posttoday
พ่อญี่ปุ่นยังไม่ประสานตร.ไทยเข้าพบกรณีอุ้มบุญ

พ่อญี่ปุ่นยังไม่ประสานตร.ไทยเข้าพบกรณีอุ้มบุญ

17 สิงหาคม 2557

เจ้าหน้าที่เผยหนุ่มชาวญี่ปุ่นยังไม่ประสานตำรวจไทยเพื่อเข้าให้ปากคำกรณีอุ้มบุญ เร่งติดตามหมอผู้รับใบอนุญาตคลินิก

เจ้าหน้าที่เผยหนุ่มชาวญี่ปุ่นยังไม่ประสานตำรวจไทยเพื่อเข้าให้ปากคำกรณีอุ้มบุญ เร่งติดตามหมอผู้รับใบอนุญาตคลินิก

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า ชุดสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายมิตสึโตกิ ชิเงตะ ทายาทมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น ว่าจ้างหญิงไทยตั้งครรภ์อุ้มบุญแล้วคลอดเด็กทารกจำนวนถึง 15 คน โดยเตรียมรอสอบรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กอุ้มบุญตามที่อ้างว่า มีการใช้เชื้ออสุจิของ นายมิตสึโตกิ ชิเงตะ ผสมกับไข่ของหญิงที่เตรียมมาแล้วก่อนนำไปฝังไว้ในมดลูกหญิงรับจ้างตั้งครรภ์หลายราย หลังจากทนายความแจ้งว่า นายมิตสึโตกิ ชิเงตะ จะเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา เข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงกรณีการเป็นพ่ออุ้มบุญจนกำเนิดเด็กทารกหลายคน ที่พบเด็กในคอนโดมิเนียม ย่านลาดพร้าว และเพิ่งคลอดที่โรงพยาบาล โดยชุดสืบสวนจะเน้นตรวจสอบเด็กที่นำออกนอกประเทศ

ด้าน พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีนายมิตสึโตกิ จะเข้าพบพนักงานสอบสวน รวมถึงกรณี่ที่จะมีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางออกนอกประเทศไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กอุ้มบุญ 3 คน ที่เดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา นั้น ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผบก.น.4 เป็นผู้ดำเนินการและประสานงานดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการสั่งการอะไรเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนจะเป็นวันใดนั้น ขอให้สอบถาม พ.ต.อ.พันธนะ ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. กล่าวว่า อดีตทนายของนายมิตสึโตกิ ชิเงตะ เคยประสานว่า นายมิตสึโตกิ จะเดินทางพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการอุ้มบุญเด็ก ช่วงระหว่างวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ แต่ล่าสุดยังไม่ได้คำยืนยันของอดีตทนายความว่าจะมาเมื่อไหร่และวันใด โดยชุดสืบสวนสอบสวนมีการเตรียมชุดพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามข้อมูล นายมิตสึโตกิ  ที่สน.ลาดพร้าว

“ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีชาวญี่ปุ่นรายนี้แต่อย่างใด ชุดสืบสวนสอบสวนจะมีการสอบถามเจตนารมณ์ถึงกรณีการต้องการมีเด็กอุ้มบุญจำนวนมาก เพื่อต้องการนำเด็กไปทำอะไร เด็กที่เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วมีชีวิตอยู่หรือสุขสบายดีหรือไม่ รวมทั้งเด็กมีภัยคุกคามหรือไม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสอบถามนายมิตสึโตกิ ส่วนกรณีอ้างว่าเด็กทารกอุ้มบุญไปที่เขมรนั้นปลอดภัย และมีผู้เลี้ยงดูอย่างดี โดยมีการถ่ายภาพเด็กทารกส่งมายืนยันนั้น ตนยังไม่เห็นภาพดังกล่าวตามที่อ้างแต่อย่างใด”รองผบช.น. กล่าว 

ด้าน พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวสั้นๆ ว่า  เบื้องต้นยังไม่ได้มีการประสานงานจากทางทนายชาวญี่ปุ่นดังกล่าวแต่อย่างใดว่าจะเข้าพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อไร่ ส่วนการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาหรือไม่นั้น ขณะนี้เป็นเพียงแค่การสั่งการจากผู้บังคับบัญชา ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่าจะออกเดินทางหรือไม่

มีรายงานข่าวแจ้งอีกด้วยว่า ล่าสุดชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงการอุ้มบุญได้เตรียมการไว้ หากนายมิตสึโตกิ ชิเงตะ ไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน โดยมีการสั่งจัดชุดสืบสวนเพื่อติดตาม นายมิตสึโตกิ พร้อมทั้งการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น รวมทั้งจัดชุดสืบสวนเฝ้าสังเกตและคอยติดตามพยานหรือผู้ที่ใกล้ชิดกับมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นและเกี่ยวข้องกับเรื่องอุ้มบุญ

ด้าน พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 เปิดเผยกรณีการติดตามตัว นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล ในฐานะผู้รับอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลออลไอวีเอฟ คลีนิกเวชกรรมเฉพาะทางสูตินารีเวช ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารศิวาเทลชั้น 12 เอ และอัลไพน์ สตาร์ชั้น 15 ภายหลังถูกกรมสนับสนุนบริการสุภาพเข้าแจ้งความว่า  ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดตามตัวนายแพทย์ดังกล่าวมาดำเนินคดี เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เตรียมออกหมายเรียกเพื่อขอให้ นพ.พิสิฐ มาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 18 ส.ค.) โดยคาดว่าน่าจะให้เวลา นพ.พิสิฐเข้ามาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 22 ส.ค. ส่วนรายละเอียดอื่นๆ นั้น พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี จะเป็นผู้ดำเนินการรวบรวมหลักฐานในการดำเนินคดีดังกล่าวต่อไป

พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า ขณะนี้คาดว่า นพ.พิสิฐ น่าจะยังคงอยู่ในประเทศไทย เพราะคดีดังกล่าวเป็นเพียงแค่คดีดังกล่าวมีโทษค่อนข้างเบา ข้อหาไม่ควบคุมดูแล ให้แพทย์ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติ สถานพยาบาล 2541 เท่านั้น ซึ่งการดำเนินการออกหมายเรียก หากออกหมายเรียกมาตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. ก็ให้เวลาถึงวันที่ 22 ส.ค. ซึ่งถ้ามีเหตุผลแจ้งมาว่าไม่สามารถเข้าพบได้ ก็จะรอจนกว่านายแพทย์คนดังกล่าวจะพร้อม หากไม่มาตามที่ได้นัดหมายกำหนดไว้ว่าจะมา ก็จะออกหมายเรียกอีกครั้งในอาทิตย์ถัดไป หากยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง โดยที่ไม่เหตุผลอันสมควร ก็จะจะดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท