posttoday
ปฏิรูปศาสนา ถอดบทเรียนเณรคำ

ปฏิรูปศาสนา ถอดบทเรียนเณรคำ

15 สิงหาคม 2557

ปฏิรูปศาสนา ถอดบทเรียนเณรคำ เมื่อสังคมแปรรูป “บุญ” เป็น “ทุน”

ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ปรากฏการณ์ “เณรคำ” กำลังเลือนหายไปจากความทรงจำของสังคมไทย ทั้งที่เคยเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในสื่อกระแสหลัก กระแสรอง ไปจนถึงสื่อสังคมออนไลน์อย่างมืดฟ้ามัวดิน

จากภาพภิกษุในเครื่องบินส่วนตัว พร้อมฟ่อนเงินปึกใหญ่ กระเป๋า แว่นตาแบรนด์เนม ไปจนถึงรถยนต์หรูหรา คฤหาสน์ลึกลับ ถูกขยายผลต่อไปจนถึงคดีความพรากผู้เยาว์ เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี   ส่งผลให้ต้องพ้นสภาพความเป็นพระ พ่วงด้วยโทษทางคดีความอีก 8 ข้อหา ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดี

สอดรับกับที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังเดินหน้ากระบวนการปฏิรูป พร้อมออกคำสั่งที่ 115 /2557 แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงนำพาสังคมและวิถีชีวิตของประชาชนให้เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน น่าจะเป็นการดีที่สังคมได้หยิบยกบทเรียนในอดีตมาศึกษาหาทางแก้ไขป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้น

รายงานการวิจัยเรื่อง บทเรียนของสังคมพระพุทธศาสนาไทย กรณีเณรคำ  ของ คณะกรรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนะธรรมวุฒิสภา ได้สรุปบทเรียนจากปรากฏการณ์เบื้องต้น ในหลายแง่มุมที่น่าสนใจดังนี้

ความมั่นคงของชีวิตสำหรับคนทั่วๆไปนั้น มักหมายถึงการมีทรัพย์สินเงินทองที่มากเพียงพอ รวมถึงการมีหลักมีฐาน อาชีพ การงานบ้านช่อง และ วัตถุสิ่งของอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งจะเป็นหลักประกันได้ว่าชีวิตของเรานี้มั่นคง  หากมองด้วยหลักเหตุผลแบบตัดตอนให้เข้าใจง่ายๆ อาจทำให้กล่าวได้ว่ามันจะผิดแปลกอะไรหากความมั่นคงในลักษณะนี้จะเกิดมีขึ้นในตัวพระสงฆ์

การเข้าสู่เพศบรรพชิต โดยเฉพาะตั้งแต่วัยเด็กก็เป็นหนทางหนึ่งในการหลีกหนีความสิ้นไร้หนทางในสังคมกระแสหลักที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ไปสู่การได้มาซึ่งโอกาส และ ลาภยศในอีกลักษณะหนึ่ง  มิหนำซ้ำ ความมั่นคงแบบนี้ยังบังเกิดกับคนอื่นๆ ด้วยถูกเจือจานต่อมาให้กับคนรอบข้างอย่างชนิดมากล้น ไม่ว่าจะเป็นการมีสถานที่ใหญ่โต โอ่อ่าที่ทุกคนมีส่วนในการได้ประโยชน์ การมีวัตถุที่อลังการ การบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อสาธารณะประโยชน์ 

ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่สนับสนุนให้ปรากฏการณ์เณรคำเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ คือ พลังของกลุ่มที่เห็นพ้องไปทางเดียวกัน เสียงลือเสียงเล่าอ้าง เสียงบอกต่อ ชื่นชมเทิดทูน รวมไปถึงหลักฐานชวนให้เกิดความน่าเชื่อถือบางอย่างเช่น เหรียญตรา เรื่องราวในสื่อสิ่งพิมพ์ 

พระไพศาล วิสาโล พิเคราะห์ว่า พุทธศาสนาของไทยเปลี่ยนแปลงไปสู่ลักษณะที่เรียกว่า “พุทธศาสนาแบบเหตุผลนิยม” มากขึ้น แทนที่จะเน้นคุณค่าของการเข้าถึงประโยชฯแห่งโลกุตตรธรรมอันเป็นที่มุ่งหวังได้ในชาติภพนี้ และชาติภพหน้า กลับมาให้ความสำคัญต่อประโยชน์ที่เข้าถึงและประจักษ์ชัดได้ในชีวิตปัจจุบัน (โลกิยธรรม) ไม่แพ้กัน

ความสุขสบายใน “โลกหน้า” หรือ “เหนือโลก” จึงมิได้มีความสำคัญยิ่งไปกว่าความสุขสบายใน “โลกนี้” อีกต่อไป  นี่จึงอาจเป็นสาเหตุว่าทำไมวัดสมัยใหม่จึงต้อนรับการแสวงหาความมั่นคงทางวัตถุและเดินบนเส้นทางของบริโภคนิยมได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสะสมทรัพย์สิน การให้เช่าที่ดิน กาจัดกิจกรรมหารายได้ หรือแม้แต่การแปรรูปบุญให้การเป็นทุน 

ยามเมื่อคนทั้งหลายเห็นว่าประโยชน์ตรงหน้าที่รอให้ได้รับอยู่อย่างประจักษ์ย่อมคือความถูกต้องที่ไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ  ...เส้นแบ่งระหว่างกฎของฆราวาสกับกฎของพระสงฆ์เริ่มเลือนลางลงก็อาจเพราะการตัดตอนทางการคิดจนไม่ทันตระหนักว่า  กฎของฆราวาส กับ กฎของพระมีหลักการมาจากจุดอ้างอิงในบางระดับที่แตกต่างกัน แม้ว่ากฎทั้งคู่จะเป็นไปเพื่อความดีงามและเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนกันก็ตาม

