
ยุคโละพนักงาน
เคยรับใช้ท่านผู้อ่านไปว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์การปรับตัวของบรรดาภาคเอกชนในสหรัฐในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ นั่นก็คือการปรับลดพนักงานและการลดการว่าจ้างพนักงานประจำ
เคยรับใช้ท่านผู้อ่านไปว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์การปรับตัวของบรรดาภาคเอกชนในสหรัฐในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ นั่นก็คือการปรับลดพนักงานและการลดการว่าจ้างพนักงานประจำ
จะเห็นได้ว่า แม้ว่าในขณะนี้อัตราการว่างงานในสหรัฐจะลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้วที่ 6.2% ในเดือน ก.ค. 2014 จากในช่วงที่พีกสุดๆ ราวๆ 9.7% ในช่วงปี 2009 นั้น กระนั้นก็ตามโครงสร้างตลาดแรงงานในสหรัฐได้ปรับเปลี่ยนไปพอสมควร
ส่วนหนึ่งนั้นอัตราการว่างงานที่ลดลงเป็นผลมาจากที่แรงงานส่วนหนึ่งได้ตัดสินใจออกจากระบบการจ้างงานไป นอกเหนือจากที่ภาคเอกชนได้เปลี่ยนมาจ้างงานในตำแหน่งพนักงานชั่วคราว และลดการจ้างงานพนักงานประจำ
ดังนั้น จึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากนักครับว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐฟื้นตัวในระดับที่น่าไว้ใจได้แล้ว ซึ่งเห็นได้จากที่ธนาคารกลางสหรัฐนั้นยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจอย่างชัดเจนในช่วงเวลานี้ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อไหร่ ซึ่งการใช้นโยบายดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ยังถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่สำหรับตลาดสหรัฐ
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2014 ที่ผ่านมานี้ ยังปรากฏว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายนั้นยังมีการปลดคนงานเป็นระยะๆ เพื่อการดำเนินการที่แข็งแกร่งและให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นการลดคนงานเพื่อลดต้นทุนและรักษาระดับผลกำไรครับ
เว็บไซต์ money.cnn.com ได้รวบรวมชื่อบริษัทขนาดใหญ่ของโลกไว้ 8 บริษัทที่น่าสนใจยิ่ง ซึ่งเป็นบริษัททั้งในสหรัฐและในประเทศมหาอำนาจหลักๆ ที่ยังมีการปลดคนงาน และมีแผนการลดพนักงาน ดังนี้
แห่งแรกคือธนาคารบาร์เคลย์สของอังกฤษ ซึ่งประกาศเมื่อเดือน พ.ค. ว่าจะตัดลดคนงานลงถึง 1.9 หมื่นตำแหน่ง ในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ โดยการตัดลดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นไปแล้ว 7,000 ตำแหน่ง
บริษัท ไมโครซอฟท์ ก็เตรียมตัดลดคนงานถึง 1.8 หมื่นตำแหน่ง ภายในปีหน้านี้ บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ก็ประกาศจะตัดคนงานเพิ่มอีก 1.1-1.6 หมื่นตำแหน่ง จากเดิมที่โละออกไปแล้ว 3.4 หมื่นตำแหน่ง โดยบริษัทระบุว่าช่วยประหยัดเงินได้ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
บริษัท ซิสโก ผู้ผลิตสวิตช์และเราเตอร์อินเทอร์เน็ต ก็เผยว่าจะลดคนงานอีก 6,000 ตำแหน่ง ในช่วงไม่กี่เดือนนี้ครับ ธนาคารเจพี มอร์แกน ก็มีแผนการที่จะลดพนักงานอีก 8,000 ตำแหน่งเช่นกัน ขณะที่อินเทลก็มีแผนที่จะลดพนักงานอีก 5,300 ตำแหน่งเช่นกัน ขณะที่โซนี่ก็เตรียมลดคนงานอีก 5,000 ตำแหน่ง สุดท้ายคือเมซี่ ห้างค้าปลีกของสหรัฐก็มีแผนที่จะลดคนงานราว 2,300 ตำแหน่ง
โลกกำลังอยู่ในยุคของการลดพนักงานเพื่อทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวแล้วหรือไม่ก็ตาม







