
ผักผลไม้ขึ้นห้างสารพิษอื้อ
สัญลักษณ์คิว87.5%ปนเปื้อนส้มแชมป์อย.รับพบเล็กน้อยแนะล้างน้ำสะอาด
สัญลักษณ์คิว87.5%ปนเปื้อนส้มแชมป์อย.รับพบเล็กน้อยแนะล้างน้ำสะอาด
ผลสำรวจผักผลไม้มาตรฐานคิวตามท้องตลาดห้างสรรพสินค้า พบสารพิษตกค้างเพียบ
เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ThaiPAN) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยผลตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร โดยพบว่าผักผลไม้เกินครึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั้งในห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลาดค้าปลีก รวมถึงที่ได้รับรองมาตรฐานคิว หรือ 55.9% มีสารเคมีตกค้าง และที่เกินมาตรฐานมีมากถึง 46.6%
อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกตามประเภทของแหล่งจำหน่าย พบว่าผักผลไม้ที่พบการตกค้างมากที่สุดคือที่ได้สัญลักษณ์มาตรฐานคิว โดยมี 87.5% ที่พบการ ตกค้าง และมีถึง 62.5% ที่ไม่ผ่านเกณฑ์
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามชนิดผักผลไม้ พบว่าส้มสายน้ำผึ้งตกเกณฑ์มาตรฐานทั้ง 100% รองลงมาคือ ฝรั่ง 69.2% แอปเปิ้ล 58.3% คะน้า 53.8% กะเพรา สตรอเบอร์รี่ และส้มจีน ชนิดละ 50% ถั่วฝักยาว 42.9% ผักชี 36.4% แตงโม 15.4% และพริกแดง 8.3%
ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า การมอนิเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ตามแหล่งค้าส่งขนาดใหญ่ พบผักผลไม้ตกค้างเพียง 5% ของตัวอย่างทั้งหมด โดยยืนยันว่าการเก็บตัวอย่างทำตามกระบวนการทางสถิติ
สำหรับการเก็บตัวอย่างของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแล้วพบว่ามีสารเคมีตกค้างเกินครึ่งนั้น อาจเป็นไปได้ว่าเก็บตัวอย่างคนละแหล่งและคนละวิธีการ ซึ่งอยากให้ส่งข้อมูลให้ อย.ช่วยพิจารณาว่าจุดใดมีปัญหา เพื่อจะได้กับหน่วยงานอื่นในการตรวจ สอบผู้ผลิตที่ใช้สารเคมีเกินปริมาณที่จำกัดไว้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม อย.ได้รณรงค์ให้ผู้บริโภค ล้างผักผลไม้ทั้งด้วยน้ำเปล่า เบกกิ้งโซดา และน้ำส้มสายชูทุกครั้ง ซึ่งการล้างผักผลไม้ด้วยวิธีนี้จะทำให้สารเคมีที่ตกค้างหายไปได้มาก
ภก.ประพนธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา อย.ทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ในการตรวจผักผลไม้ในตลาด หากพบเกินปริมาณก็จะดำเนินคดีทันที
ด้าน นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า จะเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการพบสารตกค้างในผักและผลไม้ที่ปรากฏตามข่าว แต่ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่วมกับห้างสรรพสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงผู้บริโภค แต่ก็ยอมรับว่า ที่ห้างสรรพสินค้านั้นอาจจะมีหลงหูหลงตาไปบ้างเนื่องจากเป็นการสุ่มตรวจตัวอย่าง
นายศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า ช่วงเวลาที่เครือข่ายผู้บริโภคเก็บตัวอย่างคือเดือนมี.ค.และ เม.ย.นั้น คาดว่าเกิดสถานการณ์แล้ง ผักผลไม้ขาดแคลนและราคาแพง ทำให้เกษตรกรอาจจะมีการใช้สารเคมีเกษตรเพิ่มขึ้นและเก็บผลผลิตโดยไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ
ทั้งนี้ มกอช.และกรมวิชาการเกษตร จะตรวจสอบอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นใจ เพราะมาตรฐานคิว และ มกอช.สร้างมารับรองความปลอดภัยอาหาร จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกกับข่าว







