
สภาพัฒน์คาดศก.โตต่ำ
แม้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงวานนี้ (18 ส.ค.) มีอัตราการขยายตัว 0.4% และเศรษฐกิจครึ่งปีแรกหดตัว 0.1% จะไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมาย แต่ที่น่าสนใจ คือ สศช.ปรับลดจีดีพีทั้งปีเหลือเพียง 1.52% จากเดิม 1.5-2.5%
แม้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงวานนี้ (18 ส.ค.) มีอัตราการขยายตัว 0.4% และเศรษฐกิจครึ่งปีแรกหดตัว 0.1% จะไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมาย แต่ที่น่าสนใจ คือ สศช.ปรับลดจีดีพีทั้งปีเหลือเพียง 1.52% จากเดิม 1.5-2.5%
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. ระบุว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 34 ของปี แต่ สศช.ปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 1.52% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะจากเศรษฐกิจโลกที่เติบโตลดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออก ทำให้ สศช.ปรับลดตัวเลขส่งออกจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.7% เหลือเพียง 2%
ขณะที่การลงทุนเอกชนยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆ เนื่องจากภาคเอกชนกำลังติดตามมาตรการจากภาครัฐว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งมีผลต่อการลงทุนโดยรวม ทั้งการลงทุนในส่วนโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ทำให้คาดว่าการลงทุนเอกชนทั้งปีที่เดิมคาดจะหดตัว 0.2% จะหดตัวสูงถึง 2.9% และหดตัวมากกว่าทั้งปี 2556 ที่การลงทุนเอกชนหดตัว 2.8% สอดคล้องกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ล่าสุดอยู่ที่ไม่เกิน 60%
ด้านของการท่องเที่ยวปีนี้ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวหลังเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง และตลาดท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปีลดลงเหลือ 25.7 ล้านคน จากเดิม 27 ล้านคน
“ในครึ่งปีแรกยังหดตัว 0.1% ซึ่งขยายตัวต่ำกว่าการคาดการณ์ของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 และการหดตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีแรก โอกาสที่เศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะขยายตัวเกิน 2% ลดลง” อาคม กล่าว
เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า มาตรการทางเศรษฐกิจที่ต้องให้ความสำคัญในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ การเร่งรัดด้านการส่งออกให้สามารถขยายตัวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มรายได้จากตลาดหลักและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ การค้าชายแดนและในภูมิภาคอาเซียน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับมาตรการถัดมา คือ ที่ต้องเร่งรัดคือฟื้นฟูการท่องเที่ยวโดยการสร้างความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสำคัญๆ ในภาคการท่องเที่ยว มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 และการเบิกจ่ายในช่วงไตรมาสแรกปี 2558 ให้ไม่ต่ำกว่า 91.3% และ 31% ตามลำดับ รวมทั้งเร่งเบิกจ่ายและดำเนินการโครงการสำคัญๆ ของรัฐวิสาหกิจเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี ตลอดจนเร่งรัดให้การลงทุนที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนเริ่มลงทุน เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบโดยเร็ว
อาคม กล่าวว่า ในปี 2558 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.54.5% การส่งออกขยายตัว 57% และการลงทุนภาครัฐจะชัดเจนในครึ่งหลังของปี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันและแนวโน้มปี 2558 เริ่มดีขึ้นมาตามลำดับ หลังการเมืองชัดเจน การบริหารราชการดำเนินต่อไปได้ โดย คสช.ตั้งเป้าหมายว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ให้เติบโตได้ถึง 2% โดยภารกิจสำคัญคือเร่งรัดการลงทุนและเบิกจ่ายงบปี 2558 ส่วนเศรษฐกิจปี 2558 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ในช่วง 3.54.5%
อาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนโยบาย คสช.ที่ให้ทุกหน่วยงานภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบ ทำให้คาดว่าในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 หรือไตรมาส 4 ของปีปฏิทิน 2557 จะมีเงินจากทั้งการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐจะอยู่ที่ 5 แสนล้านบาท รวมกับการลงทุนรัฐวิสาหกิจประมาณ 1.5 แสนล้านบาท จึงคาดว่าจะมีเงินจากภาครัฐเข้าสู่ภาครัฐรวมกัน 6.57 แสนล้านบาท
อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายส่งออกที่ 3.5% แม้ว่า สศช.จะปรับตัวเลขการส่งออกเหลือ 2% โดยตัวเลข 3.5% เป็นเป้าหมายการทำงาน และจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจหลักๆ ที่คาดว่าจะดีขึ้น ทำให้ในช่วงที่เหลือโอกาสที่การส่งออกจะขยายตัวได้ที่ 33.5% ยังมีอยู่
เกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะทำงานร่วมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า ส.อ.ท.มีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตรากำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาที่ปัจจุบันอยู่ที่ 60% ขยายเป็น 7075% โดยเน้นการขยายโอกาสทางการค้าเพื่อเพิ่มการใช้กำลังการผลิต







