
อย่าดับไฟการปฏิรูป
ปฏิบัติการของทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ปฏิบัติการของทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา เชิญแกนนำเครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน รวม 15 คน นำโดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำหลักที่อยู่ระหว่างทำกิจกรรมกระตุ้นคนในภาคใต้ให้ร่วมกันปฏิรูปพลังงาน “เดินวันละโยชน์ เพื่อประโยชน์คนทั้งชาติ” ขึ้นรถบัสของของทหารไปยัง มทบ.42 อ.หาดใหญ่ ถือเป็นเรื่องที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ
แม้ว่าการจัดกิจกรรมของแกนนำปฏิรูปพลังงานของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ จะเกิดขึ้นในห้วงที่มีกฎอัยการศึกบังคับใช้อยู่ก็ตาม แต่เจตนารมณ์หลักของการจัดกิจกรรมมุ่งเน้นรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในเรื่องพลังงานและเสนอความเห็นในการปฏิรูปพลังงาน เพื่อนำพิมพ์เขียวในการปฏิรูปพลังงานมาเสนอต่อ คสช.ให้พิจารณาแนวทางการปฏิรูปประเทศ
จะเห็นได้ว่า การออกมาร่วมกันรณรงค์ของกลุ่มแกนนำเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมือง และไม่ได้ต่อต้านการบริหารงานของ คสช.แต่อย่างใด
หากแต่เป็นการตื่นรู้ของประชาชนที่เป็นหุ้นส่วนประเทศไทย และกล้าแสดงตัวตนออกมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ที่ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ ไม่ใช่ปล่อยให้ทหารคนเดียวเป็นผู้นำเสนอแนวคิดและทิศทางในการปฏิรูปประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา
ความจริงแล้ว คสช.และรัฐบาลที่กำลังเข้ามาบริหารประเทศควรจะใช้โอกาสแบบนี้ดึงข้อมูลความคิดของประชาชนในกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาจัดกิจกรรมเพื่อร่วมกันเสนอข้อมูลในการปฏิรูปประเทศมาเป็นฐานในการกลั่นกรองเพื่อกำหนดแนวทางและนโยบายในการปฏิรูปประเทศ
ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของภาคประชาชนในรูปแบบเช่นนี้แหละ ที่จะเป็นคุณประโยชน์และเปรียบเสมือนผนังทองแดงกำแพงเหล็กอย่างดีให้กับ คสช.และรัฐบาลในการกำหนดนโยบาย
เนื่องจากเป็นข้อมูล ความคิดเห็น และเป็นความต้องการของประชาชนในประเทศที่แท้จริง มิใช่เป็นการกำหนดมาจากฝ่ายปกครองหรือทหารที่ทำรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งอาจกลายเป็นข้อกล่าวหาและโจมตี คสช.ในอนาคตได้ แต่ถ้าเป็นความต้องการและข้อเสนอของประชาชน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยไม่สามารถยกแนวทางในการปฏิรูปมาโจมตี คสช.ได้ เพราะได้พิจารณามาจากข้อเสนอของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศมีการพัฒนาไปในแนวทางที่ดีที่สุด
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมรณรงค์ของประชาชนในการเสนอความคิดเห็นในด้านใดด้านหนึ่ง จึงเป็นคุณกับ คสช.อย่างประเมินค่ามิได้
เชื้อไฟในการปฏิรูปประเทศที่หัวหน้า คสช.และคณะได้จุดขึ้นมาหลังการรัฐประหารได้ติดขึ้นมาในใจของประชาชนชาวภาคใต้แล้ว อย่าปล่อยให้กฎอัยการศึกมาดับความหวังของประชาชนที่เป็นหุ้นส่วนประเทศไทยเลย







