
อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ
พุทธบริษัทได้มาสมาทานอุโบสถและเบญจเวรวิรัติและสดับพระธรรมเทศนา เมื่อได้มาเช่นนี้แล้ว จงตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา ดังจะได้พรรณนาต่อไปนี้ อนึ่งวันนี้เป็นวันมหาปวารณา พระเถระแต่ก่อน บางท่านได้ถือธุดงควัตรอธิษฐานจำพรรษาตลอดไตรมาสและตั้งสัจจะไว้ว่า จะกระทำความเพียรให้ถึงพระอรหัตต์ในเดือนต้น แม้เดือนต้นยังไม่สำเร็จ ก็อธิษฐานให้สำเร็จในเดือนกลาง ในเดือนกลางก็ยังไม่สำเร็จ ยังเหลืออยู่วันนี้เป็นวันมหาปวารณา ท่านก็อธิษฐานที่จะทำความเพียรให้ถึงพระอรหัตต์ในวันนี้ บางท่านก็สำเร็จ บางท่านก็ไม่สำเร็จก็มี และในวันนี้เป็นวันพระบรมราชสมภพ หรือวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นต้นวงศ์ของธรรมยุติกนิกาย และเป็นพระอาจารย์อย่างสำคัญพระองค์หนึ่ง ทั้งพระองค์เป็นผู้ปฏิบัติชอบยิ่ง และทรงทะนุบำรุงในกิจพระศาสนาเป็นอเนกประการหาผู้ใดที่จะเปรียบปานมิได้ เป็นพระบรมครูของพวกเราทั้งหลาย รองพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงมาแล้วไม่มีผู้ใดที่จะเป็นผู้เสมอได้เลย เพราะฉะนั้นในวันนี้เวลาบ่าย 3 โมง ที่เคยมีเทศน์สวดมนต์นั้นจะเลิก ไปทำในเวลาค่ำทีเดียว แต่ก่อนนี้เคยทำครึ่งคืน แต่ในวันนี้จะทำครึ่งคืนหรือเต็มคืนก็ดูไปก่อน ถ้ากำลังของสัตบุรุษมีอยู่
พุทธบริษัทได้มาสมาทานอุโบสถและเบญจเวรวิรัติและสดับพระธรรมเทศนา เมื่อได้มาเช่นนี้แล้ว จงตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา ดังจะได้พรรณนาต่อไปนี้ อนึ่งวันนี้เป็นวันมหาปวารณา พระเถระแต่ก่อน บางท่านได้ถือธุดงควัตรอธิษฐานจำพรรษาตลอดไตรมาสและตั้งสัจจะไว้ว่า จะกระทำความเพียรให้ถึงพระอรหัตต์ในเดือนต้น แม้เดือนต้นยังไม่สำเร็จ ก็อธิษฐานให้สำเร็จในเดือนกลาง ในเดือนกลางก็ยังไม่สำเร็จ ยังเหลืออยู่วันนี้เป็นวันมหาปวารณา ท่านก็อธิษฐานที่จะทำความเพียรให้ถึงพระอรหัตต์ในวันนี้ บางท่านก็สำเร็จ บางท่านก็ไม่สำเร็จก็มี และในวันนี้เป็นวันพระบรมราชสมภพ หรือวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นต้นวงศ์ของธรรมยุติกนิกาย และเป็นพระอาจารย์อย่างสำคัญพระองค์หนึ่ง ทั้งพระองค์เป็นผู้ปฏิบัติชอบยิ่ง และทรงทะนุบำรุงในกิจพระศาสนาเป็นอเนกประการหาผู้ใดที่จะเปรียบปานมิได้ เป็นพระบรมครูของพวกเราทั้งหลาย รองพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงมาแล้วไม่มีผู้ใดที่จะเป็นผู้เสมอได้เลย