
สธ.ตั้งกล้องคัดกรองป้องกันเชื้ออีโบลา
กรมควบคุมโรคตั้งกล้องอินฟาเรดตรวจหาเชื้ออีโบลาที่สุวรรณภูมิขอให้คนไทยมั่นใจในมาตรการรับมือของสธ.
กรมควบคุมโรคตั้งกล้องอินฟาเรดตรวจหาเชื้ออีโบลาที่สุวรรณภูมิขอให้คนไทยมั่นใจในมาตรการรับมือของสธ.
เมื่อวันที่22ส.ค.57 เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุข นำกล้องอินฟาเรด มาติดตั้งบริเวณช่องผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสาร สนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสาร พร้อมทั้งมีมาตรการตรวจสอบ คัดกรอง ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ของด่านควบคุมโรคติดต่อ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด หรือประวัติการสัมผัสโรค หากเริ่มมีไข้นำ แล้วตามด้วยอาการอาเจียน ท้องเสีย ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะเป็นอาการระยะแรกเริ่มของการติดเชื้ออีโบลา
นพ.เจรียงโรจน์ กฤษณา ผอ.ฝ่ายการแพทย์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย กล่าวว่า การตั้งจุดเทอร์โมสแกนบริเวณอาคารโซนตะวันออก จะเป็นจุดที่เที่ยวบินจากโซนแอฟริกาเดินทางเข้ามา คือ เที่ยวบินที่มาจากประเทศเคนยา และประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นประเทศสำหรับผู้โดยสารที่มาจาก 4 ประเทศดังกล่าว เปลี่ยนเที่ยวบิน เนื่องจากทั้ง 4 ประเทศไม่มีไฟลท์บินตรงจากประเทศที่มีการระบาด
ทั้งนี้ หากพบผู้เดินผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนมีไข้ จะมีกระบวนการส่งต่อ โดยแยกผู้ต้องสงสัยให้ออกจากอาคารทางพิเศษ และประสานกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้นำรถพยาบาลที่มีเจ้าหน้าสวมชุดป้องกันโรคเพื่อส่งตัวให้สถาบันบำราศนราดูรต่อไป
นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขอประชาชนมั่นใจในมาตรการรับมือของกระสาธารณสุข ที่มีการเฝ้าระวังซักซ้อมทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะการคัดกรองที่ด่านเข้า-ออก ทั่วประเทศ และตะเข็บชายแดนในเขตที่มีโรค
อีกทั้งยังมีการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์ในทุกๆวัน และได้กระตุ้นเตือนให้ทุกจังหวัดได้ให้เฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด ขอย้ำว่าโรคติดเชื้ออีโบลาไม่ได้เป็นโรคติดต่อง่าย แต่ที่มีการระบาดในครั้งนี้สาเหตุอาจมาจากประเทศที่มีการระบาด ไม่มีความพร้อมในพื้นฐานด้านสาธารณสุข แต่ขอให้ทุกคนมั่นใจในระบบสาธารณสุขของไทย







