
สธ.เผยผลตตรวจหญิงไทยไม่พบเชื้ออีโบล่า
ปลัด สธ. เผยผลตรวจหญิงวัย 48 ปีไม่พบเชื้ออีโบลา อาการดีขึ้นไม่มีไข้ เฝ้าดูอาการต่อเนื่อง
ปลัด สธ. เผยผลตรวจหญิงวัย 48 ปีไม่พบเชื้ออีโบลา อาการดีขึ้นไม่มีไข้ เฝ้าดูอาการต่อเนื่อง
วันที่ 22 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า อาการทั่วไปของหญิงรายดังกล่าวยังไม่มีไข้ ส่วนผลการตรวจเกล็ดเลือดอยู่ที่ปริมาณ 1.9 แสนต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานของผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา ที่จะมีเกล็ดเลือดต่ำกว่า 1.5 แสนต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร ขณะที่ผลตรวจเลือดทางห้องแล็บเบื้องต้นเป็นลบ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญฯ จะประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลทางคลินิกอีกครั้ง ยังไม่สามารถตอบได้ว่า จะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อใด
สำหรับผู้ใกล้ชิดจำนวน 13 ราย ซึ่งกรมควบคุมโรคติดตามอยู่ขณะนี้ เบื้องต้นอาการปกติ และหญิงไทยรายดังกล่าวยังไม่เข้าข่ายสงสัยว่าติดโรค อย่างไรก็ตาม น่าเป็นห่วงสภาพจิตใจ เนื่องจากหญิงคนดังกล่าว เริ่มเกิดความเครียด และห่วงครอบครัว เพราะสื่อรายงานไปถึงบ้านและรายละเอียดประวัติครอบครัว จึงอยากขอความร่วมมือให้รักษาความลับของผู้ป่วย
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า อาการของโรคอีโบลาจะมีไข้ อาเจียน และท้องเสียง โดยหากมีไข้ อาการจะรุดหน้าเร็วมาก หากเกล็ดเลือดเริ่มต่ำ แล้วจะอาเจียนเป็นเลือด ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตจะเสียชีวิตใน 2-7 วัน หากผ่านไปได้ ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกัน ขณะที่วิธีการรักษา ได้แก่ ให้เกล็ดเลือด ขณะที่ยาซีแมปที่ใช้รักษาแพทย์และพยาบาลชาวสหรัฐฯ จนหายดีนั้น ในทางการแพทย์ยังเป็นอัตราการรักษาหายที่ต่ำมาก ยังไม่ถือว่าสำเร็จ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกล่าสุด พบว่า ประเทศไลบีเรีย และเซียร์ลาลีโอน ยังคงมีการระบาดอย่างหนัก ส่วนที่กินี สถานการณ์ดีขึ้น และเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย ไม่พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตรายใหม่ สำหรับตัวเลขล่าสุดพบว่ามีผู้ป่วยรวม 2,473 ราย เสียชีวิต 1,250 ราย และมีการรายงานข่าวพบผู้เดินทางไปประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย เยอรมันนี เวียดนาม และพม่า เป็นต้น แต่ยังไม่ตรวจพบการติดเชื้อนอกเหนือจาก 4 ประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก แบ่งสถานการณ์เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มประเทศระบาด 2.กลุ่มประเทศรอบๆ การระบาด เช่น ไอเวอรีโคสต์ และประเทศที่มีผู้ป่วยเดินทางผ่านเข้าออก และ 3.กลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ ซึ่งไทยอยุ่ในกลุ่มนี้
นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้ทำความเข้าใจและแจ้งเตือน พนักงานทำความสะอาด และพนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ในจุดที่ผู้โดยสารทำการเปลี่ยนเที่ยวบิน เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารว่ามีอาการเป็นไข้ อาเจียนหรือไม่ หากพบให้แจ้งหน่วยแพทย์ท่าอากาศยานทันที และให้แจ้งกรมควบคุมโรค เพื่อเฝ้าระวังและสอบถามประเทศต้นทาง ทั้งนี้ ตามกฎหมายหากยังไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ยังไม่ถือว่าเข้าประเทศ ไม่สามารถใช้กฎหมายควบคุมโรคติดต่อได้
ขณะที่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการสอบสวนหญิงวัย 48 ปี ซึ่งถูกสงสัยว่าติดโรคอีโบลา ล่าสุด ไม่พบว่ามีไข้ อุณหภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียส เป็นปกติ ขณะเดียวกัน ผลการตรวจเลือดเบื้องต้นจากห้องแล็บของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็มีผลเป็นลบ ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าติดไวรัสอีโบลา ทั้งนี้ คณะกรรมการวินิจฉัยยืนยัน ซึ่งมี นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน จะพิจารณาผลการสอบสวนโรคว่าต้องเฝ้าระวังด้วยการเจาะเลือดตรวจอีกหรือไม่ หรือให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไร
พญ.จริยา แสงสัจจา ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า หญิงคนดังกล่าว มีความเครียดเล็กน้อย เนื่องจากต้องอยู่ห้องควบคุมพิเศษตามลำพัง และถูกห้อมล้อมด้วยเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลที่ใส่ชุดป้องกันโรค และต้องใช้การสื่อสารผ่านโทรศัพท์เท่านั้น เพื่อให้มีคนติดต่อสัมผัสน้อยที่สุด ส่วนผื่นที่ขึ้นตามร่างกายนั้น เนื่องจากหญิงคนดังกล่าวมีประวัติเป็นผื่นแพ้บ่อยๆ ซึ่งต่างจากผื่นที่มีเลือดออก อันเป็นอาการของโรคอีโบลา







