
คุ้มไหม?
ดูเหมือนว่ายุโรปกำลังเจอกับปัญหาหนักอก แน่นอนว่าเป็นผลมาจากเศรษฐกิจภายในของยุโรปเองที่กำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืดอยู่ร่อแร่ ประกอบกับการเติบโตของกลุ่มยูโรโซนที่เริ่มจะกลับเข้าสู่แดนลบอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี ฝรั่งเศส หรืออิตาลี ซึ่งเป็นสามเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ของกลุ่ม
ดูเหมือนว่ายุโรปกำลังเจอกับปัญหาหนักอก แน่นอนว่าเป็นผลมาจากเศรษฐกิจภายในของยุโรปเองที่กำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืดอยู่ร่อแร่ ประกอบกับการเติบโตของกลุ่มยูโรโซนที่เริ่มจะกลับเข้าสู่แดนลบอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี ฝรั่งเศส หรืออิตาลี ซึ่งเป็นสามเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ของกลุ่ม
นอกจากนั้น ยังมีปัญหาวิกฤตความขัดแย้งในยูเครนที่ยุโรปถูกดึงเข้าไปร่วมด้วยอย่างช่วยไม่ได้ครับ ซึ่งแน่นอนว่าการปะทะกับรัสเซียในช่วงที่ผ่านมาผ่านการออกมาตรการคว่ำบาตรตอบโต้กันไปมานั้น ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจของยุโรปดิ่งเหวลงไปอีกด้วย
ซ้ำร้าย เมื่อวานนี้เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นยังได้รายงานว่านักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนอเมริกันนี่เองที่ถือว่าเป็นพันธมิตรสำคัญของยุโรปนั้นกำลังดึงทุนออกจากยุโรปเป็นว่าเล่น สวนทางกับในช่วงต้นปี ที่นักลงทุนอเมริกันแห่เข้ามาเก็งกำไรในกองทุนหุ้นในยุโรปท่ามกลางการเก็งกำไรว่าเศรษฐกิจยุโรปจะเข้าสู่การฟื้นตัวอย่างจริงจัง แต่ในที่สุดปัญหาที่เกิดขึ้นในยูเครนก็กำลังกลับทำให้เศรษฐกิจยุโรปดิ่งลงอีกครั้งหนึ่ง
จากรายงานพบว่า นักลงทุนอเมริกันได้ถอนการลงทุนจากกองทุนเปิดอีทีเอฟในยุโรปไปแล้วในช่วง 6 สัปดาห์ติดต่อกันนั้นถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่ยุโรปจะได้รับจากการกระทบกระทั่งกับรัสเซียเป็นปัจจัยหลัก
ว่ากันตามจริง หัวหอกหลักๆ ที่จ้องเล่นงานรัสเซียในครั้งนี้ก็คือสหรัฐ ขณะที่ยุโรปต้องตกกระไดพลอยโจนต้องกลายเป็นปฏิปักษ์กับรัสเซียไปด้วยอย่างไม่คาดคิด ทั้งๆ ที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างรัสเซียและยุโรปนั้นมีอยู่มากมายมหาศาล
ไม่ว่าจะเป็นการที่ยุโรปยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตถ้ารัสเซียหาตลาดใหม่ได้ อาจจะมีการประกาศไม่ขายก๊าซให้กับยุโรปก็ได้ใครจะรู้
เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเร็วๆ นี้ รัสเซียประกาศขู่อาจจะห้ามสายการบินยุโรปบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียอีก ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงบรรดาสายการบินยุโรปก็เจ๊งกันระนาวครับ
ยิ่งไปกว่านั้น จากการประกาศคว่ำบาตรงดการนำเข้าสินค้าเกษตรและผลไม้จากยุโรปของรัสเซียนั้นก็สร้างความเสียหายให้กับยุโรปแน่ๆ หลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพราะรัสเซียถือเป็นตลาดส่งออกผลไม้ใหญ่ของยุโรปเช่นกัน
ยุโรปคงต้องหันมาถามกันเองแล้วครับว่า คุ้มไหมกับการเป็นพันธมิตรสหรัฐขนาดนี้จนตัวเองต้องเจ็บหนัก ขณะที่นักลงทุนอเมริกันเองนั่นแหละที่ตีจากยุโรปก่อนเพื่อนเมื่อเกิดปัญหา!







