
หน้าด่านปราบส่วย
ชื่อของ พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2 รอ.) กลายเป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดินเบ็ดเสร็จ
ชื่อของ พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2 รอ.) กลายเป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดินเบ็ดเสร็จ
ในยุคที่กองทัพเรืองอำนาจ ระบบระเบียบบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะปัญหา “มาเฟียผู้มีอิทธิพล” ซึ่งหยั่งรากลงลึกในสังคมไทยถูกทหารขุดถอนให้เห็นแทบจะรายวัน ที่สำคัญปรากฏชื่อของ “พ.ท.บุรินทร์” ในปฏิบัติการล้างบางแทบทุกครั้ง
ภารกิจรวบตัว “นายพล” ผู้มากอิทธิพลย่านสีลมพัฒน์พงศ์ อย่าง พล.ต.เจนรณรงค์ เดชวรรณ หรือ “เสธ.เจมส์” ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ฐานเรียกรับผลประโยชน์ ทำให้สังคมเกิดความมั่นใจว่า คสช.กวาดบ้านโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมรายใด
แม้กระทั่ง “คนมีสี” ด้วยกัน อย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ ร.ต.ท.บุญชู แสนธิ หรือ หมวดชู พนักงานสอบสวน ก็ถูกจับกุมในข้อหาเรียกรับค่าคุ้มครองและค่าเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้าง “ชมรมวัดดอกไม้” เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร (กทม.)
เช่นเดียวกับ ร.ต.ต.สมนึก ธารี รองสารวัตรจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ถูกจับกุมตัวหลังเรียกค่าคุ้มครองจากวินจักรยานยนต์รับจ้าง “เบนซ์พระราม 4” บริเวณสะพานไทยเบลเยียม กทม.
ล่าสุด “พ.ท.บุรินทร์” ได้จับกุมตัวนักการเมืองท้องถิ่น อย่าง พิพัฒน์ ลาภปรารถนา ประธานสภากรุงเทพมหานคร และ สก.บางรัก ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนว่า “เก็บส่วย” ค่าพื้นที่ค้าขายเดือนละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท
สำหรับ “พ.ท.บุรินทร์” เป็นมือกฎหมายและเป็นผู้ประสานงานเรื่องคดีความในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงปี 2553 รับผิดชอบพื้นที่ ถนนพระราม 4 ซึ่งภายหลัง คสช.ยึดอำนาจ พล.ม. 2 รอ. ได้รับคำสั่งให้รับผิดชอบเรื่องการประสานงานกับตำรวจ จึงไม่แปลกที่ชื่อของ “พ.ท.บุรินทร์” จะปรากฏขึ้นทุกครั้งที่มีการจับกุม