เพราะฉะนั้นในวันนี้เวลาบ่าย 3 โมง ที่เคยมีเทศน์สวดมนต์นั้นจะเลิก ไปทำในเวลาค่ำทีเดียว แต่ก่อนนี้เคยทำครึ่งคืน แต่ในวันนี้จะทำครึ่งคืนหรือเต็มคืนก็ดูไปก่อน ถ้ากำลังของสัตบุรุษมีอยู่ก็จะได้ทำต่อไป แล้วจงพากันตั้งใจอุทิศส่วนพระราชกุศลถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การที่ได้มาตั้งใจสมาทานศีลและสดับพระธรรมเทศนา ก็เพื่อประโยชน์แก่ตน เป็นสันทิฏฐิโก ผู้ปฏิบัติพึงเห็นเอง เป็นอกาลิโก ไม่ต้องอ้างกาลอ้างเวลา เมื่อตนปฏิบัติเพียงใดก็ได้รับผลเพียงนั้น ไม่มีขีดขั้น เป็นเอหิปัสสิโก อาจที่จักท้าทายเขาได้ว่าท่านจงมาดูเถิด กายของข้าพเจ้าก็บริสุทธิ์เช่นนี้ วาจาของข้าพเจ้าก็บริสุทธิ์เช่นนี้ ใจของข้าพเจ้าก็บริสุทธิ์เช่นนี้ๆ เป็นของประเสริฐจริง เป็นโอปนยิโก ควรจะน้อมธรรมนั้นมาสู่ตนได้ ต้องเข้าใจว่า โอวาทคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่ได้มีอยู่ในที่อื่น ไม่ได้มีในลานหรือกลางป่ากลางดงอะไร จะเป็นพระสูตรหรือพระวินัย พระปรมัตถ์ ก็มีอยู่ในตนของตนทั้งสิ้น ที่ทรงสั่งสอนนั้นก็ให้เข้าใจว่าสอนตนเอง ไม่ใช่สอนผู้อื่น ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ ปราชญ์ผู้วิญญูชนทั้งหลาย พึงรู้ได้เฉพาะตน คนอื่นรู้ด้วยไม่ได้ ความโลภความโกรธความหลงนั้นอย่าให้มีนัก ผู้ที่บริจาคทานก็เพราะเป็นผู้เบาบางจากความโลภ ผู้ที่รักษาศีลได้ก็เพราะเป็นผู้เบาบางจากความโกรธ ผู้ที่มีภาวนาก็เพราะเป็นผู้เบาบางจากความหลง ต่อนี้ไปจักได้พรรณนาพระคุณในบทว่า อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ ด้วยพระองค์ทรงพระนามว่า อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ เพราะพระองค์เปรียบประหนึ่งดังนายสารถีที่ฝึกหัดทรมานสัตว์ มีช้างม้าโคกระบือเป็นต้น เมื่อฝึกหัดเรียบร้อยดีแล้วก็จะได้สำหรับเป็นพาหนะขับขี่ใช้การต่างๆ แต่สัตว์เหล่านั้นต้องฝึกหัดด้วยแซ่ด้วยหวาย เมื่อกลัวเจ็บกลัวตายก็ต้องทำตามเขา เมื่อสัตว์นั้นเรียบร้อยดีแล้วทิ้งไว้นานๆ ไม่ได้ฝึกหัด ก็อาจกลับกลายไปอีก มีพยศไปอย่างเดิม ส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงฝึกหัดทรมานสัตว์มนุษย์บุรุษสตรีเหล่านั้น ไม่ต้องฝึกหัดอย่างนั้น ทรงฝึกหัดด้วยศีล สมาธิ ปัญญา สิ่งใดที่ไม่มีในตน ก็ทรงฝึกหัดด้วยการแนะนำสั่งสอนให้เกิดความเชื่อและมีในตนขึ้น เมื่อผู้ที่ได้รับการทรมานของพระองค์แล้ว ก็ไม่มีความกลับกลอกได้อีก มีแต่จะตั้งหน้าขึ้นไปฝ่ายเดียว ถ้าผู้ที่ยังมีความโลภจัด อาจฆ่าสัตว์ก็ได้ ลักทรัพย์ก็ได้ กล่าวคำเท็จก็ได้ เพราะมีความละโมบโลภมากเป็นที่ตั้ง ผู้ที่มักโกรธก็เหมือนกัน ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ได้ กล่าวคำมุสาได้ ผู้ที่มักหลงก็เป็นเช่นกัน ถ้ามีทานอยู่แล้วก็ชนะ ซึ่งความโลภ ถ้ามีศีลอยู่ก็ชื่อว่าชนะ ซึ่งความโกรธ ถ้ามีภาวนาอยู่ก็ชื่อว่าชนะ ซึ่งความหลง ดังเช่นผู้ที่มากันอยู่เต็มวัดเต็มศาลาเช่นนี้ ถ้าจะเอาโลภเอาโกรธเอาหลงมาก็มาไม่ได้ ในที่ประชุมนี้ถ้ามีผู้โกรธขึ้นสักคนเดียวก็อยู่ไม่ได้ การที่ทำชั่วทุกวันนี้ก็เพราะไม่รู้จักว่าเป็นของชั่ว ถ้าคนชั่วมีขึ้นสักคนหนึ่งในหมู่ใดคณะใด ก็พาคนดีเดือดร้อนไปด้วยกันตั้งร้อยตั้งพัน ส่วนพระองค์ได้ทรงฝึกหัดให้รู้จักดีและชั่วเช่นนี้แล้วก็ไม่มีความกลับกลอกไปได้อีก
เพราะฉะนั้นเมื่อพุทธบริษัทจะพึงรู้ว่าตนจะถึงพระคุณเพียงไร ก็จงตรวจตรองในตนของตนดูว่า ความประพฤติคือความเป็นไปของเราทุกวันนี้เป็นอย่างไร จะใกล้กับพระคุณที่เรารู้เราเห็นบ้างหรือยัง เราได้ละเว้นสิ่งใดได้บ้าง เมื่อหมั่นตรวจตรองและเทียบกับพระคุณเช่นนี้บ่อยๆ ก็จะรู้ได้ว่าตนได้ถึงพระคุณเพียงใด การที่ฟังพระธรรมเทศนานั้น ฟังให้รู้เรื่องไว้ชั้นหนึ่งแล้วตรวจตรองให้เกิดแยบคายในใจ และปฏิบัติตาม จึงนับว่าถึงพระคุณดังในโสดาปฏิยังคธรรม ก็มีอยู่ว่า สัปปุริสูปสังเสโว ให้คบหาสมาคมกับสัตบุรุษ สัทธัมมัสสวนัง ให้ฟังธรรมของสัตบุรุษ โยนิโสมนสิกาโร ให้ทำในใจโดยแยบคายอุบายที่ชอบ ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ให้ปฏิบัติตามธรรมนั้นๆ ดังนี้เป็นธรรมในชั้นพระโสดาฯ ท่านก็ได้เป็นมาอย่างนี้ เมื่อฟังแล้วไม่ตรวจตรอง และไม่ปฏิบัติตาม ก็ชื่อว่าไม่ได้เสพรสพระธรรม ตนก็จักไม่ได้ประโยชน์อะไรในการฟังธรรม เพราะตนไม่ได้ดื่มรสพระธรรม แล้วพระธรรมก็จักไม่มีรสชาติอะไร ถ้าฟังมากๆ เข้าก็เลยจืดไปเอง ส่วนผู้ที่ฟังแล้วได้ตรวจตรองและได้ปฏิบัติตามนั้น ได้ชื่อว่า ปุริสทัมโม เป็นผู้ได้รับการทรมานของพระองค์แล้ว เมื่อพระองค์ได้ทรงต้อนให้เข้าหลักได้แล้วก็เป็นผู้ตกอยู่ในกระแสธรรม ฝักใฝ่อยู่ในธรรมไม่มีความเสื่อม มีแต่จะก้าวหน้าไปถ่ายเดียว ไม่ต้องทรงสั่งสอนอีกและส่งไปสั่งสอนในที่อื่นอีกได้ด้วย เพราะเหตุนี้จึงนับว่าพระองค์เป็นผู้ฝึกหัดด้วยดี เมื่อพุทธบริษัทได้สดับในธรรมปริยายดังได้พรรณนามาฉะนี้แล้ว จงตั้งใจปฏิบัติตาม ก็จะมีแต่ความวุฒิเจริญงอกงามในสาสนธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยนัยดังวิสัชนามา ด้วยประการฉะนี้







