posttoday
มั่วขอเยียวยาราชประสงค์ ฉวยโอกาสยามวิกฤต

มั่วขอเยียวยาราชประสงค์ ฉวยโอกาสยามวิกฤต

31 พฤษภาคม 2553

8...ทีมข่าวการเงิน

หลังจากที่ภาครัฐผนึกกำลังกันช่วยเหลือลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จลาจล มีการเผาทำลายอาคารพาณิชย์และศูนย์การค้าของเอกชนหลายแห่ง ทางธนาคารพาณิชย์โดยสมาคมธนาคารไทย ก็ผนึกกำลังกันช่วยเหลือลูกค้าเช่นเดียวกัน

ที่สมาคมธนาคารไทย ต้องผนึกกำลังกันก็เพราะลูกค้าสินเชื่อทั้งรายย่อยและรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ มีวงเงินสินเชื่อรวมกันประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.3% ของสินเชื่อทั้งระบบ ซึ่งหากกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งหมด จะกระทบต่อเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชย์ให้ลดลงประมาณ 0.1%

นอกจากนี้ หากไม่ช่วยเหลือก็ออกจะดูใจจืดมากไปหน่อย เพราะลูกค้าเดือดร้อนด้วยเหตุสุดวิสัย ไม่ได้เป็นเพราะเจตนาจะเป็นหนี้เสีย

ช่วงนี้สมาคมธนาคารไทยก็มีการประชุมในรายละเอียด แต่ละธนาคารก็ประเมินความเสียหายของลูกค้าแต่ละธนาคาร ประเด็นสำคัญคือ จะช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างไรให้ผ่านพ้นไปได้ ซึ่งธนาคารขนาดใหญ่ก็มีการออกมาตรการช่วยเหลือไปแล้ว

อาทิ ลูกค้าที่ผ่อนบ้านกับธนาคาร มีแนวทางได้แก่ ลดยอดการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านลง และปรับการผ่อนชำระให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียวเป็นระยะเวลาสูงสุด ตามที่แต่ละธนาคารจะเห็นสมควร

ลูกค้าบัตรเครดิต ปรับลดยอดผ่อนชำระสินเชื่อขั้นต่ำจากเดิม 10% หรือ 1,000 บาท เหลือ 5% พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจากเดิม 20% ต่อปี เป็น 10% ต่อปี

กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ได้ออกมาตรการช่วยเหลือคือสนับสนุนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน ซึ่งเงื่อนไขก็แล้วแต่ธนาคารแต่ละแห่งจะกำหนด โดยสรุปก็คือ ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะได้รับความช่วยเหลือไปตามความเดือดร้อน และตามเงื่อนไขแต่ละธนาคารเจ้าหนี้จะกำหนด เช่น มีการพักชำระหนี้ การผ่อนผันชำระเงินต้น หรือ ดอกเบี้ย เป็นต้น

นอกจากธนาคารพาณิชย์จะช่วยแล้วธนาคารรัฐอย่าง ธนาคารออมสิน ก็ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบในส่วนของลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง ธนาคารได้มีการผ่อนผันพักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 1 ปี ส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั่วไป จะผ่อนผันพักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 6 เดือน โดยไม่คิดเบี้ยปรับ รวมทั้งจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ ขณะที่ลูกค้าสินเชื่อที่มีหลักประกันเดิมจำนองอยู่ เช่น สินเชื่อเคหะ สามารถขอกู้เพิ่มได้ไม่เกินรายละ 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.50 ต่อปี เป็นเวลา 2 ปี

นอกจากนี้ ลูกค้าเงินฝากสามารถขอกู้เงินได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.50 ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี อีกทั้งได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบแสดงความจำนงได้ ปรากฏว่ามีการติดต่อมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเร่งพิจารณาอนุมัติอย่างรวดเร็วที่สุด

แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือออกมามากก็จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า ธนาคารทุกแห่งมีความปรารถนาที่จะช่วยเหลือลูกค้าทุกรายที่ได้รับผลกระทบ แต่ขณะนี้เกิดปัญหาก็คือ มีลูกค้าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ไม่ได้อยู่ในย่านราชประสงค์ หรือในย่านที่มีการชุมนุม มาผสมโรงยื่นขอความช่วยเหลือเข้ามาด้วย เป็นจำนวนที่มากพอสมควร

 

"เลอศักดิ์ จุลเทศ" ผู้อำนวยการแบงก์ออมสิน ยืนยันว่าสำหรับประชาชนทั่วไปที่ทำมาค้าขายในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อขอสินเชื่อกับธนาคารออมสินได้โดยธนาคารจะพิจารณาวงเงินสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ด้าน "ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลแบงก์รัฐอีก 2 แห่งคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.)หรือเอสเอ็มอีแบงก์ก็ไม่น้อยหน้า ได้สั่งการให้แบงก์ทั้ง 2 แห่ง ออกมาตรการเยียวยาผู้เดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้โดยเร็ว

"ขรรค์ ประจวบเหมาะ" กรรมการผู้จัดการ ธอส.ได้ออก3 มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ซึ่งได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพบริเวณพื้นที่ชุมนุม และกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศที่อยู่นอกพื้นที่ชุมนุมแต่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองส่งผลให้รายได้จากการประกอบอาชีพลดลง ประกอบไปด้วย1.ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ 2. ให้ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ประจำเดือนบวกเงินต้น 100 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน และ3. ขยายระยะเวลาการกู้ เพื่อให้เงินงวดผ่อนชำระต่อเดือนน้อยลงโดยลูกค้าสามารถใช้ทั้ง 3 มาตรการควบคู่กันได้

คุณสมบัติลูกหนี้ที่มีสิทธิใช้มาตรการดังกล่าวจะต้องเป็นลูกหนี้ธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากจากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองทั่วประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลงถูกลดเงินเดือนหรือรายได้อื่นๆ ลดลง หรือถูกเลิกจ้าง (ตกงาน)

ลูกหนี้ต้องแสดงเอกสารหลักฐานหรือข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร. 026459000 หรือ www.ghbank.co.th

ขณะที่เอสเอ็มอีแบงก์รับนโยบาย รมช.คลัง ฟื้นฟูผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่ต้องได้รับการเยียวยาโดยเร็วไม่น้อยไปกว่าประชาชนทั่วไป ทั้งย่านราชประสงค์ ประตูน้ำ สยามสแควร์ สีลม รวมถึงผู้ประกอบการในศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

โดยเอสเอ็มอีแบงก์ได้เปิดแคมเปญเงินกู้โครงการสินเชื่อsmePOWER เพื่อวันใหม่ วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการทุกรายที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้สามารถรับเงินกู้โดยไม่ต้องมีหลักประกันใดๆ สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทและมีระยะเวลาผ่อนนานถึง 6 ปี โดยสามารถสอบถามรายละเอียดวงเงินกู้ โครงการสินเชื่อ smePOWER เพื่อวันใหม่ได้ที่เอสเอ็มอีแบงก์

"เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ธพว.จึงต้องใช้วงเงิน 5,000 ล้านบาทที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้แล้วไปก่อน แต่หากมีความต้องการมากก็สามารถขออนุมัติจาก ครม.เพิ่มวงเงินได้อีก 5,000 ล้านบาท"

การดำเนินการดังกล่าวรัฐบาลจะชดเชยความเสียหายให้เพราะถือว่าเป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐ โดยที่ ธพว.ต้องแยกบัญชีให้บริการทางสังคม (พีเอสโอ) ออกมาต่างหาก

เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากธพว.จึงต้องใช้วงเงิน 5,000 ล้านบาท

ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้แล้ว

ไปก่อน แต่หากมีความต้องการมาก

ก็สามารถขออนุมัติจาก ครม.เพิ่ม

วงเงินได้อีก 5,000 ล้านบาท

 

 

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ยอดการขอความช่วยเหลือ สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เกี่ยวข้องมีจำนวนมากทีเดียว และส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม ไม่ได้โดนเผาที่ทำกินโดยตรง ทำให้ยอดผู้ขอความช่วยเหลือแต่ละธนาคารสูงผิดปกติ

ดังนั้น สิ่งที่แต่ละธนาคารจะทำ ก็คือจำแนกกลุ่มลูกค้าออกมาว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเผาที่ทำกินมีกี่ราย และเป็นจำนวนวงเงินสินเชื่อเท่าใด โดยจะต้องพิสูจน์จากเจ้าของโครงการ เช่น หากขายของที่ห้างเซ็นเตอร์วัน ก็จะต้องให้ผู้ให้เช่าพื้นที่มายืนยัน เป็นต้น หรือสอบถามจากพื้นที่ข้างเคียง

สำหรับลูกค้าที่ขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเผาอาคารย่านราชประสงค์ ธนาคารอาจจะไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือ แต่จะเชิญลูกค้ามาสอบถามเป็นรายๆ ว่ามีปัญหาที่จะขอความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง

“ธนาคารคงไม่สามารถช่วยเหลือทุกรายได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็ต้องสอบถามว่ามีปัญหาอะไรให้ช่วยเหลือก็จะต้องช่วยเหลือกันไป เฉพาะรายจริงๆ และงานนี้คงจะโดนลูกค้าต่อว่าและไม่พอใจ ซึ่งก็ต้องยอมเพราะว่ามันไม่เข้าหลักเกณฑ์” แหล่งข่าวเปิดเผย

นายสิทธิศักดิ์ ภูมิโภคาวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มร้านค้าขนาดกลางย่านสยามสแควร์ กล่าวว่า ขณะนี้ร้านค้าขนาดกลางในสยามสแควร์ที่ถูกเพลิงไหม้ 130 ร้านค้า ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะวงเงินที่รัฐบาลประกาศให้ความช่วยเหลือรายละ 5 หมื่นบาท และให้กู้สูงสุดเพียง 3 แสนบาทเท่านั้น ไม่เพียงพอกับการทำธุรกิจหรือเปิดร้านใหม่ เพราะความเสียหายเกิดขึ้นกับร้านค้าแต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท รวมแล้วร้านค้าขนาดกลางในย่านสยามสแควร์เสียหายสูงถึง 300 ล้านบาท ขณะที่ค่าเช่าพื้นที่ของร้านต่อเดือนก็สูงเกิน 6 หมื่นบาทแล้ว จึงอยากให้รัฐเข้ามาหามาตรการดูแลร้านค้าขนาดกลางที่ได้รับความเดือดร้อนจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท