
หยุดตกใจได้แล้ว มาฟ้องแม้วดีกว่า
...สมผล ตระกูลรุ่ง
วันจันทร์ที่แล้วท่านที่อ่านบทความนี้ คงรู้สึกว่า ช่วงท้ายของบทความ มันดูแปร่งๆ ยังไงชอบกล ที่บอกว่า ถ้าลูก
“มัน” กลับมา “พวกคน เสื้อแดง เขาคงไม่ปล่อยให้เดินลอยหน้าลอยตาในห้างสรรพสินค้าที่พ่อตัวเองทำลายจนพังพินาศ” นั้น ต้นฉบับของผมเป็น “คนเสื้อแพง” ครับไม่ใช่ “คนเสื้อแดง” แต่ด้วยความปรารถนาดีของคนตรวจพิสูจน์อักษร ที่เข้าใจว่าผมพิมพ์ผิด จึงแก้ให้เป็นดังที่พิมพ์ไปแล้วขออภัยในความผิดพลาดครับ
วันนี้ เรามาหาช่องทางทางกฎหมายที่จะใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศของเราดีกว่าครับ
เหตุการณ์เมื่อสองเดือนที่ผ่าน ในช่วงแรกๆ จะเป็นความอึดอัดที่คนทั่วไปรู้สึกว่า จะมีทางออกสำหรับบ้านเมืองของเราบ้างหรือไม่ แล้วความรู้สึกเปลี่ยนไปเป็นรู้สึกว่า เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วเมื่อทหารเข้ากระชับพื้นที่ แต่หลังจากนั้น ความรู้สึกกลับหดหู่ เมื่อมีการก่อวินาศกรรมเผาอาคารทั่วกรุงเทพฯ
เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จะว่าแค้นก็ไม่ใช่เพราะมันไปไกลเกินกว่าจะเป็นความแค้นเสียแล้ว ทุกคนเห็นตรงกันว่า ความเสียหายมันมากเกินกว่าจะรับได้
คำถามอย่างนี้ ถ้าจะถามแดงตัวพ่อ หรือพวกแดงสนิท คงไม่เกิดประโยชน์ เพราะพวกนี้ไปไกลเกินกว่าจะรับเหตุผลแล้ว แต่พวกที่สนับสนุน ไม่ฉุกใจคิดกันบ้างเลยหรือ จะฟังแต่ข้อมูลจากแกนนำอย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้สมองไตร่ตรองกันเลยหรืออย่างไร
ถ้ายังเชื่อตามที่แกนนำล้างสมอง ว่าทหารเป็นคนทำทุกอย่าง เสื้อแดงบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไร้เดียงสา ไม่มีอาวุธ ไม่มีส่วนรู้เห็นการเผาบ้านเผาเมือง พวกแกนนำที่พูดบนเวที ก็พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้มีเจตนายั่วยุ ส่งเสริม แต่อย่างใด คนที่ถูกฆ่าตายก็เป็นฝีมือทหาร อาวุธที่จับได้ ก็เป็นการจัดฉาก คนเสื้อแดงไม่ได้ทำผิดอะไร ข้าวของใหม่ๆ ยังไม่ได้แกะป้ายราคาจากห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าจิวเวลรี ที่ยึดได้ในกระเป๋าของคนชุมนุม ก็เป็นการยัดเยียดของทหารและรัฐบาล
ถ้ามีสมองไว้เพียงเพื่อแยกหูออกเป็นสองข้าง ยังเชื่อไปเถอะครับ
ความเสียหายที่เกิดจากการชุมนุมในครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด น่าจะเป็นผู้ประกอบการที่ราชประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต รายเล็กรายน้อย หรือแม้แต่คนหาเช้ากินค่ำ ล้วนได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า จะมียกเว้นบ้างก็น่าจะเป็นโรงแรมแห่งหนึ่งตรงแยกราชประสงค์ ที่เป็นคนสนิทของแดงตัวพ่อ เป็นสถานที่พักผ่อนหลบภัยของแกนนำ
ไม่รู้ว่าโรงแรมนี้ บวกลบคูณหารแล้ว จะได้กำไรไปเท่าไร
ความเสียหายที่เกิดขึ้น หลายฝ่ายพยายามหาทางแก้ไข ช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งคนไทยที่แสดงน้ำใจให้ความร่วมมือในการช่วยฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็คงได้แต่เพียงบรรเทาความเสียหายได้บ้างเท่านั้น
สิ่งที่ทุกคนอยากจะเห็น คือ ผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้มีส่วนร่วม หรือสนับสนุน ให้มีการกระทำความผิดใจกลางมหานครแห่งนี้ ถูกลงโทษและต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
สำหรับคดีอาญา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบ้านเมืองเขาจัดการไปเถอะครับ สิ่งที่ผมจะแนะนำวันนี้ คือการฟ้องทางแพ่ง เพื่อเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 หลักในเรื่องละเมิด
“ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่ความบังเอิญ ไม่ใช่ความประมาท เป็นความจงใจอย่างแน่นอนครับ เพราะมีการวางแผนการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ปัญหาคือ จะฟ้องใครได้บ้าง
ผมแยกความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็น 2 กรณี คือ (1) ความเสียหายที่เกิดจากการได้สามารถใช้พื้นที่บริเวณที่ชุมนุมได้ ความเสียหายหลักๆ ไม่สามารถทำมาหากินได้ เป็นค่าขาดประโยชน์ (2) ความเสียหายอันเกิดจากการทำลายทรัพย์สิน
หลักในการพิจารณาผู้ที่ต้องรับผิดก็คือ ใครเป็นผู้กระทำ หรือร่วมกระทำ ความผิดอันเกิดจากการไม่สามารถใช้พื้นที่ได้ นั้น กลุ่มแรกคือ แกนนำ และผู้ชุมนุมทุกคน
สำหรับความผิดในการทำลายทรัพย์สิน ผู้ที่ต้องรับผิดคือ ผู้กระทำ หรือผู้ร่วมกระทำ ซึ่งประเด็นนี้ เป็นความเสียหายหลักที่มีจำนวนมหาศาล และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จะต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน ซึ่งการพิสูจน์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะคนพวกนี้ แม้จับได้คาหนังคาเขา ยังปฏิเสธหน้าตาเฉย
ในการทำละเมิดโดยผู้กระทำหลายคนร่วมกันกระทำนั้น มาตรา 432 บอกว่า
“ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น ความข้อนี้ ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ไม่สามารถสืบรู้ตัวได้แน่ว่า ในจำพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วยอนึ่ง บุคคลผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการทำละเมิด ท่านก็ให้ถือว่า เป็นผู้กระทำละเมิดร่วมกันด้วย
”กฎหมายมาตรา บอกทางออกให้ผู้ได้รับความเสียหาย สามารถฟ้องร้องผู้อยู่เบื้องหลังได้ เพราะการทำผิดครั้งนี้ เป็นการร่วมทำผิดหลายคนอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นแดงตัวพ่อ แกนนำ ผู้ให้การสนับสนุนทางการเงิน ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น รายละเอียดขอยกเป็นสัปดาห์หน้าพร้อมกับวิธีการยึดทรัพย์ก่อนพิพากษาด้วยครับ
สำหรับสัปดาห์นี้ ขอให้กำลังใจท่านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่า คนไทย ได้รับผลกระทบทุกคน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
จะมีก็แต่พวกสู้แล้วรวย และแถมโรงแรมหรูอีกแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ ที่นอกจากไม่ได้รับผลกระทบแล้ว ยังได้รับค่าสินไหมทดแทนโดยไม่ต้องฟ้องศาล
ใครเป็นใคร ระวังเวรกรรมกันเอาเองนะครับ







