posttoday
จีดีพีโตต่ำเรื่องเล็กคสช.เน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

จีดีพีโตต่ำเรื่องเล็กคสช.เน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

20 สิงหาคม 2557

การปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เหลือ 1.52% ต่อปี จากเดิม 1.52.5% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความอ่อนแออยู่มาก แม้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเดินหน้าอัดฉีดมาตรการต่างๆ เพื่อจุดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนทิศทางเศรษฐกิจทั้งการบริโภค การลงทุน การใช้จ่าย และการส่งออกในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

สาเหตุสำคัญที่ สศช.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจครั้งนี้ เนื่องจากการส่งออกของไทยแย่กว่าที่คาด จากที่คิดว่าจะโตได้ 3.7% แต่ล่าสุดคาดว่าอย่างเก่งจะขยายตัวได้ 2% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนที่คิดว่าจะให้มาเป็นพระเอกกลับทำให้เศรษฐกิจปีนี้แย่กว่าที่คิด จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวติดลบ 0.2% แต่ประมาณการล่าสุดติดลบ 2.9% เป็นตัวทำให้เศรษฐกิจไทยไปไม่ถึง 3% ต่อปี ตามที่ คสช.ตั้งเป้าไว้เมื่อตอนเข้ามาบริหารประเทศไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

แม้ว่า คสช.จะมีการอัดฉีดเงินจำนำข้าวชาวนา 9.2 หมื่นล้านบาท การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2557 จำนวน 2-3 แสนล้านบาท การทำงบประมาณปี 2558 ให้เบิกจ่ายได้ทัน 1 ต.ค.นี้ รวมถึงอนุมัติการลงทุนด้านโครงสร้างคมนาคมขนส่ง 2.4 ล้านล้านบาท จะทำให้การใช้จ่ายภาครัฐกระเตื้องขึ้นมาบ้าง แต่การส่งออกกลับแผ่ว และการลงทุนภาคเอกชนยังทรุดรุนแรง ทำให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทำงานได้ไม่เต็มกำลัง และยังมีปัญหาติดๆ ขัดๆ

สัญญาณดังกล่าวมีมาก่อนหน้านี้เมื่อกระทรวงการคลังปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2557 เหลือ 2% ต่อปี จากเดิมที่คาดการณ์อยู่ที่ 2.6% ซึ่งมาจากเหตุผลเดียวกับ สศช. คือ การส่งออกขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาด และการลงทุนยังต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีหลังหรือต้นปีหน้าที่จะฟื้นตัวกลับมาเต็มที่

หรือแม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประเมินมาก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้ 1.5% ต่อปี ลดจากก่อนหน้าที่คาดไว้ที่ 2.7% ต่อปี เพราะนอกจากการส่งออกจะขยายตัวไม่ดี การบริโภคการลงทุนฟื้นตัวไม่เต็มที่แล้ว ธปท.ยังมองว่าการเบิกจ่ายภาครัฐยังทำได้ไม่มากในปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาดำเนินการอนุมัติกว่าจะมีการเบิกจ่ายจริงยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 หน่วยงาน สศช. คลัง และ ธปท. รวมถึงสำนักงานวิจัยต่างๆ มองตรงกันว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2557 จะขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก และเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวได้ดีกว่าปีนี้ซึ่ง สศช.มองว่าเศรษฐกิจครึ่งปีแรก 2557 ถึงแม้จะติดลบ 0.1% แต่ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ถึง 4% ทำให้เศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวได้ 2%

แม้แต่ ธปท.ที่คาดเศรษฐกิจปีนี้โตต่ำกว่าทุกหน่วยงานก็ยังมองว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวถึง 2% ต่อปีได้ หากมีการเบิกจ่ายภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นฐานของประเทศ

สอดคล้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. ที่ชี้แจงในการพิจารณางบประมาณปี 2558 ยังมองว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 22.5% ต่อปี และปีหน้าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 3.54.5% ต่อปี แสดงให้เห็นว่า คสช.มองข้ามเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจหรือจีดีพีของปีนี้ไปแล้ว โดยมองไปถึงการบริหารเศรษฐกิจปีหน้าให้ขยายตัวได้มากกว่าปีนี้แล้ว

เพราะหากคิดในความเป็นจริง ก่อนที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ มีการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ถึง 1% และเศรษฐกิจปีหน้าจะเกิดวิกฤตขยายตัวติดลบ แต่มาถึงวันนี้ คสช.ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 2% และมีการคาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวได้45% ต่อปี ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาสำหรับการบริหารเศรษฐกิจในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ของ คสช.ในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้อยู่ที่การขยายตัวของจีดีพี แต่อยู่ที่การวางโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวให้สามารถแข่งขันได้อย่างไม่เสียเปรียบ และทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างยั่งยืนสมดุล ไม่พึ่งเครื่องยนต์เครื่องใดเครื่องหนึ่งมากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันที่พึ่งการส่งออกมาก เมื่อการส่งออกมีปัญหาเศรษฐกิจก็ดิ่งลงไปทุกครั้งไป

แต่การวางโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหม่ คสช.หนีไม่พ้นต้องปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ให้ได้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองกับเศรษฐกิจในประเทศไทยแยกไม่ออก และเศรษฐกิจที่ลุ่มๆ ดอนๆ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ปัญหาสำคัญก็มาจากการเมือง ทั้งนักการเมืองใช้โครงการประชานิยมหาเสียงเข้ามาเป็นรัฐบาลทำให้ประเทศเสียหายหลายแสนล้านบาท

นอกจากนี้ เมื่อเข้ามาบริหารยังทุจริตคอร์รัปชั่นทำให้ประเทศเสียหายอีกหลายแสนล้านบาทเช่นกัน ดังนั้นการปฏิรูปการเมืองของ คสช.จะต้องล้างทุจริตให้ได้ เพราะหากทำไม่ได้การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจก็จะมีปัญหา

ที่ผ่านมาการเริ่มปฏิรูปประเทศของ คสช. การนำความสงบความมั่นคงและปลอดภัยกลับมาสู่ประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวมั่นใจระดับหนึ่ง หากทำให้ทุจริตของนักการเมืองหมดไป การลงทุนพัฒนาประเทศจะเดินไปเร็วได้ไกล รวมถึงมีต้นทุนต่ำกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจ คสช. ก็ต้องแสดงความกล้าหาญในการตัดสินใจการยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การปฏิรูปการส่งออกต้องเป็นสินค้าที่มีมูลค่าและมีนวัตกรรมให้มากขึ้น

การเพิ่มรายได้ของประเทศให้เพียงพอกับรายจ่ายของประเทศที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากรายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายสวัสดิการต่างๆ ให้กับคนทั้งประเทศ รายจ่ายลงทุนที่ยังต้องใช้เงินอีกจำนวนมาก ดังนั้นการปฏิรูปภาษีของประเทศจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ คสช.ต้องกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะการเพิ่มภาษีมูลค่าจาก 7% เป็น 10%

การลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ ทำให้การกระจายรายได้ของประเทศดีขึ้น ไม่ใช่จนกระจุกจนกระจาย เศรษฐกิจโตดีขนาดไหนคนที่ได้ประโยชน์ก็เป็นคนบนส่วนยอดซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการเก็บภาษีมรดก ล้วนแล้วเป็นโจทย์ท้าทายให้ คสช.ต้องตัดสินใจ

ทั้งหมดจะเห็นว่า เดิมพันของ คสช.ในการบริหารเศรษฐกิจจึงไม่ได้อยู่ที่จีดีพีจะโตได้มากน้อยขนาดไหน แต่อยู่ที่จะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างยั่งยืนอย่างไร เพราะหาก คสช.ทำได้สำเร็จ ก็จะมีคนกล่าวถึง คสช.ว่าได้ทำประโยชน์ครั้งใหญ่ให้กับเศรษฐกิจของไทย ไม่ได้เข้ามาบริหารประเทศให้เสียของ เบ่งตัวเลขจีดีพีหาคะแนนนิยมใส่ตัวไปวันๆ

อย่างน้อยวันนี้ คสช.ก็เดินมาถูกทาง ไม่เสียเวลาไปกับการบริหารเศรษฐกิจระยะสั้นมากเกินไป โดยทุ่มเวลาส่วนใหญ่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งโรดแมปเศรษฐกิจด้านต่างๆ มีอยู่เต็มมือ เหลือแต่ว่าจะผลักดันออกมาให้เป็นดอกเป็นผลเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท