะตากรรมอย่างไรภายใต้กระแสความนิยมการท่องเที่ยว
ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
การจัดระเบียบทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งอันดามันกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นน่าจับตา นอกจากจ.ภูเก็ตแล้ว เกาะหลีเป๊ะ ต.หนองสาหร่าย องเมือง จ.สตูล ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งกองทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้รับผิดชอบ 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน กำหนดไว้เป็นเป้าหมายต่อไป
ภายหลัง พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 (ทรภ.3) แจ้งให้ผู้ประกอบการและผู้ที่ครอบครองที่ดินทั้งหมดบนเกาะหลีเป๊ะ นำหลักฐานเอกสารที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อช่วงต้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลรังวัดที่ดิน ล่าสุดก็กำหนดว่าวันที่ 5 ก.ย.นี้ จะบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช กรมเจ้าท่า ทหารเรือ ตำรวจ เข้าร่วมตรวจสอบรังวัดที่ดิน
แหล่งข่าวจากกรมอุทยานฯเปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นจะเน้นที่ดิน 10 แปลง ซึ่งมีเอกสารสิทธิส.ค.1 จำนวน 1 แปลง และ นส.3 ก จำนวน 9 แปลง โดยหน่วยเฉพาะกิจประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโบชน์ของชาติทางทะเล(ฉก.ปชท.ทรภ.3) ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ครอบครองที่ดินทั้ง 10 รายแล้ว ซึ่งทั้งหมดที่การปลูกสร้างเกินกว่าพื้นที่ตามเอกสารสิทธิ์
“จากการลงไปตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการทำเอกสารสิทธิ์ผิดกฎหมายมากมาย ทั้ง บวม เบ่ง บาน แบะ บางรายสค.1บินไปอยู่บนภูเขา รีสอร์ทบางรายปลอมเอกสารสิทธิ์ เพื่อนำไปเป็นหลักทรัพย์ขอกู้เงินจากธนาคารขณะนี้บนเกาะหลีเป๊ะมีการครอบครองที่ดินนับพันไร่ ทั้งๆ ที่ต้นขั้วการออกเอกสารเมื่อปี 2498 มีเพียง 41 แปลงหรือราว390 ไร่เท่านั้น การตรวจสอบครั้งนี้จะรังวัด ว่ามีการปลูกสร้างรุกพื้นที่ตามเอกสารสิทธิ์ไปแค่ไหน ส่วนที่สร้างเกินไปกว่าเอกสารสิทธิ์ก็จะให้รื้อถอน เพื่อนำที่ดินเหล่านี้มาจัดระเบียบใหม่”
ทั้งนี้ ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมากรณีที่ดินเกาะหลีเป๊ะเกิดปัญหาขึ้นมาเป็นระยะ ทั้งกรณีสำนักงานอุทยานฯ ฟ้องชาวบ้านบุกรุก นายทุนฟ้องขับไล่ชาวเล ล่าสุดช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมามีกรณีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธ ร่วม 20 คน บุกข่มขู่เจ้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเกาะ เนื่องจากกรณีพิพาทที่ดิน
พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณชาวแล สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการได้มีการหารือถึงปัญหาของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ โดยเฉพาะปัญหาที่ดินซึ่งปัจจุบันแทบทั้งหมดตกเป็นของเอกชนชาวเลแทบไม่มีที่ดินเหลืออยู่แล้ว แต่หากมีการบริหารจัดการและตรวจสอบให้ดี จะมีที่ดินพอให้ชาวเลได้อยู่อาศัย
“ที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบที่ดินนำปัญหาทั้งหมดมาวางไว้บนโต๊ะก่อน ผมเชื่อว่ามีการแจ้งครอบครองเกินกว่าความเป็นจริงกันเยอะ บางแปลงแจ้งไว้ไม่กี่ไร่ แต่เอาไปออกเอกสารสิทธิ์กว่า 60 ไร่”
ด้าน เรณู ทะเลมอญ ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีเชื้อสายอุรักลาโว้ย บอกว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมากลุ่มชาวเล 10 คน ได้เข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่491(นป.สอ.รฝ.) ประจำเกาะหลีเป๊ะ ให้ทหารเรือช่วยแก้ปัญหานายทุนเตรียมสร้างกำแพงและประตูปิดกั้นบริเวณทางไปยังหาด เพราะจะทำให้ชาวเลเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากไม่มีช่องทางเดินลงทะเลสำหรับไปดูแลเรือประมงที่จอดไว้ริมหาด ที่สำคัญมีข่าวว่านายทุนเหล่านี้จะปลดเชือกเรือที่ผูกไว้ริมหาด
“ทุกวันนี้ชาวเลแทบไม่มีทางเดินสำหรับไปชายหาด แม้รีสอร์ตต่างๆ จะเปิดทางให้ผ่านได้ช่วงกลางวัน แต่จะปิดและห้ามผ่านช่วงกลางคืน ก็เกิดปัญหาเมื่อฝนตกชาวเลจะเดินไปดูเรือไปวิดน้ำเรือประมงได้อย่างไร”เรณูกล่าว
เรณูบอกอีกว่า ไม่เพียงแค่การปิดกั้นทางเดินไปชายหาด ทั้งที่เดิมเส้นทางเหล่านี้เป็นทางสารธารณะ แม้แต่ที่ดินของตนเอง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาแต่บรรพบุรุษชาวเลที่อพยพมาอยู่เกาะหลีเป๊ะเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ก็มีนายทุนมาอ้างกรรมสิทธิ์ และขับไล่ให้ออกไปจากที่ดิน ทำให้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา แต่ก็ยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อความอยู่รอด เพราะไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน
เรณูกล่าวว่า หลังการไปขอให้ทหารเรือช่วยเหลือ นายทหารประจำฐานปฏิบัติการก็บอกว่า นายทุนจะอ้างกรรมสิทธิ์บริเวณชายหาดซึ่งเป็นที่สาธารณะไม่ได้ หากมีการปลดเรือชาวเลที่ผูกไว้ริมหาด ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เลย
“ฉันเกิดที่นี่ เคยวิ่งเล่นบนหาดทรายและเกาะแห่งนี้มาตั้งแต่เล็กๆ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา มีคนมากล่อมให้แม่ดิฉันเซ็นชื่อเพื่อรื้อถอนบ้าน เขาพยายามคุยกับแม่โดยไม่ยอมให้ลูกหลานไปฟังด้วย แต่แม่ไม่ยอม เราอยู่กันมานาน เมื่อก่อนไม่เคยรู้เรื่องเลยว่าที่ดินต้องมีเอกสารสิทธิ์ เราก็อยู่ของเราได้ แต่วันนี้พอรู้แล้วกลับถูกไล่ให้ออกจากบ้านตัวเอง”เรณูกล่าว
คงต้องรอดูว่าหลังปฏิบัติการจัดระเบียบเกาะหลีเป๊ะแล้ว กลุ่มชาวเลหลีเป๊ะนับพันชีวิต ในฐานะเจ้าของแผ่นดินเดิม จะมีชะตากรรมต่อไปอย่างไร ภายใต้กระแสความนิยมการท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะที่กำลังมาแรง ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างชาติ.







