
"สมชัย" จ่อเก้าอี้ สปช. ชง 4 ด้านเร่งปฏิรูป
สมชัย เตรียมเสนอ 24 ด้านปฏิรูป ต่อสภาที่ปรึกษาฯ
สมชัย เตรียมเสนอ 24 ด้านปฏิรูป ต่อสภาที่ปรึกษาฯ
เวลา 10.45 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ให้สัมภาษณ์หลังการบรรยายหัวข้อ "แนวโน้มและทิศทางการเลือกตั้งของไทย"ณ โรงแรมดุสิตธานี ถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศ ว่า มองว่ามี 4 ด้านสำคัญที่ต้องปฏิรูปให้เกิดความสำเร็จ คือ ด้านการเมือง การออกแบบการเมือง รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. การแก้ไขกลไกทางการเมือง ส่วนด้านกฎหมายและกระบวนยุติธรรม ซึ่งขณะนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นกลไกสำคัญในการร่างและผ่านกฎหมายสำคัญต่างๆ ขณะที่ด้านการปกครองท้องถิ่น การปฏิรูปต้องครอบคลุมไปถึงการได้มาซึ่งบุคลากรในองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีคุณภาพ แก้ไขปัญหาการซื้อเสียงทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รวมถึงแก้ไขปัญหาการทับซ้อนขององค์กรปกครองท้องถิ่น ทั้งระดับ อบต. เทศบาล และ อบจ. และด้านสื่อมวลชน เนื่องจากทุกวันนี้สื่อมวลชน มีเสรีภาพ จนตกเป็นเครื่องมือหรือกลไกสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำให้สื่อกลายเป็นเครื่องมือของการเมือง ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องดำเนินการแก้ไขโดยส่วนตัวมองว่าหากไม่มีการปฏิรูปสื่อ การปฏิรูปในด้านอื่นๆก็อาจจะล้มเหลวทั้งหมด ส่วนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และอื่นๆถือเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะทำให้สำเร็จได้ภายใน 1 ปี ดังนั้นจึงอาจเป็นการจุดประกายเพื่อส่งมอบให้รัฐบาลชุดต่อไปนำไปดำเนินการต่อแนวโน้มการเลือกตั้งในประเทศไทย
นายสมชัย กล่าวว่า ตามระยะเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)วางไว้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่น่าจะผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ในช่วงเดือนก.ค. ปี 58 หลังจากนั้นอาจจะใช้เวลา 1 เดือน ในการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหลังจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย ก็น่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือน ต.ค. ปี 58 ส่วนการได้มาซึ่งรัฐบาลจากการเลือกตั้งนั้น ขึ้นอยู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะกำหนดให้ กกต. ต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายในเวลาเท่าใด แต่หากเป็นรูปแบบเดิมก็จะต้องประกาศผลภายใน 30 วัน ก็จะทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในเดือนพ.ย. ปี 58 แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ว่า กกต. ควรจะใช้เวลาในการตรวจสอบเรื่องใบเหลืองใบแดง เพื่อสกัดกั้นคนที่ได้รับเลือกตั้ง จากการหาเสียงอย่างไม่เหมาะสมนั้น ควรใช้เวลามากกว่า 30 วันหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดเวลาการมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งไม่น่าจะเกินเดือน ธ.ค. ปี 58
ทั้งนี้ระหว่างที่ยังไม่มีการจัดการเลือกตั้ง กกต.ก็จะแก้ไขกฎหมายใน 2 ด้าน คือ 1.) การปฏิรูปกลไกภายในของ กกต. ที่ทำให้การบริหารจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพขึ้น ปฏิรูประบบการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้มีระบบป้องปรามและจัดการกับคนที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่ และ 2.) การสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ ทั้งด้านการเมือง ด้านการปกครองท้องถิ่น รวมทั้งด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการปฏิรูปเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องมีข้อเสนอของ กกต.ด้วย
เมื่อถามว่าในฐานะตัวแทนของ กกต.ที่ถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเสนอแนวคิดในการปฏิรูปอย่างไร นายสมชัย กล่าวว่า การที่ กกต. เสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น สปช. นั้น เพราะเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จึงต้องมีบุคลากรที่มีความเห็นที่มีประโยชน์ในการเข้าไปทำหน้าที่ใน สปช. แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าบุคคลที่ กกต.เสนอชื่อไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบจากบุคคลที่นิติบุคคลอื่นๆเสนอ เพราะคณะกรรมการสรรหาแต่ละด้านจะเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมและเสนอชื่อให้ คสช.คัดเลือกอีกครั้งหนึ่ง
"ส่วนการออกแบบกลไกการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดร่วมกัน แต่เรื่องที่สำคัญคือทำอย่างไรจะคัดกรองคนดี คนที่มีความสามารถเข้าไปสู่การเมือง ขณะเดียวกันก็ต้องมีกระบวนการคัดกรองคนที่ไม่เหมาะสม ทุจริตการเลือกตั้ง หรือหวังเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ออกไปจากระบบการเมืองให้ได้ ซึ่งหากได้คนดีมีความสามารถเข้ามาในการเมืองไทย ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีได้"







