
ยอมขายข้าวในสต๊อกราคาต่ำตันละหมื่นบ.
นบข.ยอมขายข้าวรัฐ 7.32 หมื่นตัน ให้เอกชน 11 ราย ในราคาเฉลี่ยค่อนข้างต่ำแค่ตันละหมื่นบาท
นบข.ยอมขายข้าวรัฐ 7.32 หมื่นตัน ให้เอกชน 11 ราย ในราคาเฉลี่ยค่อนข้างต่ำแค่ตันละหมื่นบาท
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้อนุมัติขายข้าวสต๊อกรัฐบาล 7.32 หมื่นตัน จากที่เปิดประมูล 1.67 แสนตัน ให้กับเอกชน 11 ราย มูลค่ารวม 740 ล้านบาท แต่ไม่สามารถเปิดเผยราคาจำหน่ายได้ เพราะจะเป็นบรรทัดฐานในการเสนอราคาการประมูลรอบใหม่ที่คาดว่าจะเปิดประมูลรอบต่อไปในปริมาณใกล้เคียงกันเร็วๆ นี้
บริษัทเอกชนทั้ง 11 รายที่ได้รับการอนุมัติขายข้าวได้แก่ 1.บริษัท เอเซียโกลเด้นไรซ์ 2.บริษัท เจียเม้ง 3.บริษัท รวมชัยมัลติเทรด 4.หจก.โรงสีไฟสมบูรณ์การค้า 5.หจก.โรงสีไฟศรีกรุงลาดกระบัง 6.บริษัท เคเอ็มซีอินเตอร์ไรซ์ 7.บริษัท ลัคกี้ซีเรียลส์ 8.บริษัท โรงสีข้าวยิ่งไพบูลย์ (2007) 9.บริษัท ข้าวเอกเจริญ (เอ็กเส็งไรซ์) 10.หจก.โรงสีไฟทรัพย์เจริญ 11.บริษัท พงษ์ลาภ โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องเข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวสารกับองค์การคลังสินค้าภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษรและวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือเช็ค 5% ของมูลค่าข้าวที่ตกลงซื้อ
“นบข.ได้เห็นชอบให้นำค่าปรับปรุงคุณภาพข้าวมาประกอบการคำนวณเกณฑ์ราคาข้าวขั้นต่ำที่จะตกลงขาย เพราะเห็นว่าข้าวในสต๊อกของรัฐในปริมาณมากและเก็บมาระยะเวลาพอสมควร หากเก็บไว้จะมีผลต่อสภาพข้าวมาก และทำให้ผู้ประมูลข้าวจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพข้าวดังกล่าว” นางดวงพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม นางดวงพร ยืนยันว่า ราคาข้าวที่ขายออกไปเป็นราคาที่สูงใกล้เคียงกับราคาตลาด โดยราคาประมูลต่ำสุด คือ ปลายข้าวขาวเอวันเลิศตันละ 7,610 บาท ขณะที่ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ราคาประมูลสูงสุดตันละ 2.8 หมื่นบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การอนุมัติขายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลในรอบนี้เฉลี่ยแค่ตันละ 1 หมื่นบาท หรือกิโลกรัมละ 10 บาท ต่ำกว่าราคาข้าวขาว 5% ในตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 13.5013.70 บาท เนื่องจากข้าวสารสต๊อกรัฐบาลที่นำมาเปิดประมูลเป็นข้าวเก่าปี 2554/2555 และปี 2555/2556 ซึ่งจะมีค่าเสื่อมสภาพข้าว ค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว
นายสมพงษ์ กิติเรียงลาภ กรรมการบริหาร บริษัท พงษ์ลาภ กล่าวว่า บริษัทได้เสนอซื้อข้าวขาว 5% ปี 2556/2557 ราคาตันละ 1.17 หมื่นบาท ปริมาณ 3,700 ตัน และไม่ได้เพิ่มราคาซื้อขึ้นอีก เพราะราคาที่เสนอซื้อมีความเหมาะสมแล้ว ซึ่งหากไม่ได้รับการอนุมัติก็ไม่กังวลอะไร เพราะสามารถหาซื้อข้าวจากตลาดภายนอกได้ ล่าสุดการซื้อขายกับโรงสีได้เสนอราคาเฉลี่ยตันละ 1.3 หมื่นบาท ต่างจากราคาที่เสนอซื้อข้าวของรัฐบาลเพราะต้องหักค่าขนส่งเฉลี่ยตันละ 500600 บาท และค่าปรับปรุงคุณภาพขึ้นกับสภาพข้าวนั้นๆ นอกจากนี้การซื้อข้าวกับโรงสีสามารถสรุปการซื้อขายได้เร็วไม่เกิน 1 วัน และมีเครดิตการจ่ายเงินนาน 1 เดือน
“ขั้นตอนการพิจารณาขายข้าวล่าช้า ผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่ได้อยู่ในที่ประมูล เพื่อที่จะได้บอกทันทีเลยว่าขายหรือไม่ขาย ไม่เหมือนซื้อกับโรงสีที่จะบอกได้ทันที ส่วนราคาฟลอร์ไพรซ์ให้เป็นราคาหน้าโกดัง และควรจะแจ้งให้ทราบ เพราะถือเป็นราคาที่รัฐอยากขาย ถ้าเอกชนสนใจก็เสนอราคามาเลยจะทำให้ไม่ยุ่งยากเสียเวลา”นายสมพงษ์ กล่าว







