
บอร์ดใหม่ทีโอทีเร่งแผนฟื้นองค์กรหลังขาดทุนยับ
บอร์ดชุดใหม่ทีโอทีเร่งกำหนดทิศทางพลิกฟื้นองค์กร หลังผลประกอบการปีนี้ขาดทุน 8,900 ล้านบาท
บอร์ดชุดใหม่ทีโอทีเร่งกำหนดทิศทางพลิกฟื้นองค์กร หลังผลประกอบการปีนี้ขาดทุน 8,900 ล้านบาท
รายงานข่าวจากบริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ส.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดใหม่เป็นครั้งแรก หลังจากที่กระทรวงการคลังได้มีคำสั่งแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ ภายใต้การบริหารงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งบอร์ดชุดใหม่ต้องเร่งกำหนดทิศทางนโยบายการพลิกฟื้นธุรกิจทีโอที หลังจากประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก โดยสิ้นปี 2557 จะขาดทุน 8,900 ล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ดจะเลือก พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเสนาธิการทหารบก ให้ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดตามที่กำหนดไว้ หลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูง โดยนายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ รายงานสถานะแผนยุทธศาสตร์ของทีโอที และผลประกอบการในปี 2557 ที่จะขาดทุน 8,900 ล้านบาท โดยมีรายได้ 5.76 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่าย 6.65 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ผลประกอบการ 6 เดือน (ม.ค.มิ.ย.) มีรายได้ 3.24 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่าย 3.37 หมื่นล้านบาท ขาดทุน 1,300 ล้านบาท นอกจากนี้ในปี 2558 ทีโอทีจะประสบปัญหาการขาดทุนและขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องนำเงินสดสะสมที่มีอยู่ 35 หมื่นล้านบาท ออกมาใช้จ่าย และเงินสะสมที่ได้นำไปลงทุนในโครงการต่างๆ เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาบริการ
สำหรับสาเหตุที่ทีโอทีขาดทุนอย่างมากนั้น เนื่องจากไม่สามารถหารายได้ทดแทนจากสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามมาตรา 84 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.-กสทช.)
อย่างไรก็ตาม คสช.ได้อนุมัติแผนลงทุนระบบเคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศของทีโอที ระยะเวลา 3 ปี (2557-2559) แบ่งเป็นการใช้เงินกู้ในการลงทุน 3,289.8 ล้านบาท หรือ 54% ของเงินลงทุนทั้งหมด และเงินรายได้ของทีโอที 2,689.3 ล้านบาท แผนลงทุนประกอบด้วย 3 เส้นทาง คือ เส้นทางเอเชียยุโรป (AAE1) วงเงิน 1,408 ล้านบาท เส้นทางเซาท์อีสต์เอเชียมิดเดิล อีสต์ เวสเทิร์น ยุโรป 5 (SEAMEWE 5) วงเงิน 1,376 ล้านบาท และเส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ญี่ปุ่น (SJC) วงเงิน 2,278 ล้านบาทนอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายภายในประเทศ วงเงิน 417.9 ล้านบาท







