
เปิดแผนเยียวยาจิตใจเหยื่อจลาจล
การเยียวยาตั้งเป้าไว้ใน 1 ปีว่าโรคเครียดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ โรคซึมเศร้า ไม่เกินร้อยละ 5 และอุบัติการณ์ของการฆ่าตัวตายสำเร็จไม่เกินร้อยละ 15 ต่อประชากรแสนคน
การเยียวยาตั้งเป้าไว้ใน 1 ปีว่าโรคเครียดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ โรคซึมเศร้า ไม่เกินร้อยละ 5 และอุบัติการณ์ของการฆ่าตัวตายสำเร็จไม่เกินร้อยละ 15 ต่อประชากรแสนคน
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ศูนย์ดูแลและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม กระทรวงสาธารณสุข ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูสภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมในระยะยาว โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.ครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต 88 ราย 2.ผู้ได้รับบาดเจ็บและพิการ 1,902 ราย 3.ผู้ชุมนุมที่ลงทะเบียนในวัดปทุมวนาราม 4.ชุมนุมในกรุงเทพฯที่ได้รับผลกระทบโดยตรง 5.จังหวัดที่ประกาศพรก.ฉุกเฉินทั้ง 24 จังหวัด 6.ประชาชนทั่วไป
สำหรับรูปแบบของการเยียวยาในพื้นกทม.และ 24 จังหวัดนั้น ในระดับบุคคลและครอบครัว จะมีการติดตามเยี่ยมเยียนเยียวยาที่บ้าน ครั้งแรกภายในวันที่ 30 มิถุนายน จากนั้นจะติดตามเยี่ยมอีก 2 ครั้งทุกๆ 3 เดือน ช่วงเดือนกันยายน และธันวาคม ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงนั้นจะมีการติดตามเยี่ยมเยียนทุกเดือนจนถึงสิ้นปี
โดยตั้งเป้าไว้ใน 1 ปี โรคเครียดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ โรคซึมเศร้า ไม่เกินร้อยละ 5 และอุบัติการณ์ของการฆ่าตัวตายสำเร็จไม่เกินร้อยละ 15 ต่อประชากรแสนคน ทั้งนี้ดำเนินการตามกรอบวงเงิน 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีการเยียวยาระดับชุมชนจะสร้างและพัฒนาเครือข่ายในพื้นที่จังหวัด อำเภอ ตำบล โดยแบ่งออกเป็น 3 เครือข่าย คือ 1.กลุ่มผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน 2.ทีมสุขภาพในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในและนอกสังกัดสธ. 3.ทีมอาสาสมัคร โดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
พร้อมกันนี้ยังจะพัฒนาชุดความรู้เครื่องมือชุดใหม่ รวมถึงพัฒนาแกนนำของเครือข่าย และส่งเสริมให้จัดกิจกรรมในชุมชนเป้าหมาย ซึ่งมีกรอบระยะเวลาระยะสั้นภายใน 4 เดือน และระยะยาวตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ทั้งนี้คาดหวังภายใน 1 ปี ภาวะเครียดในชุมชนต่ำกว่าร้อยละ 25 ภาวะซึมเศร้าในชุมชนต่ำกว่าร้อยละ 20 และอารมณ์รุนแรงทางการเมืองต่ำกว่าร้อยละ 15 โดยใช้วงเงินดำเนินการ 20 ล้านบาท (รออนุมัติจากสำนักงบประมาณ)
ส่วนการเยียวยาในระดับสังคมนั้น ในระยะเวลา 3 เดือนแรก คือ มิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม จะเน้นลดความร้อนแรงของอารมณ์ ต่อจากนั้นหลังจาก 3 เดือน คือหลังเดือนกันยายนเป็นต้นไป จะเน้นหนักขึ้นในเรื่องการลดความขัดแย้งและเพิ่มมุมมองในมิติที่ถูกต้อง ด้วยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายระดับจังหวัด อาทิ ผู้นำศาสนา สื่อสารมวลชนท้องถิ่น
คาดหวังภายในวันที่ 31 สิงหาคม อารมณ์ร้อนแรงทางการเมืองจะต่ำกว่าร้อยละ 20 และภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 อารมณ์ความรุนแรงทางการเมืองของสังคมต่ำกว่าร้อยละ 15
นพ.เสรี หงษ์หยก รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการดูแลฟื้นฟูจิตใจ กล่าวว่า เมื่อเกิดปัญหาหรืออุบัติภัยต่างๆ ภายใน 1 – 4 วันผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเกิดความเครียดเฉียบพลัน โดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์แต่รอดชีวิตหรือได้รับการช่วยเหลือออกมาได้ซึ่งเรียกกันว่าเหยื่อของเหตุการณ์นั้น จะรู้สึกตำหนิตัวเองโทษตัวเองว่าไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ทั้งนี้มีถึงร้อยละ 12 – 20 ที่จะเกิดภาวะเครียดอย่างเฉียบพลันขึ้น และหากไม่ได้รับการเยียวยาในระยะเวลา 1 เดิน จะสุ่มเสี่ยงต่อความผิดปกติด้านอารมณ์และจิตใจ
“คนเหล่านี้จะเริ่มแยกตัว เฉื่อยชา นอนไม่หลับ ติดยึดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูภายใน 1 เดือนแรกที่ประสบเหตุ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า และมีโอกาสฆ่าตัวตายสูง”







