posttoday
ตั้งผบ.ตร.บทพิสูจน์ฟื้นระบบคุณธรรม

ตั้งผบ.ตร.บทพิสูจน์ฟื้นระบบคุณธรรม

18 สิงหาคม 2557

การแต่งตั้งผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 10 ต่อจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ไม่ใช่เพียงแค่การแต่งตั้งผู้นำองค์กรตำรวจที่มีกำลังพลกว่า 2.1 แสนนาย ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมเท่านั้น แต่หลังการควบคุมอำนาจบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นี่คือบทพิสูจน์สำคัญของการฟื้นคืนระบบคุณธรรม ที่ข้าราชการตำรวจและประชาชนคนไทยกำลังเฝ้าจับตา

การแต่งตั้งผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 10 ต่อจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ไม่ใช่เพียงแค่การแต่งตั้งผู้นำองค์กรตำรวจที่มีกำลังพลกว่า 2.1 แสนนาย ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมเท่านั้น แต่หลังการควบคุมอำนาจบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นี่คือบทพิสูจน์สำคัญของการฟื้นคืนระบบคุณธรรม ที่ข้าราชการตำรวจและประชาชนคนไทยกำลังเฝ้าจับตา

ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเจ้าของตำแหน่งคือ พล.ต.อ.อดุลย์ แต่คนที่นั่งเก้าอี้ขณะนี้คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามคำสั่ง คสช.

ทั้งสองท่านนี้ครบเกษียณอายุราชการพร้อมกัน จึงมีระดับ พล.ต.อ. 2-3 ท่าน นำเสนอผลงานผ่านสื่อมวลชนตลอด มีการแถลงข่าว ผลงาน บ่อยครั้ง จนเรียกว่าถี่กว่าปกติ

เดิม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เลือกข้าราชการตำรวจยศ “พล.ต.อ.” คนใดก็ได้ (รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ ที่ปรึกษา (สบ 10) และตำแหน่งอื่นๆ หรือตำแหน่งเฉพาะตัวเทียบเท่ารอง ผบ.ตร.)

แต่ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 88 เป็นเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจ (พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547) โดยมีสาระสำคัญ คือ มีผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับเลือกเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ มีเพียง รอง.ผบ.ตร.ซึ่งมี 7 ตำแหน่ง กับจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เท่านั้น โดยให้ ผบ.ตร.เป็นผู้คัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง จตช.และรอง ผบ.ตร. แล้วเสนอให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อขึ้นกราบบังคับทูลฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

แต่จะมีรอง ผบ.ตร.ครบเกษียณอายุ 2 ท่าน คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง และมีตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง เนื่องจาก พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ โอนย้ายไปเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีผู้ที่อยู่ในข่ายเข้าชิงเพียง 5 คน เรียงตามลำดับอาวุโส ดังนี้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ทั้งหมดเป็น รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จตช.

ผู้มีอำนาจเสนอแต่งตั้ง ผบ.ตร. เป็นอำนาจของ ก.ต.ช.ซึ่งมี 9 ท่าน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับการเลือกจากวุฒิสภาจำนวน 2 คน ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ

หลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ผบ.ตร. ธรรมเนียมแต่เดิมมาใช้หลักอาวุโส เพราะข้าราชการตำรวจ ทหารมียศ หากมีการแต่งตั้งข้ามอาวุโส ข้าราชการทหารสามารถปรับตำแหน่งถ่ายเท ไปยังต่างหน่วยได้ อาทิ กองบัญชาการกองทัพไทย หรือสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นต้น แต่ตำรวจไม่มีหน่วยงานรองรับ หากจะย้ายผู้อาวุโสกว่าออกไป จึงต้องไปสังกัดหน่วยงานอื่น อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี

การนับอาวุโสจะพิจารณาว่าใครขึ้นดำรงตำแหน่งในระดับใดก่อนให้ถือว่ามีอาวุโสสูงกว่าในตำแหน่งระดับนั้น ทำให้เกิดการวิ่งเต้นกับฝ่ายการเมือง ให้มีการแต่งตั้งนอกฤดู หรือแต่งตั้งเป็นกรณีพิเศษนอกวาระประจำปี เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการนับอาวุโส ที่ผ่านมาจึงมีการฟ้องศาลปกครองในประเด็นการแต่งตั้งข้ามอาวุโสกันหลายครั้ง กลายเป็นความขัดแย้งในหน่วยงาน เมื่อขึ้นมาดำรงตำแหน่งในลักษณะดังกล่าวจึงทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปได้ยาก หลักเกณฑ์การนับอาวุโสจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายของผู้มีอำนาจ ต่อมาการแต่งตั้ง ผบ.ตร.หรือการเสนอแต่งตั้ง ผบ.ตร. ไม่ได้ยึดถือเรื่องของอาวุโสเพียงอย่างเดียว

คสช.มีประกาศฉบับที่ 89 เป็นเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วางหลักเกณฑ์การนับอาวุโสใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล

หลักเกณฑ์ใหม่มีดังนี้

1.ผู้มียศสูงกว่า (ไม่รวมถึงยศที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรณีพิเศษ) เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า

2.ยศเท่ากัน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับนั้นนานกว่า เป็นผู้มีอาวุโสสูงกว่า

3.ถ้าข้อ 2 เท่ากัน ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับถัดลงไปนานกว่าตามลำดับ จนถึงตำแหน่งระดับรองสารวัตร เป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า

4.ถ้าดำรงตำแหน่งลำดับถัดลงไปนานเท่ากัน ให้ผู้มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรนานกว่า เป็นผู้มีอาวุโสสูงกว่า

และ 5.ถ้าระยะเวลาการดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรเท่ากัน ให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า

นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ พล.ต.อ.วัชรพล สั่งให้ รอง ผบ.ตร. และ จตช. ผู้มีสิทธิเป็น ผบ.ตร. เขียนวิสัยทัศน์ความยาวคนละ 2 หน้ากระดาษ เพื่อประกอบการพิจารณา เพราะในอดีตที่ผ่านมาไม่มีนโยบายให้แสดงวิสัยทัศน์ ทำให้ไม่ทราบว่าเมื่อขึ้นมาเป็นหมายเลข 1 แล้วจะมีกึ๋นเป็นผู้นำได้อย่างไร และถือได้ว่าวิสัยทัศน์จะเป็นสัญญาประชาคมที่จะต้องทำเมื่อได้รับแต่งตั้ง

จากอดีตถึงปัจจุบัน หลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด แม้แต่หลักการนับอาวุโสก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยของผู้มีอำนาจ เพื่อให้บุคคลที่หมายตาอยากให้ได้ตำแหน่ง ก้อลากหลักเกณฑ์เข้ามาหาบุคคล และกำหนดหลักขึ้นมาใหม่ (หลักกู)

จึงได้แต่ตั้งความหวังว่า หากมีการแต่งตั้งคนดีมีจริยธรรม คุณธรรม เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ เป็นต้นธารแห่งความยุติธรรมที่แท้จริง สามารถมองและนำองค์กรตำรวจไปข้างหน้า ก้าวให้ทันกับยุคโจรไร้พรมแดน ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันต่อวัน เพื่อปฏิรูปองค์กรและตัวตำรวจให้สมกับคำว่า “เราอยู่ไหน ประชาอุ่นใจทั่วกัน”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท