
ข่าวสั้น
ทอท.เตรียมต่อสัญญาสัมปทาน รปภ.สนามบิน 5 พันล้าน
ทอท.เตรียมต่อสัญญาสัมปทาน รปภ.สนามบิน 5 พันล้าน
แหล่งข่าวบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการในปลายสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาการต่อสัญญาสัมปทานระบบรักษาความปลอดภัยมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ให้แก่บริษัทเอกชนรายเดิมจากสัญญาสัมปทานที่จะสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย. 2557 นี้ โดยอ้างว่าเป็นโครงการเร่งด่วนและตามเงื่อนไขสัญญาเดิมที่ ทอท.ทำไว้กับเอกชนนั้น ระบุว่า ในกรณีที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทาน หากคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานเห็นว่า บริษัทสามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขสัญญาและผ่านเกณฑ์ประเมินที่ ทอท.ตั้งไว้ จะได้รับการต่อสัญญาโดยอัตโนมัติ โดยสัญญาดังกล่าวมีอายุ 5 ปี
ปัจจุบัน บริษัท ล็อกซเล่ย์ ไอซีทีเอส คอนซัลเตียม เป็นผู้สัมปทานการรักษาความปลอดภัยในสนามบินสุวรรณภูมิมีพนักงานให้บริการกว่า 2,200 คน
อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่าเป็นคำสั่งจากคณะกรรมการ ทอท.ที่มีลงไปยังผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยตรง และก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นการดำเนินการที่สวนทางนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการให้รัฐวิสาหกิจจัดซื้อจัดจ้างโครงการอย่างโปร่งใส แต่ทอท.อ้างว่าโครงการดังกล่าวเป็นงานเร่งด่วนที่ไม่สามารถเปิดประมูลหาผู้รับสัมปทานป็นการทั่วไปได้เพราะข้อจำกัดของระยะเวลา เนื่องจากสัญญาสัมปทานโครงการเดิมจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนนี้ หากการพิจารณาต่อสัญญาล่าช้าหรือปล่อยให้สัญญาสิ้นสุดลงไปจะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเกิดปัญหาขึ้นได้
นอกจากนี้ ทอท.ยังเตรียมเดินหน้าโครงการประมูลติดตั้งระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า(APPS) มูลค่ากว่า 8,300 ล้านบาท โดยไม่มีการปรับปรุงเงื่อนไขการประมูลแต่อย่างใด ทั้งที่ก่อนหน้าคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายโครงการรัฐ (คตร.) ได้สั่งให้ ทอท.ระงับการดำเนินโครงการดังกล่าวเนื่องจากมีการร้องเรียนจากผู้ประมูลว่า มีความพยายามจัดฮั้วประมูล แต่ล่าสุดฝ่ายบริหาร ทอท.กลับได้รับคำสั่งให้เร่งรัดการดำเนินโครงการนี้ โดยจะกลับไปใช้เงื่อนไขการประมูลเดิมโดยไม่มีการเปิดกว้างให้เอกชนเข้าร่วมประมูลโดยอ้างว่าเป็นโครงการที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ไม่สามารถเปิดกว้างให้เอกชนที่ไปเข้าร่วมประมูลได้ โดยมีข่าวว่ามีการเตรียมการจัดซื้อจ้างจ้างด้วยวิธีพิเศษกับบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับขั้วอำนาจใหม่
กสทช.ไฟเขียวค่ายรถยนต์ใช้คลื่นความถี่ใหม่
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กสทช.มีมติเห็นชอบร่างประกาศอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมระบบเรดาร์ใช้ติดตั้งในรถยนต์และร่างประกาศ เรื่องมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์สำหรับเครื่องวิทยุคมนาคมระบบเรดาร์ที่ใช้ติดตั้งในรถยนต์ เพื่ออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ช่วง 24 และ 77 กิกะเฮิรตซ์ กับอุปกรณ์ควบคุมรถยนต์แบบไฮเทค หลังจากที่ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้นำเข้าอุปกรณ์ เช่น บริษัท เด็นโซ่ บริษัท อินเตอร์คอนติเนนตัล ขอใช้คลื่นความถี่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการทำงานแบบอัตโนมัติ (Auto Drive) ในรถยนต์หลายรุ่น
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบร่างประกาศหลักเกณฑ์การปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ ย่านความถี่ 380510 เมกะเฮิรตซ์ ร่างประกาศแผนความถี่วิทยุกิจการเคลื่อนที่ทางบก ระบบ Digital Trunked Radio ย่านความถี่ 380399.9 เมกะเฮิรตซ์ และร่างประกาศแผนความถี่วิทยุกิจการเคลื่อนที่ทางบกและกิจการประจำที่ย่านความถี่ 401450 เมกะเฮิรตซ์
ทั้งนี้ มีสาระสำคัญเพื่อส่งเสริมการใช้คลื่นความถี่ภายในประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพียงพอต่อความต้องการใช้คลื่นความถี่ของทุกภาคส่วนในระยะยาว สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ในการเตรียมคลื่นความถี่สำหรับกิจการเคลื่อนที่ทางบก และเพื่อรองรับการใช้งานต่างๆ ในอนาคต
นายฐากร กล่าวว่า บอร์ดยังมีมติห็นชอบต่อร่างประกาศ เรื่อง นิยามของตลาด และขอบเขตของตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ... และร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้มีอำนาจเหนือตลาดในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... โดยร่างประกาศดังกล่าวเป็นการปรับปรุงให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นภายหลังจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และให้นำไปประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป







