posttoday
นักวิชาการค้านเบรกออนแอร์ฮอร์โมน2

นักวิชาการค้านเบรกออนแอร์ฮอร์โมน2

19 สิงหาคม 2557

นักวิชาการค้านเบรกออนแอร์"ฮอร์โมน2"เตือนผู้ปกครองอย่าโยนภาระให้สื่อ ละครล้างสมองเด็กไม่ได้เป็นพ่อแม่คนคุมลูกไม่ได้ก็ยกให้คนอื่นเลี้ยง

นักวิชาการค้านเบรกออนแอร์"ฮอร์โมน2"เตือนผู้ปกครองอย่าโยนภาระให้สื่อ ละครล้างสมองเด็กไม่ได้เป็นพ่อแม่คนคุมลูกไม่ได้ก็ยกให้คนอื่นเลี้ยง

เมื่อวันที่19ส.ค.57 ผศ.ดร.จเร สิงหโกวินท์ อาจารย์ประจำคณะภาษาและการสื่อสาร  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Jaray Singhakowinta กรณีมีผู้ร้องเรียนไปยังกสทช ให้หยุดฉายละครโทรทัศน์เรื่องฮอร์โมน2 โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

อ่านคำวิจารณ์ของคนที่อยากจะให้ กสทช มีคำสั่งให้หยุดฉายละครโทรทัศน์เรื่องฮอร์โมน มาหลายวัน รู้สึกอดรนทนไม่ได้ เพราะแต่ละคำวิจารณ์นั้นได้แสดงให้ถึงความไม่มีขันติธรรม และ ลักษณะมือถือสากปากถือศีลของสังคมไทย การที่โทษแต่ละครว่านำเสนอเนื้อหาที่มีความล่อแหลมต่อความเสื่อมทรามทางศีลธรรมของเยาวชนนั้น ส่วนตัวแล้ว เป็นการแสดงถึงการปัดความรับผิดชอบของผู้ปกครองให้สื่อ

ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่า สื่อไม่ได้มีอิทธิพลมากมายถึงขนาดล้างสมองเด็กให้หันมาเปลี่ยนพฤติกรรมได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ นักวิจัยสื่อพบแล้วว่าการพูดเช่นนั้นเป็นการกล่าวเกินจริง เพราะจริงๆ สื่อบุคคล หรือคนใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่น้อง หรือเพื่อนๆ มีบทบาทต่อการรับรู้และพฤติกรรมของเด็กมากกว่าสื่อ และจากการสำรวจการเลือกรับสื่อ เรามักจะเลือกสื่อที่มีเนื้อหาตรงกับความชอบส่วนตัว หรือ ความเชื่อของเราอยู่แล้ว การดู ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำตาม ถ้าไม่งั้นแล้ว เราคงตบกันทุกวัน ฆ่ากันทุกวัน เพราะเราเห็นภาพความรุนแรงดังกล่าวทุกวัน พ่อแม่ผู้ปกครอง จะปฏิเสธว่าไม่สามารถควบคุมเด็กได้ งั้นก็ไม่ต้องเป็นพ่อแม่ ยกลูกท่านให้คนอื่นเลี้ยงจะดีกว่า ถ้าเด็กไม่เห็นพฤติกรรมที่มีความรุนแรง หรือ การเหยียดเพศทั้งตรงข้าม หรือเพศเดียวกันในครอบครัวมาก่อน เด็กจะมีแนวโน้ม หรือ มีพัฒนาการที่จะรับสื่อแบบดังกล่าวไหม เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันสามารถช่วยให้พ่อแม่ ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่ท่านไม่ต้องการให้ลูกหลานท่านเข้าถึงได้ ถ้าท่านปฏิเสธก็เท่ากับท่านเพิกเฉย ไม่สั่งสอนลูกหลาน ปล่อยให้ทีวี หรือ สื่อเลี้ยงลูกแทนท่าน

การบังคับให้งดเว้นไม่นำเสนอ หรือ การเซ็นเซอร์ ไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหา พฤติกรรมของวัยรุ่นที่พ่อแม่ผู้ปกครองกังวล อาทิ เช่น การมีเพศสัมพันธ์"ก่อนวัยอันควร" การไม่มีความรับผิดชอบทางเพศ การมีอคติ หรือการเหยียดเพศ หรือ รูปแบบความสัมพันธ์ทางเพศใด การไม่เปิดพื้นที่ยอมรับความแตกต่าง ก็เท่ากับ การที่สังคมเราไม่ยอมรับว่า ความแตกต่างทางเพศ หรือวิถีชีวิตใดๆ เป็นส่วนหนึ่งของพลวัตทางสังคม การไม่เปิดพื้นที่ยิ่งจะทำให้ปัญหาต่างๆ ไม่ถูกพูดถึง เด็กยิ่งจะไม่มีพื้นที่ที่จะพูด โต้แย้งหรือ แม้แต่สร้างโอกาสได้มาตระหนักรับรู้ร่วมกันทางสังคม จริงอยู่เนื้อหาบางส่วนของฮอร์โมนมีความล่อแหลม แต่ถ้าท่านผู้วิจารณ์ทั้งหลายได้ดูละครเรื่องดังกล่าวอย่างครบถ้วน ท่านจะทราบว่า ตัวละครได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง และพยายามที่จะเป็น "คนดี" ของสังคม โดยส่วนตัว ผมยังมองว่า ละครเรื่องนี้ยังมีความเป็นอนุรักษ์นิยมเสียด้วยซ้ำไป ทั้งในรูปแบบการนำเสนอ โครงเรื่อง และ การสร้างตัวละคร ที่ยังคงนำเสนอภาพจำ และผลิตซ้ำอุดมการณ์สังคมกระแสหลัก

ท่านต้องไม่ลืมว่า สื่อทำหน้าที่สะท้อนสิ่งที่มีอยู่แล้วในสังคม และยังเป็นพื้นที่ให้สมาชิกทางสังคมได้ถกเถียง ตกลง เจรจา ค่านิยม หรือ แบบแผนทางวัฒนธรรมว่า จะสามารถหาจุดร่วมที่เราจะอยู่ร่วมกันได้โดยเคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ และความแตกต่างของกันและกันได้อย่างไร

 


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท