posttoday
นักวิชาการห่วงกระจายอำนาจยุคคสช.ถอยหลัง

นักวิชาการห่วงกระจายอำนาจยุคคสช.ถอยหลัง

18 สิงหาคม 2557

“ตระกูล”ห่วงรัฐรวบอำนาจคืนชีพราชการรวมศูนย์ ย้ำมีแต่คำว่าปฏิรูปแต่ไม่เห็นปลายทาง

“ตระกูล”ห่วงรัฐรวบอำนาจคืนชีพราชการรวมศูนย์ ย้ำมีแต่คำว่าปฏิรูปแต่ไม่เห็นปลายทาง

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการเสวนาเรื่อง “รัฐศาสตร์ไทยไม่ไร้น้ำยา?” โดยมีคณาจารย์จากภาควิชาการปกครอง เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

นายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีความกังวลเรื่องอิทธิพลของข้าราชการประจำ เนื่องจากทิศทางเข้ามาใกล้ชิดกับอำนาจทางการเมืองสูงขึ้น ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าแนวทางการกระจายอำนาจหลังจากนี้ จะเป็นไปในแนวโน้มแบบใด อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บรรจุเรื่องการกระจายอำนาจเป็น 1 ในแนวทางการปฏิรูป ก็มั่นใจว่าจะมีที่ทางให้นักวิชาการที่สนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจเข้าไปต่อสู้ และแสดงความคิดเห็นมากขึ้น ซึ่งก็คงจะทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด แต่ถ้าทิศทางกลับมาเป็นรัฐราชการรวมศูนย์ นักวิชาการก็ต้องต่อสู้กันต่อไป

ขณะที่นายตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทิศทางหลังจากนี้ เป็นการต่อสู้ที่เห็นได้ชัดระหว่างรัฐราชการ และการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยก่อนหน้านี้ มีคนเล่าให้ฟังว่า การกระจายอำนาจของคสช. อาจย้อนกลับไปก่อนปี 2537 หรือก่อนที่จะมีองค์การบริหารส่วนตำบลด้วยซ้ำ โดยขณะนี้น่าสนใจว่ามีความพยายามทำให้ยุทธศาสตร์จังหวัดและอำเภอเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง จากก่อนหน้านี้ที่เริ่มกระจายลงไปยังท้องถิ่น

“ผมไม่มั่นใจว่าคสช.จะปฏิรูปอะไร เพราะเห็นแต่คำว่า ‘ปฏิรูป’ แต่ไม่เห็นโจทย์ว่าจะปฏิรูปอย่างไร ต้องการให้ผลสำเร็จเป็นอย่างไร และก็ไม่มั่นใจว่าการปฏิรูปจะสำเร็จหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว อาจจะสำเร็จในความคิดของเขา แต่ไม่ใช่สำเร็จในความคิดของเราก็ได้” นายตระกูลกล่าว

นายตระกูล กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการห้ามนักวิชาการแสดงความคิดเห็น โดยการอ้างเรื่องความปรองดองควาสามัคคี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า นักวิชาการสนเฉพาะความถูกต้องตามที่ศึกษาวิจัยมาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความปรองดอง ส่วนสังคมจะรับฟังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสังคม และใครจะมองนักวิชาการอย่างไรก็ย่อมมีสิทธิ์ เพราะทุกคนมีความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกันอยู่แล้ว

ขณะที่นางกนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รูปแบบของประชาธิปไตยไทย ไม่ได้เป็นลักษณะเฉพาะ จนไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ได้ เพราะในประเทศอื่นก็มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการคล้ายๆ กับในประเทศไทย โดยยกตัวอย่างประเทศสเปน ซึ่งในศตวรรษที่ 19 – ศตวรรษที่ 20 ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากระบอบเผด็จการไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และมีการต่อสู้จากกลุ่มอำนาจเก่า ยืดเยื้อยาวนานหลายทศวรรษ เพื่อเปลี่ยนกันขึ้นมานำเช่นเดียวกัน จนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก็เกิดสงครามกลางเมือง เพราะชนชั้นน้ำ กับชนชั้นกลางสู้กัน และในต้นศตวรรษที่ 20 เผด็จการฟรังโก ก็เข้าสู่อำนาจแทน จนในที่สุด ช่วง 50 ปี ให้หลัง ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทำให้สเปนกลายเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่พัฒนามากที่สุดประเทศหนึ่งในขณะนี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