กล่าวโดยรวม เหตุปัจจัยเชิงลึกที่นำมาซึ่งปรากฏากรณ์เณรคำ มาจากการที่สังคมส่วนใหญ่หันหน้าเข้าหาวัตถุนิยมอย่างเต็มตัวและให้ความหมายต่อชีวิตและโลกไว้ที่เหตุผลนิยมอย่างสุดขั้ว ตัดตอนทางความคิดเพื่อให้เหตุผลที่สร้างความหมายเฉพาะตัวโดยไม่ทันตระหนักเห็นฐานคิดของคนอื่นๆ
บทเรียนที่ได้รับ

ปรากฏการณ์เณรคำนี้อาจป้องกันได้ด้วยการกวดขันให้มีการบังคับใช้ศีลหรือพระธรรมวินัย ให้เคร่งครัดยิ่งขึ้นในหมู่พระสงฆ์ และใช้หลักของศีล 5 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของสังคมฆราวาสให้แน่นแฟ้นขึ้น ก็อาจจะเป็นการพูดในลักษณะกำปั้นทุบดินอยู่บ้านแต่ก็คงหลีกเลี่ยงที่จะพูดเช่นนั้นไม่ได้

นอกจากนี้ การอวดคุณวิเศษเหนือธรรมดา แม้จะเป็นสีสันที่พบเห็นได้ในสังคมเรามาตลอด แต่ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นอีกวาระหนึ่งที่จะช่วยตอกย้ำว่า เราควรระมัดระวังและวางท่าทีในการแสดงออกของสิ่งเหล่านี้ในที่สาธารณะมากน้อยแค่ไหนและอย่างไร

สำหรับปุถุชนที่ยังมีความไม่มั่นคงอยู่มากในชีวิตการใช้ไสยควบคู่กับธรรมและบุญกุศล อาจะเป็นหนทางให้อำนาจพิเศษนี้ได้มีที่ทางของมันเองที่สร้างสรรค์ขึ้น และส่งผลเสียหายต่อสังคมโดยรวมน้อยลง  

ทำนองเดียวกันกับลัทธิบริโภคนิยมที่กำลังถาโถมอยู่ในสังคมยุคปัจจุบัน เราคงไม่สามารถปฏิเสธการมีอยู่ของสิ่งนี้แม้ในวงการศาสนาเอง หากแต่เราะจะประกับมันด้วยวิถีแห่งธรรม วิถีแห่งมุมมองเพื่อการหลุดพ้น ให้มากขึ้นเพื่อให้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับมันพอจะมองเห็นระดับแห่งความพอดีได้ ไม่ถลำลึกจนเกิดความทุกข์ที่มากเกินไป

นี่คือความท้าทายอย่างใหม่ที่ผู้มีอำนาจหลักในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคณะสงฆ์หรือรัฐที่ถือครองความเข้มเข็งอันเกิดจากการมีหลักการสากล จะต้องกลับมาทบทวนนโยบายของตนเอง ที่มุ่งแต่บริหารอำนาจแบบดิ่งเดี่ยวโดยมุ่งผลแห่งการบังคับควบคุม มาเป็นการเตรียมตัวเองให้พร้อมและยอมเห็นสิ่งต่างๆ นานาที่มันดำรงอยู่ โดยไม่รีบสกัดปัดทิ้งมันไปเสียก่อน ด้วยตระหนักว่าทุกอย่างล้วนมีเหตุมีที่มา ควรค่าแก่การทำความเข้าใจ อีกทั้งเพื่อรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน ที่การคิดต่างและความหลากหลายมิได้เป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติอีกต่อไป

ข้อเสนอแนะ การวิเคราะห์ปรากฏการณ์เณรคำนี้ผ่านแง่มุมของพระวินัยตามพระไตรปิฎก ด้วยเหตุว่าพุทธบัญญัติที่ว่าด้วยพระวินัยนั้น มีความซับซ้อนลุ่มลึกและมากด้วยเหนื้อหา ลำพังแม้ผู้ที่เข้ามาบวชเป็นพระแล้วก็ตาม ก็อาจมิสามารถจดจำและทำความเข้าใจพระวินัยได้อย่างถ่องแท้จนหมดสิ้น จึงทำให้พระสงฆ์เองก็อาจประพฤติตนผิดเพี้ยนไปจากพระวินัยโดยที่ตนเองก็ไม่ทราบ

ส่วนฆราวาสก็ยิ่งมีความยากลำบากที่จะเข้าใจสิ่งนี้ได้อย่างถูกตรง ด้วยเมื่อเห็นพระปฏิบัติตนดังนั้นก็ทำให้เข้าใจไปว่านั่นคือบรรทัดฐานอันเป็นที่ยอมรับได้ การวิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ผ่านแง่มุมของพระวินัยจะช่วยคลี่คลายความสับสนของสังคมที่มีต่อพฤติกรรมของพระสงฆ์ได้ในหลายๆ กรณีและจะช่วยให้สังคมเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด

อีกทั้งจะเข้าใจที่มาและเหตุผลของคำตัดสินที่มีต่อพฤตกรรมเหล่านั้นที่ถูกต้องตรงตามพุทธบัญญัติ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท