
บีโอไอใหม่ตัดสิทธิ40กิจการ
บอร์ดบีโอไอเคาะยุทธศาสตรส่งเสริมการลงทุน ์ 7 ปี เริ่มใช้ม.ค.58 ตัดสิทธิกว่า 40 กิจการ ชาเขียวสแน็กขนมปัง
บอร์ดบีโอไอเคาะยุทธศาสตรส่งเสริมการลงทุน ์ 7 ปี เริ่มใช้ม.ค.58 ตัดสิทธิกว่า 40 กิจการ ชาเขียวสแน็กขนมปัง
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) วันที่ 19 ส.ค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานกรรมการ ได้เห็นชอบในหลักการ “ร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในระยะ7 ปี” (พ.ศ. 25582564)
สำหรับนโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ของบีโอไอ จะปรับเปลี่ยนจากการส่งเสริมที่ครอบคลุมเกือบทุกกิจการ (บรอดเบส) เป็นการส่งเสริมที่มีเป้าหมายชัดเจน และจัดลำดับความสำคัญมากขึ้น (โฟกัส แอนด์ ไพรออริไทซ์)
ทั้งนี้ จะทบทวนบัญชีประเภทกิจการที่จะให้การส่งเสริมตามยุทธศาสตร์ใหม่ เน้นประเภทที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีมูลค่าเพิ่มซึ่งจะมีกิจการที่ยกเลิกการส่งเสริมประมาณ 40 กิจการ เช่น ชาเขียว ขนมขบเคี้ยว ขนมปัง แต่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ในกิจการอื่นๆ ที่มีคุณภาพ อย่างอาหารทางการแพทย์ เป็นต้น
“จะเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมที่จะช่วยนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ให้สามารถก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายอุดม กล่าว
อย่างไรก็ตาม บีโอไอยังคงกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะให้การส่งเสริมการลงทุนออกเป็น7 กลุ่มเช่นเดิม แต่จะเน้นประเภทที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีมูลค่าเพิ่มสูง มีการวิจัยและพัฒนาหรือการออกแบบ รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร2.อุตสาหกรรมแร่ เซรามิก และโลหะขั้นมูลฐาน 3.อุตสาหกรรมเบา 4.อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง5.อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 6.อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ และ 7.อุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ใหม่จะยกเลิกระบบการส่งเสริมที่อิงกับเขตพื้นที่ (เขต 13 เดิม) ปรับเปลี่ยนจากการส่งเสริมตามเขตพื้นที่(โซน) เป็นการส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ในภูมิภาค (นิว รีจินัลคลัสเตอร์ส) เพื่อสร้างการรวมกลุ่มใหม่ของการลงทุนที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของแต่ละพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของแวลูเชน ซึ่งคณะกรรมการจะกำหนดสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมเป็นรายกรณี"ยุทธศาสตร์ใหม่จะเน้นกิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ดังนั้นจะมีกิจการที่ยกเลิกการส่งเสริมประมาณ40กิจการ เช่น ชาเขียว ขนมขบเคี้ยว ขนมปัง เป็นต้นแต่จะไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ใในกิจการอื่นๆที่มีคุณภาพ อย่างอาหารทางการแพทย์ ดังนั้นตั้งแต่ปีหน้า บีโอไอจะไม่เน้นมูลค่าการลงทุนเหมือนที่ผ่านมา แต่จะเน้นคุณภาพของโครงการมากกว่า ซึ่งหลายประเทศก็มีการปรับแนวทางส่งเสริมการลงทุนในลักษณะนี้"นายอุดม กล่าว







