
บทบาท สนช.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังไม่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมา ทำให้ยังไม่สามารถประชุมสภาเต็มรูปแบบได้ แต่ สนช.ทุกคนมีการบ้านที่จะต้องทำคือการศึกษาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งจะเข้าสู่การประชุม สนช.ในนัดแรกภายหลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังไม่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมา ทำให้ยังไม่สามารถประชุมสภาเต็มรูปแบบได้ แต่ สนช.ทุกคนมีการบ้านที่จะต้องทำคือการศึกษาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งจะเข้าสู่การประชุม สนช.ในนัดแรกภายหลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภา
สำนักงบประมาณได้เสนอวงเงินงบประมาณเป็นเงิน 2.575 ล้านล้านบาท เป็นงบฯ ลงทุน 4.506 แสนล้านบาท ตัดลดงบฯ กลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 7,700 ล้านบาท เพื่อนำไปให้หน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ในโครงการเร่งด่วน สอดคล้องต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2557
ปีนี้จะเป็นปีพิเศษที่ สนช.สามารถพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณได้โดยไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มาช่วยอภิปรายถึงข้อดีข้อเสียในการกำหนดงบประมาณต่างๆ เหมือนปีก่อนๆ นี้ เพราะขณะนี้ประเทศอยู่ในระหว่างการปฏิรูป
ฉะนั้น สิ่งที่ สนช.ควรตระหนักในการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2558 ให้มาก คือ การทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด แม้ สนช.จะได้รับการแต่งตั้งมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ตาม ก็ไม่จำเป็นต้องเห็นดีเห็นงามไปกับ คสช.ทั้งหมด
ทั้งนี้ คสช.ได้กำชับทุกส่วนราชการให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างถูกต้องตามกรอบเวลาและแผนงานที่กำหนดไว้ โดยนโยบายให้ลงทุนภาครัฐต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายภายในไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.-ธ.ค. 2557) โดยให้ดำเนินการในลักษณะโครงการขนาดเล็ก ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง เกิดการสร้างงานในพื้นที่และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
แม้ คสช.จะมีนโยบายเร่งด่วนดังกล่าว แต่หน้าที่ของ สนช.คือ พิจารณากฎหมาย กลั่นกรอง ตั้งข้อสังเกตทั้งข้อดีและข้อเสียให้แก้ไข เพื่อให้กฎหมายมีข้อบกพร่องน้อยที่สุด หากโครงการใดเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ก็ควรจะต้องติติงให้มีการทบทวนแก้ไขเพื่อให้ดีกว่าเดิม โดยเงื่อนไขเวลาให้เร่งลงทุนเป็นเรื่องของหน่วยงานของรัฐ สนช.แค่พิจารณากฎหมายให้รอบคอบและดีที่สุดเท่านั้น
อันตรายของรัฐบาลที่ไม่มีฝ่ายค้านคือ หากตัดสินใจคัดหางเสือเรือไปผิดทิศทาง ก็จะเกิดความผิดพลาดไปกันใหญ่ เมื่อไม่มีฝ่ายค้านคานอำนาจ คสช.แล้ว สนช.ควรจะต้องทำงานให้เต็มที่ในการสวมบทบาทผู้ตรวจสอบและท้วงติง หากเห็นว่านายท้ายเรือจะคัดหางเสือไปผิดทาง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคง







