
ปลุกศก.แก้ว่างงาน
หลังจากรัฐบาลได้สลายม็อบเบ็ดเสร็จ จนสถานการณ์ของประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ก็ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองทำร้ายเศรษฐกิจมากจนเกินไป
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่านายกรัฐมนตรีสอบผ่านในเรื่องของภาวะผู้นำ ไม่มีอาการสะใจ หรือสมน้ำหน้า หรือก้าวร้าวใส่ฝ่ายตรงข้ามที่พ่ายแพ้ นายกรัฐมนตรีนิ่งและมีท่าทีสมานฉันท์ และพยายามสร้างบรรยากาศของประเทศให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นอกจากนี้ รัฐบาลก็ยังได้หาวิธีการเยียวยาผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการเผาที่ทำกินของกลุ่มคนเสื้อแดง ด้วยการปิดถนนสายเศรษฐกิจให้ผู้ค้านำของมาขายและเชิญชวนประชาชนมาซื้อของ เพื่อบรรเทาความเสียหายและให้ผู้ค้ามีเงินสดหมุนเวียนมากขึ้น นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลที่จะให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อนรายละ 5 หมื่นบาท
การหาที่ทำกินให้กับผู้เดือดร้อนนั้นเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และดีกว่าที่จะแจกเงินยังชีพให้ ไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน และไม่ถูกต่อว่ามีการใช้งบประมาณไปเพื่อหาคะแนนนิยม
ภาพของคนที่แห่ไปซื้อของในย่านการค้าที่เปิดขึ้นมานั้น คงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนอัดอั้นจากการปิดห้างสรรพสินค้าหลายวัน แต่เป็นเพราะคนซื้ออยากช่วยเหลือ เพราะเห็นใจผู้ประกอบการที่ทำมาหากินไม่ได้ และสินค้าเสียหายไปจากการถูกเผาทำลาย
นอกจากนี้ การเร่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศของรัฐบาลก็เป็นความฉลาด เพราะเศรษฐกิจไทยขณะนี้ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกที่ขยายตัวในอัตราที่สูงมากเพียงอย่างเดียว แต่การลงทุนและการบริโภคในประเทศกลับไม่ขยายตัว
ดังนั้น หากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวสูง รองรับแรงงานไม่ให้ว่างงานมาก การกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด เพราะกำลังซื้อในประเทศหากซื้อของที่ผลิตในประเทศก็จะยิ่งดีกว่าไปซื้อของนำเข้า
นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือการท่องเที่ยว เช่นให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจจัดสัมมนาภายในประเทศ รวมทั้งฉีดเงินเข้าสู่ระบบให้เร็วเพื่อให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรากหญ้า จากนั้นก็เดินหน้าสมานฉันท์ หากทำได้ครบวงจรประเทศคงจะดีขึ้น







